สมาชิกเข้าสู่ระบบ

เลื่อนเปิดเทอมหรือไม่เลื่อนเปิดเทอม ทางรอดการศึกษาไทย

เลื่อนเปิดเทอมหรือไม่เลื่อนเปิดเทอม ทางรอดการศึกษาไทย

ต้องยอมรับว่า ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ตั้งแต่ปี 2563 ส่งผลให้ระบบการศึกษาของประเทศไม่น้อย ทั้งต้องปรับรูปแบบการเรียนการสอนใหม่ ใช้ระบบออนไลน์เกือบ 100% ขณะที่มาตรการป้องกันของทางภาครัฐ ขอความร่วมมือให้ลดการเดินทาง ทำให้ทุกภาคส่วนต้องปรับตัว กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ประกาศเลื่อนเปิดเทอมภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ออกไปเป็นวันที่ 1 มิถุนายน จากเดิมกำหนดเปิดเทอมวันที่ 17 พฤษภาคม

เป็นการเลื่อนเปิดเทอมอย่างเป็นทางการครั้งที่ 2 นับจากระลอกแรกเมื่อต้นปี 2563 เป็นความท้าทายที่มาพร้อมๆ กับข้อกังวลของสังคม ว่าการตัดสินใจเลื่อนเปิดเทอมครั้งนี้ มาถูกทางแล้วหรือไม่ ?? 

ศ.สมพงษ์ จิตระดับ อดีตอาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่า การตัดสินใจเลื่อนเปิดเทอมของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ครั้งนี้ ดูเหมือนรอบคอบ แต่ไม่ได้มองปัญหาแบบรอบด้าน โดยส่วนตัวเห็นด้วยกับการเปิดเทอมตามกำหนดเดิม เพราะแม้จะเลื่อนเปิดภาคเรียนออกไป แต่ถ้าไม่มีการจัดระบบการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพรองรับ ก็ไม่เกิดประโยชน์ เป็นเพียงการชะลอสถานการณ์ทำให้การศึกษาหยุดชะงัก ส่วนตัวคิดว่า เหตุผลที่ น.ส.ตรีนุชตัดสินใจเลื่อนเปิดเทอมครั้งนี้น่าจะมาจากความห่วงใยของผู้ปกครองในเรื่องความปลอดภัยของบุตรหลาน และมาจากการหารือกับข้าราชการ โดยไม่ได้ฟังเสียงของเด็กนักเรียน ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากการเลื่อนเปิดเทอม การตัดสินใจในครั้งนี้จึงทำให้เห็นว่า ศธ.ไม่ได้มีการเตรียมมาตรการในการรองรับว่าจะดำเนินการเรียนการสอนอย่างไร ที่จะทำให้เด็กเสียประโยชน์น้อยที่สุด และผลเสียที่ตามมาคือ ทำให้การศึกษาต้องหยุดชะงัก 

สิ่งที่ ศธ.ควรทำที่สุดในสถานการณ์นี้ คือการคิดหาวิธีการที่จะทำให้โรงเรียนมีความปลอดภัยมากที่สุด ทำให้โรงเรียนเป็นสถานที่ปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 โดยขอให้มีการฉีดวัคซีนให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษาแทนการเลื่อนเปิดเทอม ซึ่งจะเป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนและปลอดภัยกว่า เพราะการแก้ปัญหาด้วยการหยุดเรียนแบบซ้ำซ้อนและให้เด็กเรียนออนไลน์นั้นจะทำให้การศึกษาถดถอยไปถึง 40-50% และจากการเรียนออนไลน์ครั้งที่ผ่านๆ มานั้น เด็กส่วนมากพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเรียนไม่ค่อยรู้เรื่อง เรียนไม่ค่อยเข้าใจ การบ้านเยอะ อุปกรณ์ไม่พร้อม อินเตอร์เน็ตไม่เสถียร และส่งผลเสียทำให้สุขภาพจิตของเด็กเสื่อมลง ซึ่ง ศธ.เองก็ไม่ได้มีมาตรการเยียวยา หรือช่วยเหลือเด็กเลย อีกทั้งยังมีงานวิจัยออกมาจำนวนมากว่าการเรียนออนไลน์ที่ผ่านมานั้นเป็นการเรียนรู้ที่ขาดประสิทธิภาพและไม่มีคุณภาพเป็นอย่างมาก มาในปีนี้ ศธ.ยังคงตัดสินใจเลื่อนเปิดเทอมออกไป และอาจจะให้เด็กเรียนออนไลน์อีกครั้ง โดยไม่มีการเสนอชุดความคิด หรือนโยบายใหม่ที่ดีกว่าเดิมเลย การตัดสินใจครั้งนี้จึงเป็นการตัดสินใจที่คำนึงถึงคุณภาพการเรียนการสอนและคุณภาพของเด็กน้อยเกินไป ถือเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างร้ายแรงศ.สมพงษ์กล่าว 

หากต้องการให้การศึกษาเดินหน้าและเกิดประโยชน์สูงสุด ศธ.ควรรับฟังเด็กและเยาวชนให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักเรียนเลว หรือว่ากลุ่มนักเรียนอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ต่อไปนี้การศึกษาไทยจะละเลย เพิกเฉยกับการมีส่วนร่วมและการฟังเสียงเด็กไม่ได้แล้ว ตอนนี้น่าจะยังไม่สายเกินไปที่จะรับฟังคำแนะนำของเด็ก ครู และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อที่จะกลับมาเปิดเทอมตามกำหนดการเดิม และรีบนำเรื่องนี้เสนอกับ ศบค.เพื่อฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรการศึกษาทุกคน ซึ่งจะสามารถสร้างความปลอดภัยให้กับนักเรียน ครู และบุคลากรได้อย่างยั่งยืน 

ขณะที่ น.ส.ธญาณี เจริญกูล ตัวแทนกลุ่มนักเรียนเลว มองว่า ในช่วงวิกฤตนี้การเลื่อนเปิดเทอมอาจช่วยลดปัญหาเรื่องการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ แต่ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาในเรื่องการศึกษาเท่าที่ควร เหตุเพราะ ศธ.ไม่ได้ออกมาตรการรองรับ เพราะแม้จะเลื่อนเปิดเทอมออกไปแต่ การสอบต่างๆ ยังคงเดิม ขณะที่การเรียนเนื้อหาจะถูกบีบอัดด้วยเวลาที่น้อยลง เด็กต้องเรียนเพิ่มในหยุด หรือวันวันเสาร์-อาทิตย์ เพื่อชดเชยวันที่หายไป ขณะที่การเรียนออนไลน์ในภาพรวมยังขาดประสิทธิภาพ เด็กเครียด ช่องว่างทางการศึกษากว้างขึ้น เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำ กระทบไปถึงเรื่องการสอบต่างๆ รวมถึงการสอบเข้ามหาวิทยาลัย 

ที่ผ่านมา ศธ.น่าจะมีบทเรียนจากปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว แต่นโยบายต่างๆ ที่ออกมาก็ยังไม่มีการพัฒนา การแก้ปัญหาทุกอย่างยังคงเดิม และเป็นการผลักภาระให้กับโรงเรียน คุณครู และนักเรียนเหมือนเดิม มองว่าหากจะเลื่อนเปิดเทอมออกไป ศธ.ควรออกนโยบายมาเพื่อรองรับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเลื่อนเปิดเทอมด้วย เช่น ทำข้อตกลงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเลื่อนการสอบต่างๆ ออกไป เตรียมพร้อมครูสำหรับการจัดการเรียนการสอน ไม่อัดเนื้อหาแน่นเกินไป และกระจายทรัพยากรและการเข้าถึงการศึกษาให้มากขึ้น รวมถึงสนับสนุนงบประมาณด้านการศึกษาให้มากขึ้น เพราะขณะนี้ทุกคนเหมือนเอาตัวรอดโดยการพึ่งพาตัวเองเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น การเลื่อนเปิดเทอมออกไปโดยไม่มีการแก้ปัญหาหรือหามาตรการในการรองรับกับการเรียนในสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 จึงเป็นเหมือนการชะลอปัญหาให้เกิดขึ้นช้าลง ซึ่งไม่มีประโยชน์อะไรนอกจากทำให้เกิดความวุ่นวาย อยากให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ.เปิดรับฟังความเห็นของนักเรียน ครู โรงเรียนและผู้ปกครอง เพราะบุคคลเหล่านี้คือผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง และที่ผ่านมานักเรียนแทบจะไม่ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายใดๆ ของ ศธ.เลยŽน.ส.ธญาณีกล่าว 

ด้าน นายพีรพล ระเวกโสม ตัวแทนกลุ่มภาคีนักเรียนแห่งประเทศไทย มองว่าการเลื่อนเปิดเทอมนั้นไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ดีที่สุด ศธ.ควรจะออกมาตรการการเรียนและการสอนให้ตอบโจทย์กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 แทนการเลื่อนเปิดเทอมซึ่งไม่ตอบโจทย์ และกระทบกับการเรียนการสอนของนักเรียน เพราะที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่านักเรียนต้องเรียนเพิ่มเติมในวันเสาร์-อาทิตย์ ทำให้นักเรียนมีภาระเพิ่มขึ้น การแก้ปัญหาด้วยวิธีการดังกล่าวจึงเป็นเหมือนการผลักภาระให้กับนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษา

การออกนโยบายต่างๆ ของ ศธ.แทบจะไม่ฟังเสียงของนักเรียนเลย แต่ละครั้งมาจากการหารือร่วมกันกับข้าราชการ ซึ่งไม่ได้มาประสบปัญหาว่าในระบบการศึกษาจริงๆ มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นบ้าง ดังนั้น ศธ.ควรจะรับฟังความคิดเห็นของครู นักเรียน บุคลากรทางการศึกษา หรือผู้ที่ประสบปัญหาจริงๆ บ้าง เพื่อที่จะได้แก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

เสียงสะท้อนส่วนหนึ่งจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย นาทีนี้คงได้แต่หวังว่า การศึกษาไทยจะ ต้องรอดแม้ความหวังเดินไปข้างหน้าจะริบหรี่ก็ตาม

มติชน วันที่ 3 พฤษภาคม 2564

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดร.กนกแนะตรีนุชถอดบทเรียน 4 ข้อ เลื่อนเปิดเทอม

ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเลื่อนเปิดภาคเรียนจากพิษโควิด-19 ไปเป็นวันที่ 1 มิถุนายน ส่งผลต่อนักเรียนชั้นประถมศึกษาและมัธยมทั่วประเทศหลายล้านคน ว่า  มีสิ่งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการต้องถอดบทเรียนจากปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเลื่อนเปิดภาคเรียนในปีที่แล้ว 4 เรื่อง คือ  

1. การเรียนของนักเรียนสะดุด โดยเฉพาะกับนักเรียนด้อยโอกาส นักเรียนชายขอบ ที่จะส่งผลต่อความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่มีมากอยู่แล้ว ให้มีมากขึ้นไปอีก  

2. การขาดอาหาร นักเรียนจำนวนมากโดยเฉพาะในชนบทและชุมชนแออัดในเมืองที่อาศัยอาหาร จากโรงเรียนเพื่อการยังชีพ โดยเฉพาะอาหารกลางวัน การไม่ได้ไปโรงเรียนหมายถึงการไม่มีข้าวกิน  

3. ความไม่พร้อมของพ่อแม่ ที่จะช่วยจัดการเรียนการสอนและดูแลลูกที่อยู่บ้านไม่ได้ไปโรงเรียน พ่อแม่ต้องทำงานหารายได้ และยังไม่มีความรู้ที่จะสนับสนุนการเรียนรู้ของลูกที่บ้านได้ แม้กระทั่งบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องออกไปปฏิบัติหน้าที่ ไม่สามารถอยู่บ้านดูแลลูกที่บ้านได้  

4. การไม่อยากกลับไปเรียนอีกแล้ว การหยุดเรียนนานและต่อเนื่องทำลายความสนใจของนักเรียน ที่จะเรียนรู้จนถึงเวลาว่างที่บ้านที่ไม่มีพ่อแม่ผู้ปกครองดูแล ผลักให้นักเรียนไปเกี่ยวข้องกับความรุนแรง ยาเสพติด การมั่วสุมเกมส์ เป็นต้น ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ขวางทางไม่ให้นักเรียนกลับเข้าห้องเรียนเมื่อเปิดเรียนอีกครั้ง

ข้อเสนอแนวทางแก้ไข 3 ข้อ คือ  

1. การเรียนรู้บนฐานดิจิทัล (Digital Learning) ทั้งครู นักเรียน พ่อแม่ผู้ปกครอง ด้วยการสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาธิการต้องทำงานร่วมกัน เพื่อให้สามารถจัดการเรียนรู้ ที่นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ ทุกสถานที่ ทุกเวลา และทุกสภาพแวดล้อม  

2. ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจส่งผลกระทบตรงต่อความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา การปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจให้มีความสมดุลและเป็นธรรมมากขึ้น จะนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอีกด้วยนักเรียนที่อยากไปโรงเรียนเพราะที่โรงเรียนมีข้าวกินจะต้องหมดไป ความรุนแรงและล่วงละเมิดทางเพศ ต่อนักเรียนจะลดลง 

3. ความคิด ทัศนคติ และระบบการบริหารของกระทรวงศึกษาธิการโดยเฉพาะสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานต้องปฏิรูปโดยเร็ว จากนักเรียนคือคนสุดท้ายที่จะต้องได้รับประโยชน์จากการทำงาน ให้นักเรียนคือคนแรกที่ได้รับประโยชน์จากการทำงานของสพฐ. 

เมื่อปีที่แล้วที่เลื่อนเปิดภาคเรียน กระทรวงศึกษาธิการมีรัฐมนตรีชื่อ ณัฐพล ทีปสุวรรณ และปีนี้ที่เลื่อนเปิดภาคเรียนมีรัฐมนตรีชื่อ ตรีนุช เทียนทอง ผมหวังว่ารัฐมนตรีเปลี่ยน น่าจะมีมาตรการแก้ไขปัญหาที่เปลี่ยนบ้างนะครับศ.ดร.กนก ระบุ 

ดร.กนกแนะตรีนุชถอดบทเรียน 4 ข้อ เลื่อนเปิดเทอม ทำการเรียนสะดุด-นร.ไม่มีกิน-พ่อแม่ไม่พร้อม-เด็กเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาชง 3 ทางแก้ เร่งการเรียนการสอนดิจิทัลในทุกสถานที่ -สร้างศก.สมดุล อิ่มท้อง พร้อมเรียน - ปรับทัศนคติ ขรก.ศธ.ให้ปลายทางผลประโยชน์อยู่ที่ นร. 

ที่มา ; ฐานเศรษฐกิจ 02 May 2021 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศึกษาธิการวางระบบการจัดการเรียนการสอนในช่วงโควิด 

เมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมเรื่องการเปิดภาคเรียนที่ 1/2564 ว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไปเตรียมความพร้อมเรื่องการจัดการเรียนการสอนท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ซึ่งตนอยากให้โรงเรียนทุกแห่งจัดระบบการเรียนการสอนให้ดี เพื่อให้เด็กได้รับการเติมเต็มความรู้อย่างเต็มที่

ซึ่งได้รับรายงานว่า เลขาธิการกพฐ.ได้แจ้งให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศไปสำรวจความพร้อมของโรงเรียนแต่ละแห่งแล้ว เพราะแน่นอนว่าเมื่อเรามีรูปแบบการเรียนการสอนช่วงสถานการณ์โควิด-19 เตรียมพร้อมไว้ 5 รูปแบบ ได้แก่ การเรียนผ่านระบบ on line on site on air on hand และ on demand นั้นก็ไม่อยากให้เป็นการสั่งการจากส่วนกลางว่าโรงเรียนทุกแห่งจะต้องจัดการเรียนการสอนตามนี้ทั้งหมด แต่อยากให้โรงเรียนเป็นผู้เลือกได้เองว่ารูปแบบไหนจะเหมาะสมกับบริบทของแต่ละโรงเรียนและนักเรียนมากที่สุด โดยเฉพาะโรงเรียนและนักเรียนที่ไม่มีความพร้อมด้านสื่อเทคโนโลยีก็อาจจัดให้เป็นการเรียนด้านทักษะอาชีพแทนได้หรือไม่       

การเลื่อนเปิดภาคออกเรียนจากกำหนดการเดิมที่จะต้องเปิดวันที่ 17 พ.ค.ของทุกปีการศึกษานั้น เราประเมินสถานการณ์อย่างรอบด้านแล้ว อีกทั้งเป็นเสียงสะท้อนจากผู้ปกครองที่อยากให้เลื่อนเปิดภาคเรียนออกไปก่อนด้วย ส่วนประเด็นที่นักวิชาการมองว่าจะทำให้เด็กได้รับการเรียนไม่เต็มที่หากเลื่อนเปิดภาคเรียนนั้น ประเด็นดังกล่าวดิฉันเข้าใจความเป็นห่วงของภาคสังคม แต่การเลื่อนเปิดภาคเรียนคือมาตรการที่ดีที่สุดในตอนนี้ที่ศธ.จะต้องยึดความปลอดภัยด้านสุขภาพของเด็กเป็นสำคัญน.ส.ตรีนุช กล่าว 

สรุป รมว.ศึกษาธิการ มอบสพฐ.วางระบบการเรียนช่วงโควิดให้มีคุณภาพ เผย อาจปรับการเรียนให้เหมาะสมตามสภาพพื้นที่เลือกให้เด็กได้เรียนทักษะอาชีพ 

ที่มา ; เดลินิวส์ จันทร์ที่ 3 พฤษภาคม 2564

สรุปสาระสำคัญ

บทความกล่าวถึงการถกเถียงเรื่องการเลื่อนเปิดภาคเรียนของกระทรวงศึกษาธิการในช่วงการระบาดของโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบการศึกษาทั่วประเทศ ทั้งในด้านคุณภาพการเรียนรู้ ความเหลื่อมล้ำ และสุขภาวะของผู้เรียน ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าการเลื่อนเปิดเทอมเป็นมาตรการเพื่อความปลอดภัยของนักเรียน ครู และผู้ปกครอง พร้อมเสนอให้จัดการเรียนการสอนในหลายรูปแบบ เช่น ออนไลน์ ออนแอร์ และออนแฮนด์ โดยโรงเรียนสามารถเลือกให้เหมาะสมกับบริบท

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการและตัวแทนนักเรียนจำนวนมากวิจารณ์ว่า การเลื่อนเปิดเทอมโดยไม่มีมาตรการรองรับที่ชัดเจนทำให้การศึกษาเกิดภาวะหยุดชะงัก การเรียนออนไลน์ขาดประสิทธิภาพ นักเรียนไม่เข้าใจบทเรียน ภาระงานเพิ่มขึ้น อุปกรณ์และอินเทอร์เน็ตไม่พร้อม อีกทั้งยังส่งผลต่อสุขภาพจิตและเพิ่มความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

ข้อเสนอสำคัญคือควรฉีดวัคซีนให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อสร้างความปลอดภัยแทนการเลื่อนเปิดเทอม รวมถึงต้องมีการรับฟังเสียงนักเรียน ครู และผู้ปกครองมากขึ้น ปรับนโยบายการสอบ ลดความแน่นของเนื้อหา และเพิ่มการสนับสนุนทรัพยากร ขณะเดียวกันภาครัฐยืนยันว่าการตัดสินใจยึดความปลอดภัยเป็นหลัก และพยายามจัดระบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นเพื่อรองรับสถานการณ์

ข้อสอบ

ข้อ 1

เหตุผลหลักของการเลื่อนเปิดเทอมตามกระทรวงศึกษาธิการคือข้อใด
ก. ลดภาระครูผู้สอน
ข. เพิ่มเวลาปรับหลักสูตร
ค. ความปลอดภัยจากโควิด-19
ง. ลดค่าใช้จ่ายรัฐ

เฉลย: ค
เหตุผล: รัฐให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากรเป็นหลัก

ข้อ 2

ข้อใดเป็นปัญหาสำคัญของการเรียนออนไลน์ตามบทความ
ก. นักเรียนสอบตกมากขึ้น
ข. ขาดความเข้าใจและอุปกรณ์ไม่พร้อม
ค. ครูไม่สอน
ง. ไม่มีหลักสูตร

เฉลย: ข
เหตุผล: บทความระบุว่าเรียนไม่เข้าใจ อินเทอร์เน็ตไม่เสถียร และอุปกรณ์ไม่พร้อม

ข้อ 3

แนวคิดของฝ่ายวิชาการที่คัดค้านการเลื่อนเปิดเทอมคือข้อใด
ก. ควรเพิ่มวันหยุด
ข. ควรลดจำนวนวิชา
ค. ควรฉีดวัคซีนและเปิดเรียนตามปกติ
ง. ควรยกเลิกการสอบ

เฉลย: ค
เหตุผล: เสนอให้สร้างความปลอดภัยด้วยวัคซีนแทนการหยุดเรียน

ข้อ 4

ผลกระทบทางสังคมที่เกิดจากการเรียนออนไลน์คือข้อใด
ก. ลดความเครียดนักเรียน
ข. เพิ่มความเสมอภาค
ค. ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเพิ่มขึ้น
ง. นักเรียนมีเวลามากขึ้น

เฉลย: ค
เหตุผล: ผู้มีรายได้น้อยเข้าถึงเทคโนโลยีได้จำกัด

ข้อ 5

ข้อเสนอของนักเรียนต่อกระทรวงศึกษาธิการคือข้อใด
ก. เพิ่มการบ้าน
ข. ลดจำนวนครู
ค. เลื่อนสอบและลดเนื้อหา
ง. เพิ่มเวลาเรียนออนไลน์

เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องลดผลกระทบจากการเลื่อนเปิดเทอม

ข้อ 6

ข้อใดสะท้อนปัญหาด้านสุขภาพจิตของนักเรียน
ก. เรียนสนุกขึ้น
ข. เครียดจากภาระงานและเรียนออนไลน์
ค. มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น
ง. ไม่มีการบ้าน

เฉลย: ข
เหตุผล: ภาระงานมากและการเรียนไม่เข้าใจส่งผลต่อความเครียด

ข้อ 7

แนวทางที่รัฐบาลใช้ในการจัดการเรียนช่วงโควิดคือข้อใด
ก. ใช้รูปแบบเดียวทั่วประเทศ
ข. ให้โรงเรียนเลือกวิธีการเรียนได้
ค. หยุดเรียนทั้งหมด
ง. ใช้เฉพาะออนไลน์

เฉลย: ข
เหตุผล: มี 5 รูปแบบให้โรงเรียนเลือกตามบริบท

ข้อ 8

ข้อใดเป็นข้อวิจารณ์สำคัญต่อการตัดสินใจของ ศธ.
ก. ใช้เวลาเตรียมงานมากเกินไป
ข. ไม่รับฟังเสียงนักเรียน
ค. ใช้งบประมาณมาก
ง. ไม่มีครูเพียงพอ

เฉลย: ข
เหตุผล: นักเรียนและนักวิชาการเห็นว่าไม่ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ

ข้อ 9

ผลกระทบระยะยาวของการหยุดเรียนต่อเนื่องคือข้อใด
ก. นักเรียนเก่งขึ้น
ข. การศึกษาถดถอย
ค. ครูมีประสิทธิภาพขึ้น
ง. ลดความเหลื่อมล้ำ

เฉลย: ข
เหตุผล: อาจทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนลดลง

ข้อ 10

แนวทางแก้ปัญหาที่เหมาะสมที่สุดตามบทความคือข้อใด
ก. เพิ่มวันหยุดนักเรียน
ข. ใช้การเรียนออนไลน์อย่างเดียว
ค. วัคซีน + รับฟังผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ง. ลดจำนวนโรงเรียน

เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นแนวทางผสมระหว่างความปลอดภัยและการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย

ความเห็นของผู้ชม