
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2563 ซึ่งสรุปสาระสำคัญดังนี้
3.4 เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนบนพื้นฐานสังคมพหุวัฒนธรรม
1) ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานของโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์นราธิวาส และการจัดการศึกษาสงเคราะห์เป็นการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับเด็กด้อยโอกาส ข้อสั่งการให้สถานศึกษาดำเนินการ
(1) จัดการเรียนการสอนในระดับการศึกษาชั้นปฐมวัย และประถมศึกษา Coding แบบ Unplug คือ เรียนแบบไม่ต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้เด็กมีทักษะจำเป็นในยุคศตวรรษที่ 21
(2) นำแนวทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อสร้างนวัตกรรม (Science –Technology - Innovation : STI) มาใช้ในการจัดการเรียนการสอน และ
(3) มุ่งผู้เรียนเป็นสำคัญ รวมทั้งฝึกลงมือปฏิบัติจริง เพื่อให้นักเรียนมีทักษะและประสบการณ์ในวิชาชีพ
2) การจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยเพื่อสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำ ของสำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จังหวัดปัตตานี ข้อสั่งการ ให้สำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ดำเนินการ
(1) สนับสนุนให้ครู และบุคลากร เข้าอบรมจิตอาสา 904
(2) น้อมนำศาสตร์พระราชาและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการจัดการศึกษานอกระบบสำหรับประชาชน
(3) เร่งพัฒนาปรับปรุงสื่อนิทรรศการ และกิจกรรมการเรียนรู้ในศูนย์วิทยาศาสตร์ โดยประสานความร่วมมือกับองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สะเต็มศึกษาขององค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAMEO STEM – ED) และ SEAMEO SEPS
(4) เร่งดำเนินการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ จาก OOCC (ONIE Online Commerce Centre) ที่โดดเด่น 100 ผลิตภัณฑ์ เพื่อเข้าคัดเลือกเป็นผลิตภัณฑ์ OOCC ที่โดดเด่น 100 ผลิตภัณฑ์ของประเทศ และให้สำรวจสถานีบริการน้ำมัน PT ในพื้นที่ว่าแห่งใดมีทำเลที่เหมาะสมต่อการนำผลิตภัณฑ์ OOCC ไปวางจำหน่าย
(5) ให้พัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าผ่านการเรียนหลักสูตรอาชีพกับสำนักงานฯ และให้มีการประกวดแข่งขันผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในระดับภูมิภาค และระดับประเทศ เช่น ผ้าพื้นเมืองภาคใต้ เป็นต้น รวมทั้งให้มีการประกวด Young Designer ที่เป็นนักศึกษาของสำนักงานฯ เพื่อส่งเสริมด้านนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ในการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์
(6) กำหนดให้มีการสอบครูผู้ช่วย จำนวน 396 อัตรา โดยปรับหลักเกณฑ์และคุณสมบัติให้สอดคล้องกับผู้ปฏิบัติงานสำนักงานฯ มากขึ้น
(7) เร่งดำเนินการปรับแก้ กฎ ระเบียบ กฎหมาย ที่เป็นข้อจำกัดในการเรียนรู้ โดยเฉพาะเรื่องการเงินและพัสดุ
(8) ปรับปรุงหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ให้มีความทันสมัย แก้ปัญหาจำนวนวิชาที่มากเกินความจำเป็น จำนวนวิชาที่ซ้ำซ้อน จำนวนเวลาเรียนที่มากหรือน้อยเกินไป รวมถึงวิธีวัดและประเมินผล สำหรับกลุ่มเป้าหมายการศึกษานอกระบบโรงเรียน เพื่อให้สามารถเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
(9) เร่งพัฒนาหลักสูตรระยะสั้นที่ตอบสนองความต้องการตามบริบทของแต่ละพื้นที่ เช่น หลักสูตรภาษายาวี มลายู เป็นต้น
(10) ให้มีการใช้ประโยชน์จากโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ถูกควบรวม โดยให้ สำนักงาน กศน.จังหวัด ดำเนินการสำรวจเพื่อประสานขอใช้ประโยชน์ในการจัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้ทุกช่วงวัย หรือศูนย์การเรียนรู้อื่นตามความเหมาะสม
(11) เร่งดำเนินการสำรวจและทำแผนปรับปรุง ซ่อมแซม และพัฒนาห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” ให้ทันการเสนอของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 และ
(12) จัดทำแนวทางการส่งเสริมให้ครูสอนเด็กเร่ร่อนมีความมั่นคงในอาชีพ
ที่มา : สรุปข่าวการประชุม ครม. วันที่ 21 มกราคม 2563