
รู้หรือไม่ว่าคนไทย “ไม่ได้อ่านหนังสือเพียงปีละแค่ 8 บรรทัด” อย่างที่ครั้งหนึ่งเคยมีคนกล่าวอ้างกัน สำนักงานสถิติแห่งชาติร่วมกับTK Park พบว่าคนไทยอ่านหนังสือจาก “สื่อต่างๆ” อย่างหนังสือเล่ม อีบุ๊ก เว็บไซต์รวมกันแล้ว 80 นาทีต่อวัน
พลิกวิกฤติสู่การอ่านออนไลน์
หลังจากโรคโควิด-19 ระบาดหนัก สร้างความกังวลใจผู้คนจำนวนมากว่าอาจติดเชื้อร้ายหากสัมผัสสิ่งต่างๆ และไม่เว้นระยะห่างทางสังคมต่อกัน ส่งผลให้หลายสถานที่จำเป็นต้องปิดบริการชั่วคราว พื้นที่อุทยานการเรียนรู้ TK Park ที่เซ็นทรัลเวิลด์เองก็อยู่ในจังหวะที่กำลังปิดปรับปรุง และเปิดพื้นที่บริการชั่วคราว ส่งผลให้ห้องสมุดออนไลน์ของอุทยานการเรียนรู้ TK Park ที่ให้บริการสื่อดิจิทัลด้านการอ่านการเรียนรู้ได้รับความนิยมขึ้นมาเพื่อให้บริการยืมหนังสือได้ทุกที่ ทุกเวลา ให้ผู้อ่านเข้าถึงหนังสือได้กว่า 20,000 เล่ม ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษโดยไม่เสียงค่าใช้จ่าย
ผลปรากฏว่าในช่วงดังกล่าวมียอดผู้ยืมสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้หลายเท่า และถึงแม้การแพร่ระบาดภายในประเทศจะลดน้อยลง แต่ยอดการยืมและใช้บริการห้องสมุดออนไลน์ไม่ได้ลดลงเลย แสดงให้เห็นว่าผู้คนเริ่มปรับตัวเข้ากับวิถีชีวิตใหม่ และคุ้นชินกับการอ่านออนไลน์เรียบร้อยแล้ว
นายกิตติรัตน์ ปิติพานิช ผู้อำนวยการสถาบันอุทยานการเรียนรู้ TK Park หรือ ผอ.ต้อง เผยถึงประเด็นที่น่าสนใจจากการอ่านว่ามีประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคสมัยที่เทคโนโลยีก้าวล้ำ และมีปัจจัยแทรกซ้อนอย่างโรคโควิด-19 ที่เปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนอย่างรวดเร็ว
หากจัดประเภทหนังสือที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจะพบว่าหนังสือยืมมากที่สุดอันดับ 1 คือ แนวนวนิยาย ผลดังกล่าวสามารถตีความได้ว่าในชีวิตประจำวันมีแต่ความตึงเครียด ผู้คนจึงต้องการพาตัวเองเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการเพื่อเติมเต็มความสุขให้ตัวเอง
การอ่านนิยายจะช่วยกระตุ้นให้ผู้อ่านมีจินตนาการได้ดียิ่งขึ้น การนึกเรื่องราว เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่อยู่ในหนังสือออกมาให้เห็นเป็นภาพนั้น เป็นจุดเริ่มต้นของการมีความคิดสร้างสรรค์ และการอ่านนิยายทำให้เราต้องจดจ่ออยู่กับเรื่องราวในหนังสือทำให้เกิดสมาธิ ซึ่งจะช่วยให้การทำงานหรือการเรียนทำได้ดี
อ่านนิยายยังช่วยเพิ่มทักษะการเห็นอกเห็นใจผู้อื่น หรือ Empathy ได้อย่างมีนัยสำคัญ เพราะคนอ่านจะรับรู้ถึงภูมิหลังของตัวละครแต่ละตัว เกิดเป็นความเข้าใจว่าเพราะเหตุใด ตัวละครแต่ละตัวถึงมีพฤติกรรมเช่นนั้น ผลการศึกษายังพบอีกว่า คนที่อ่านนิยายประจำจะสามารถปรับตัวเข้าสังคม ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างราบรื่นกว่าคนที่ไม่อ่านด้วย
หนังสือแนวพัฒนาตัวเองได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น ผอ.ต้อง วิเคราะห์ว่า สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะโรคโควิด-19 เข้ามากระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายวงการ และมีคนตกงานจำนวนมาก ส่งผลให้ผู้คนอยู่เฉยไม่ได้ จำเป็นต้องตื่นตัวและเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เพื่อรับมือกับโลกในอนาคตที่ทักษะบางประการจะหายไป และทักษะอื่น ๆ จะทวีความสำคัญขึ้นมาแทน
เขายังอธิบายเสริมถึงความแตกต่างของคำว่า Study และ Learn ว่าถึงจะแปลว่า “เรียน” ได้ทั้งคู่แต่ก็ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว การเรียนแบบ Study อาจหมายถึงการเรียนในระบบการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาล ประถม มัธยม ไปจนถึงมหาวิทยาลัยส่วน Learn เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นได้เองโดยไม่จำเป็นต้องผ่านระบบ ผู้คนสามารถเรียนรู้ผ่านสิ่งต่าง ๆ ทั้งจากการอ่านหนังสือ จากอินเทอร์เน็ต หรือเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติก็ทำได้เช่นกัน
เคยมีคำกล่าวไว้ว่า “ยิ่งอ่านเยอะก็ยิ่งเรียนรู้เยอะ” แต่อาจต้องเสริมด้วยว่า ถ้าอ่านเยอะโดยไม่มีความสัมพันธ์กับสิ่งรอบตัว หรือที่เรียกว่าระบบนิเวศการเรียนรู้ (Learning Ecosystem) ที่ดี ก็อาจทำให้ตกหล่นใจความสำคัญของสิ่งที่อ่าน และนำไปใช้ในชีวิตจริงไม่ได้ ผอ.ต้อง จึงใช้โอกาสนี้เผยเคล็ดลับง่ายๆ ที่สามารถสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ได้อย่างดี โดยมีเคล็ดลับ ดังนี้
- ประการแรก ตั้งเป้าหมายก่อนว่าเวลาอ่านหรือเรียนรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งไปเพื่ออะไร ทุกคนมีเป้าหมายต่างกัน บางคนต้องการความรู้ใหม่ๆ ไปพัฒนางานที่ทำอยู่ บางคนอยากเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อเปลี่ยนเส้นทางอาชีพ หรือบางคนเรียนเพื่อเข้าสังคม เพื่อพูดคุยกับผู้อื่นรู้เรื่องเพียงแค่นั้นก็มี แต่เหนืออื่นใดถ้าไม่ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนแต่แรก จะทำให้ไม่สนุกกับการเรียนอย่างที่ควรจะ และขาดแรงจูงใจที่จะเรียนรู้ไปจนจบ
- ประการต่อมาคือการตามรอยไอดอลของตัวเอง หากชื่นชอบงานเขียนของใครสักคน นอกจากอ่านงานของเขาแล้ว ลองดูด้วยว่าเขาชื่นชมและอ้างอิงผลงานของใครบ้างแล้วตามไปอ่านเพิ่มเติม วิธีนี้นอกจากจะช่วยให้เข้าใจกระบวนการคิดของนักเขียนได้ดีขึ้น แต่ยังช่วยเปิดโลกทัศน์ นำไปสู่การเรียนรู้มุมมองใหม่ๆ ที่ไม่เคยสนใจมาก่อนด้วย
อ่านแล้ว เรียนรู้แล้ว อีกสิ่งที่ขาดไม่ได้คือทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ที่ซับซ้อน ซึ่งเกิดขึ้นได้จากการอ่านเยอะ เรียนรู้มาเยอะ ลงมือทำเยอะ และผิดพลาดมาเยอะ การร่วมแชร์ไอเดียในประเด็นต่าง ๆ กับผู้อื่นถือเป็นอีกวิธีที่ช่วยให้เกิดกระบวนการคิดและเรียนรู้ได้มากกว่าการคิดตัวเดียว และช่วยให้รู้วิธีทำงานกับคนอื่นด้วย รู้มารยาทว่าอะไรควรจบในห้องประชุม รู้ว่าอะไรไม่ควรนำออกไปเผยแพร่ข้างนอกวงสนทนา
นอกจากนี้ความคิดดี ๆ สามารถมาจากคนได้ทุกเพศทุกวัย แต่ในบางสถานการณ์อาจจำเป็นต้องใช้ไอเดียจากคนที่บางกลุ่มเท่านั้น เพราะมีความสำคัญและมีประโยชน์มากกว่าอีกกลุ่มหนึ่ง เช่น หากต้องการทำบริการเพื่อกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่น การเอาผู้ใหญ่มาช่วยกันออกไอเดียเพียงฝ่ายเดียวย่อมไม่สามารถเข้าถึงความรู้สึกนึกคิดของวัยรุ่นได้อย่างเป็นรูปธรรม
ในสถานการณ์ปัจจุบันที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้น เป็นเครื่องทุ่นแรงชั้นดีช่วยให้ผู้คนเข้าถึงองค์ความรู้ได้ง่ายกว่าในอดีต เมื่อมีเครื่องทุ่นแรงเยอะก็มาพร้อมวิธีการมากมายเพื่อให้เรียนรู้ได้อย่างเกิดประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ต้องตระหนักด้วยว่าวิธีการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับคนอื่น อาจไม่เหมาะสมกับตัวเราเอง บางคนอาจสนุกกับการอ่าน บางคนสนุกกับการลงมือทำ ลองหาวิธีที่ใช่สำหรับตัวเองให้เจอ แต่หากยังไม่เจอก็อย่าเพิ่งย่อท้อและล้มเลิกการเรียนรู้ เพราะดังที่กล่าวไว้ว่าความผิดพลาดก็ถือเป็นการเรียนรู้ประเภทหนึ่งได้เหมือนกัน
แต่เหนืออื่นใด อย่าลืมเป้าหมายของการเรียนรู้ว่าเรียนเพื่ออะไร อย่าหยุดเรียนรู้ อย่าหยุดพัฒนาตัวเอง ซึ่งสถาบันอุทยานการเรียนรู้พร้อมจะเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ และสร้างปัญญาให้ประชาชน เพื่อก้าวทันโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุกวันนี้
ที่มา ; กรุงเทพธุรกิจ
บทความชี้ให้เห็นว่าความเชื่อเดิมที่ว่าคนไทยอ่านหนังสือน้อยนั้นไม่ถูกต้อง โดยข้อมูลจาก สำนักงานสถิติแห่งชาติ และ TK Park ระบุว่าคนไทยอ่านจากสื่อต่าง ๆ เฉลี่ยถึง 80 นาทีต่อวัน สถานการณ์โควิด-19 เป็นตัวเร่งให้พฤติกรรมการอ่านเปลี่ยนสู่รูปแบบออนไลน์มากขึ้น ห้องสมุดดิจิทัลได้รับความนิยมสูงและยังคงเติบโตต่อเนื่อง สะท้อนการปรับตัวสู่วิถีชีวิตใหม่
เนื้อหายังอธิบายประโยชน์ของการอ่าน โดยเฉพาะ “นวนิยาย” ที่ช่วยพัฒนาจินตนาการ สมาธิ และความเข้าอกเข้าใจผู้อื่น (Empathy) ส่งผลต่อการอยู่ร่วมในสังคม ขณะเดียวกัน หนังสือพัฒนาตนเองได้รับความนิยมจากแรงกดดันด้านเศรษฐกิจ ทำให้คนต้องเรียนรู้ทักษะใหม่ โดยแยกความหมายของ Study (การเรียนในระบบ) และ Learn (การเรียนรู้ด้วยตนเอง)
นอกจากนี้ การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพต้องอาศัย “ระบบนิเวศการเรียนรู้” เช่น การตั้งเป้าหมาย การเรียนรู้ตามแบบอย่าง และการเชื่อมโยงความรู้กับชีวิตจริง อีกทั้งการคิดวิเคราะห์และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นช่วยพัฒนาความคิดอย่างเป็นระบบ สุดท้ายเน้นย้ำว่าการเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด ต้องเลือกวิธีที่เหมาะกับตนเอง และไม่หยุดพัฒนาตนเพื่อทันต่อโลกที่เปลี่ยนแปลง
ข้อใดสะท้อนสาระสำคัญของบทความได้ดีที่สุด
ก. คนไทยอ่านหนังสือน้อยมาก
ข. การอ่านออนไลน์มีบทบาทสำคัญเพิ่มขึ้น
ค. ห้องสมุดแบบเดิมสำคัญกว่าออนไลน์
ง. การเรียนรู้ต้องอยู่ในระบบเท่านั้น
เฉลย: ข
เหตุผล: บทความเน้นการเปลี่ยนผ่านสู่การอ่านออนไลน์และการปรับตัวของผู้คน
ปัจจัยใดเป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้คนอ่านออนไลน์มากขึ้น
ก. นโยบายรัฐ
ข. เทคโนโลยี 5G
ค. โควิด-19
ง. ราคาหนังสือแพง
เฉลย: ค
เหตุผล: การระบาดทำให้คนหลีกเลี่ยงการสัมผัสและหันมาใช้สื่อดิจิทัล
การอ่านนวนิยายช่วยพัฒนาทักษะใดเด่นที่สุด
ก. การคำนวณ
ข. การจำ
ค. ความเห็นอกเห็นใจ
ง. การเขียนโปรแกรม
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้น Empathy ผ่านการเข้าใจตัวละคร
ข้อใดอธิบายความแตกต่างระหว่าง Study และ Learn ได้ถูกต้อง
ก. เหมือนกันทุกประการ
ข. Study คือเรียนเอง Learn คือเรียนในระบบ
ค. Study คือในระบบ Learn คือเรียนรู้ได้ทุกที่
ง. Learn ใช้เฉพาะในโรงเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: Study = ระบบการศึกษา / Learn = การเรียนรู้ตลอดชีวิต
“ระบบนิเวศการเรียนรู้” มีความสำคัญเพราะเหตุใด
ก. ทำให้เรียนเร็วขึ้น
ข. ทำให้จำได้ทั้งหมด
ค. ช่วยเชื่อมโยงความรู้สู่การใช้จริง
ง. ลดเวลาเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นการนำความรู้ไปใช้ได้จริง
หากครูต้องการพัฒนานักเรียนตามแนวบทความ ควรทำอย่างไร
ก. ให้ท่องจำ
ข. ให้เรียนเฉพาะในห้อง
ค. ส่งเสริมการตั้งเป้าหมายการเรียนรู้
ง. ลดการอ่าน
เฉลย: ค
เหตุผล: การตั้งเป้าหมายช่วยสร้างแรงจูงใจ
การ “ตามรอยไอดอล” ช่วยพัฒนาอย่างไร
ก. ทำให้ลอกเลียนแบบ
ข. เปิดมุมมองใหม่ในการเรียนรู้
ค. ลดความคิดสร้างสรรค์
ง. จำกัดความคิด
เฉลย: ข
เหตุผล: ช่วยขยายโลกทัศน์และแนวคิด
ข้อใดเป็นลักษณะของการคิดเชิงวิเคราะห์ที่ดี
ก. คิดคนเดียว
ข. ไม่รับฟังผู้อื่น
ค. แลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ง. เชื่อทันที
เฉลย: ค
เหตุผล: การแลกเปลี่ยนช่วยพัฒนาความคิด
หากต้องพัฒนาบริการสำหรับวัยรุ่น ควรใช้แนวคิดใด
ก. ใช้ผู้ใหญ่ตัดสินใจ
ข. ใช้ข้อมูลทั่วไป
ค. รับฟังกลุ่มเป้าหมายโดยตรง
ง. ใช้ประสบการณ์ครูเท่านั้น
เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องเข้าใจบริบทของกลุ่มเป้าหมาย
ข้อใดสอดคล้องกับแนวคิด “อย่าหยุดเรียนรู้”
ก. เรียนเฉพาะที่จำเป็น
ข. เลิกเมื่อผิดพลาด
ค. ทดลองและเรียนรู้ต่อเนื่อง
ง. รอให้พร้อมก่อนเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: การเรียนรู้เกิดได้จากความผิดพลาดและต่อเนื่องตลอดชีวิต