สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ปฏิรูปกฎหมายเปลี่ยนโทษอาญาผิดเล็กน้อยเป็นปรับทางพินัย

ครม.เห็นชอบปฏิรูปกฎหมาย เปลี่ยนโทษอาญาความผิดเล็กน้อย เป็นโทษ ปรับทางพินัยให้คุกมีไว้ขังคนทำผิดร้ายแรงเท่านั้น


วันนี้ (2 ก.พ.) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 ว่า ตามที่มาตรา 77 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้รัฐพึงกำหนดโทษอาญาเฉพาะความผิดร้ายแรง และตามแผนปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย รัฐบาลต้องจัดทำกฎหมายเปลี่ยนแปลงโทษอาญาที่สามารถเปรียบเทียบเพื่อให้คดียุติได้ให้เป็นโทษปรับทางปกครอง

ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ดังกล่าว ครม.ได้เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ... ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอ เพื่อเป็นกฎหมายกลางในการพิจารณาและกำหนดมาตรการสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่ไม่ใช่ความผิดร้ายแรง ซึ่งเรียกมาตรการใหม่นี้ว่า การปรับเป็นพินัย ซึ่งผู้กระทำความผิดต้องชำระเงินค่าปรับตามที่กำหนด และการปรับนั้นไม่ใช่เป็นโทษปรับทางอาญา รวมทั้งจะไม่มีการจำคุกหรือกักขังแทนการปรับ ไม่มีการบันทึกลงในประวัติอาชญากรรม

ตัวอย่างความผิดเล็กน้อยที่เป็นโทษอาญา เช่น  

     1) ไม่แสดงใบขับขี่ (ปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท)

     2) สูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่ (ปรับไม่เกินสองพันบาท)

     3) จอดรถขายผลไม้ริมถนนสาธารณะ (ปรับไม่เกินสองพันบาท) เป็นต้น

สำหรับสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ มีดังนี้

1. กำหนดให้มี โทษปรับเป็นพินัยเป็นโทษอีกประเภทหนึ่ง แยกจากโทษอาญาและโทษปกครอง เพื่อใช้เป็นกฎหมายกลาง

2. มุ่งหมายให้ใช้โทษปรับเป็นพินัยแก่การกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายในกรณีที่ไม่ร้ายแรง แทนการกำหนดให้เป็นโทษอาญา

3. เจ้าหน้าที่รัฐเป็นผู้มีอำนาจสั่งปรับ โดยสามารถกำหนดจำนวนค่าปรับตามความรุนแรงของผลที่เกิดขึ้นจากการกระทำความผิด พฤติกรรม และสภาพแวดล้อมทั้งปวง หรือจะกำหนดให้ทำงานบริการสังคมแทนก็ได้

4. ถ้าผู้ถูกปรับเป็นพินัยชำระค่าปรับเป็นพินัยเข้าหลวงแล้ว เป็นอันยุติจบเรื่อง ไม่มีการจำคุกหรือกักขังแทนค่าปรับ ไม่มีการบันทึกประวัติอาชญากรรม และสามารถจ่ายค่าปรับทางอิเล็กทรอนิกส์ได้

5. ถ้าผู้ถูกปรับคัดค้าน หรือไม่ชำระค่าปรับภายในกำหนด เจ้าหน้าที่ต้องส่งเรื่องและสำนวนให้อัยการดำเนินการฟ้องศาลจังหวัด

6. ให้เปลี่ยนความผิดที่มีโทษปรับทางปกครองตามกฎหมายต่างๆ เป็นความผิดทางพินัย เว้นแต่การปรับทางปกครองที่เป็นมาตรการบังคับทางปกครอง และโทษปรับทางปกครอง ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน

7. ให้เปลี่ยนความผิดอาญาที่มีโทษปรับสถานเดียวตามกฎหมายในบัญชี 1 จำนวน 183 ฉบับ เป็นโทษปรับเป็นพินัยภายใน 365 วัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

8. สำหรับความผิดอาญาที่มีโทษปรับสถานเดียวตามบัญชี 2 จำนวน 30 ฉบับ จะตราพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนให้เป็นโทษปรับเป็นพินัยก็ได้ แต่ต้องเสนอร่างพระราชกฤษฎีกาต่อสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาก่อนไม่น้อยกว่า 30 วัน

9. เมื่อพ้น 360 วัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา ให้เปลี่ยนอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เฉพาะในการกำหนดโทษปรับอาญาในข้อบัญญัติท้องถิ่นเป็นปรับเป็นพินัย

ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับเมื่อกฎหมายฉบับนี้บังคับใช้ คือ

1) คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยใช้ความผิดอาญาเฉพาะการกระทำความผิดที่ร้ายแรงเท่านั้น เพื่อป้องกันการริดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนเกินควร

2) สร้างความเป็นธรรมในสังคมและลดการทุจริต โดยเปลี่ยนความผิดร้ายแรงเป็นโทษปรับทางพินัย ซึ่งจะมีกฎหมายอย่างน้อย 183 ฉบับ ที่ถูกเปลี่ยนเป็นโทษทางพินัย

3) ไม่มีการกักขังแทนค่าปรับ ไม่ต้องประกันตัว และไม่มีการบันทึกประวัติอาชญากรรม

น.ส.รัชดากล่าว 

ที่มา ; ผู้จัดการออนไลน์

สรุปสาระสำคัญ

คณะรัฐมนตรี เห็นชอบ ร่าง พระราชบัญญัติ ว่าด้วย การ ปรับ เป็น พินัย พ.ศ. ... เพื่อ ปฏิรูป กฎหมาย ตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 77 ลด การ ใช้ โทษ อาญา ใน ความผิด เล็กน้อย โดย ให้ คง โทษ จำคุก เฉพาะ ความผิด ร้ายแรง และ เปลี่ยน ความผิด ไม่ ร้ายแรง เป็น โทษ ปรับ เป็น พินัย ซึ่ง เป็น มาตรการ กลาง แทน โทษ อาญา และ โทษ ปกครอง ผู้ กระทำ ผิด ต้อง ชำระ ค่าปรับ ตาม กำหนด หรือ อาจ ทำ งาน บริการ สังคม แทน ได้ เมื่อ ชำระ ค่าปรับ แล้ว คดี เป็น อัน ยุติ ไม่มี การ จำคุก ไม่มี การ กักขัง แทน ค่าปรับ และ ไม่มี ประวัติ อาชญากรรม เจ้าหน้าที่ มี อำนาจ กำหนด ค่าปรับ ตาม ความ รุนแรง พฤติการณ์ และ สภาพแวดล้อม หาก ไม่ ชำระ หรือ คัดค้าน จะ ส่ง ให้อัยการ ฟ้อง ศาล ความผิด เล็กน้อย ที่ เคย เป็น อาญา เช่น ไม่ พก ใบขับขี่ สูบ บุหรี่ ใน เขต ห้าม หรือ จอด รถ ขาย ของ ริม ถนน จะ ถูก ปรับ เป็น พินัย นอกจากนี้ ยัง มี การ ปรับ แก้ กฎหมาย กว่า 183 ฉบับ ภายใน 365 วัน และ บาง กรณี ใช้ พระราชกฤษฎีกา เปลี่ยน โทษ ได้ แนวทาง นี้ มุ่ง คุ้มครอง สิทธิ เสรีภาพ ลด การ ตีตรา ทาง อาญา ลด ภาระ กระบวนการ ยุติธรรม และ เพิ่ม ความ เป็นธรรม ใน สังคม โดย ทำ ให้ โทษ จำคุก ใช้ เฉพาะ คดี ร้ายแรง เท่านั้น และ ส่งเสริม การ ชำระ ค่าปรับ ผ่าน ระบบ อิเล็กทรอนิกส์ 

 

ข้อสอบ

ข้อ 1

เป้าหมายสำคัญที่สุดของการปรับเป็นพินัยคือข้อใด
ก. เพิ่มโทษจำคุกให้เข้มงวดขึ้น
ข. ลดการใช้โทษอาญาในความผิดเล็กน้อย
ค. เพิ่มรายได้ของรัฐจากค่าปรับ
ง. ลดจำนวนคดีในศาลโดยการยกฟ้อง

เฉลย: ข
เหตุผล: แนวคิดหลักคือจำกัดโทษอาญาไว้เฉพาะความผิดร้ายแรง และเปลี่ยนความผิดเล็กน้อยเป็นโทษปรับ

 

ข้อ 2

ข้อใด “ไม่ใช่” ลักษณะของการปรับเป็นพินัย
ก. ไม่มีประวัติอาชญากรรม
ข. อาจทำงานบริการสังคมแทนได้
ค. ต้องจำคุกหากไม่ชำระค่าปรับ
ง. ชำระค่าปรับแล้วคดีเป็นอันยุติ

เฉลย: ค
เหตุผล: การปรับเป็นพินัยไม่มีการจำคุกหรือกักขังแทนค่าปรับ

 

ข้อ 3

ผู้มีอำนาจกำหนดค่าปรับเป็นพินัยคือใคร
ก. ศาลเท่านั้น
ข. อัยการ
ค. เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง
ง. ตำรวจเท่านั้น

เฉลย: ค
เหตุผล: เจ้าหน้าที่รัฐเป็นผู้กำหนดค่าปรับตามพฤติการณ์และความรุนแรง

 

ข้อ 4

หากผู้ถูกปรับไม่ชำระค่าปรับ จะเกิดผลใด
ก. ถูกบันทึกประวัติอาชญากรรม
ข. ถูกจำคุกทันที
ค. ส่งเรื่องให้อัยการฟ้องศาล
ง. ยกเลิกคดีอัตโนมัติ

เฉลย: ค
เหตุผล: หากไม่ชำระหรือคัดค้าน ต้องส่งให้อัยการดำเนินคดีต่อศาล

 

ข้อ 5

ข้อใดเป็นตัวอย่างความผิดที่ถูกเปลี่ยนเป็นพินัย
ก. ฆ่าคนตาย
ข. ค้ายาเสพติด
ค. สูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่
ง. ปล้นทรัพย์

เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นความผิดเล็กน้อยที่ไม่ร้ายแรง เช่น สูบบุหรี่ในเขตห้าม

 

ข้อ 6

ประโยชน์สำคัญต่อประชาชนคือข้อใด
ก. เพิ่มโทษทางอาญา
ข. ลดสิทธิเสรีภาพประชาชน
ค. ไม่มีการกักขังแทนค่าปรับ
ง. เพิ่มจำนวนคดีในศาล

เฉลย: ค
เหตุผล: ลดการกักขังและไม่ใช้โทษจำคุกในความผิดเล็กน้อย

 

ข้อ 7

แนวทางนี้ช่วยลดปัญหาใดในกระบวนการยุติธรรมมากที่สุด
ก. การขาดบุคลากรครู
ข. ความล่าช้าและคดีล้นศาล
ค. การขาดงบประมาณการศึกษา
ง. การขาดเทคโนโลยี

เฉลย: ข
เหตุผล: ลดคดีอาญาเล็กน้อย ทำให้ภาระศาลลดลง

 

ข้อ 8

การเปลี่ยนความผิดอาญาเป็นพินัยต้องดำเนินการภายในกี่วัน
ก. 90 วัน
ข. 180 วัน
ค. 365 วัน
ง. 720 วัน

เฉลย: ค
เหตุผล: กำหนดให้ปรับเปลี่ยนภายใน 365 วัน

 

ข้อ 9

ข้อใดสะท้อนหลักการสำคัญของนโยบายนี้
ก. ใช้โทษหนักทุกกรณี
ข. เน้นการลงโทษเชิงอาญา
ค. ใช้คุกเฉพาะความผิดร้ายแรง
ง. เพิ่มการลงโทษทางสังคมทุกกรณี

เฉลย: ค
เหตุผล: คุกใช้เฉพาะความผิดร้ายแรงเท่านั้น

 

ข้อ 10

หากผู้ถูกปรับชำระค่าปรับแล้ว จะเกิดผลอย่างไร
ก. ต้องขึ้นศาลทุกกรณี
ข. คดีสิ้นสุด ไม่มีประวัติอาชญากรรม
ค. ถูกจำคุกภายหลัง
ง. ต้องเสียค่าปรับเพิ่มทุกปี

เฉลย: ข
เหตุผล: ชำระค่าปรับแล้วถือว่ายุติคดีทันทีและไม่บันทึกประวัติอาชญากรรม

 
 

ความเห็นของผู้ชม