สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M197_“ตรีนุช”เบรกเขตพื้นที่ใช้ผล O-NET จัดอันดับโรงเรียน

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า ตนได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนต่าง ๆ ซึ่งพบว่า ถึงแม้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะมีประกาศเรื่อง “ยกเลิกการใช้ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) เป็นองค์ประกอบหนึ่งในการตัดสินผลการเรียนของผู้เรียนที่จบการศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551” ตั้งแต่ปีการศึกษา 2564 เป็นต้นมา รวมถึงไม่นำผล O-NET มาเป็นเกณฑ์พิจารณาในการเลื่อนขั้นเงินเดือนของครูและบุคลากรทางการศึกษา

แต่ขณะนี้โรงเรียนหลายแห่งยังคงมีการสอบ O-NET อยู่ เนื่องจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) บางแห่งได้มีการนำผล O-NET มาจัดอันดับโรงเรียน เพื่อแข่งขันกัน ซึ่งตนไม่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว เพราะจะเป็นการผลักความเครียดและความกดดันของการแข่งขันไปที่นักเรียน โดยได้มอบหมายให้ ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เร่งทำความเข้าใจกับทุกเขตพื้นที่การศึกษา และโรงเรียนที่มีนักเรียนสมัครใจสอบ O-NET ให้รู้ผลคะแนนแค่ภายในโรงเรียน แล้วนำมาปรับปรุงพัฒนาการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนให้ดีขึ้น ไม่ให้มีการนำมาใช้จัดอันดับโรงเรียน

นอกจากนี้ ยังพบว่าหลายโรงเรียนได้มีการสอนเสริม เพื่อเตรียมความพร้อมนักเรียน โดยเฉพาะชั้น ป.6 ชั้น ม.3 เพื่อเข้ารับการทดสอบที่สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ได้กำหนดจัดสอบ O-NET ปีการศึกษา 2564 โดยชั้น ป.6 สอบวันที่ 12 ก.พ.2565 และ ชั้น ม.3 สอบวันที่ 13 ก.พ.นี้ ซึ่งการสอบต้องเป็นไปตามความสมัครใจ ไม่บังคับเด็กเข้าสอบ และขอมอบแนวทางให้ทุกโรงเรียนที่ให้เด็กร่วมสอบว่า ปล่อยให้การสอบ O-NET เป็นไปตามความรู้ความสามารถที่แท้จริงของนักเรียน เพื่อทราบว่าเด็กได้คะแนนเท่าไหร่ อย่างไรก็ตามตนเห็นด้วยกับครูที่เป็นห่วงถึงคะแนน O-NET รอบนี้ ว่าน่าจะได้รับผลกระทบจากการเรียนการสอนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กว่า 2 ปีที่ผ่านมา เพราะไม่สามารถมาเรียนในรูปแบบ On-site ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งคะแนน O-NET นี้ ครูสามารถนำข้อมูลมาพัฒนาการเรียนการสอนของโรงเรียนได้ 

อย่ากลัวว่าคะแนนที่ออกมาจะไม่ดี เราไม่ได้สอนเพื่อให้เด็กได้คะแนนสอบสูง แต่ควรเน้นการสอนให้เด็กเข้าใจ รู้จักคิดวิเคราะห์ และประยุกต์ใช้ความรู้ให้เป็น ดิฉันไม่อยากให้เอา O-NET มาสร้างความกดดันให้เด็ก และครูในโรงเรียน อีกทั้งการเรียนรู้ในสถานการณ์โควิด 19 แบบนี้ เด็กย่อมเกิดภาวะความรู้ถดถอยอยู่แล้ว ซึ่งเป็นเหมือนกันทั่วโลก เราไม่จำเป็นต้องติวเน้นให้นักเรียนได้คะแนนสอบสูง เพราะตอนนี้ไม่ได้มีการนำผลคะแนนไปใช้ประกอบการประเมินใด ๆ แล้ว” นางสาวตรีนุช กล่าว 

รมว.ศธ. “ตรีนุช เทียนทอง” ไม่เห็นด้วย สพท.บางแห่ง ยังนำผลคะแนน O-NET มาจัดอันดับโรงเรียน แข่งขันกัน ย้ำคะแนนไม่มีผลต่อการประเมินใด ๆ แนะโรงเรียนไม่จัดติว ปล่อยให้เด็กสอบไปตามองค์ความรู้จริงที่มี มอบเลขาฯ กพฐ. เร่งทำความเข้าใจการนำผลสอบเพื่อปรับปรุงพัฒนาการเรียนการสอนให้ดีขึ้น ไม่ใช่เพื่อนำมาจัดอันดับโรงเรียน 

ที่มา ; ศธ 360 องศา 

เกี่ยวข้องกัน

เรามีการสอบ O-NET ไปเพื่ออะไร?

จากการลงพื้นที่ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ดิฉันพบว่า ยังมีอยู่หลายโรงเรียนที่ยังคงจัดให้มีการติวนักเรียนเพื่อเข้ารับการสอบ O-NET ซึ่งจะมีขึ้นในวันเสาร์-อาทิตย์นี้ และได้ทราบว่า บางเขตพื้นที่ฯ ได้มีการนำผลการทดสอบ O-NET ของแต่ละโรงเรียนในสังกัด มาจัดอันดับเพื่อแข่งขันกัน จนส่งผลให้เกิดความกดดันและความเครียดแก่นักเรียน ซึ่งจะต้องมาเรียนเสริมและสอบให้ได้คะแนนที่สูงขึ้น 

ในนามของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดิฉัน ไม่เห็นด้วย ที่แต่ละโรงเรียนจะยังคงจัดให้มีการสอนเสริม (ติว) เพื่อให้นักเรียนต้องเข้ารับการสอบ O-NET โดยไม่ได้เกิดขึ้นจากความสมัครใจของนักเรียนเอง ทั้งนี้ ด้วยเหตุผลว่า

1. หลักในการจัดการทดสอบใด ๆ ก็ตาม ควรเป็นไปเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความถนัดและความสามารถของผู้เรียนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระบวนการหรือวิธีคิด (methodology) มิใช่ การกวดขันเพื่อท่องจำและนำไปใช้แค่ในการสอบครั้งหนึ่ง ๆ

2. ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) กว่า 2 ปีที่ผ่านมา ดิฉันตระหนักถึงเหตุการณ์ที่เพื่อนครูเป็นห่วงถึงผลการทดสอบ O-NET รอบนี้ โดยได้รับผลกระทบจากการเรียนการสอน ที่ไม่สามารถมาเรียนในรูปแบบ On-site ได้อย่างเต็มที่ จึงส่งผลกระทบให้นักเรียนบางส่วนเกิดภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss) ซึ่งเกิดจากการเรียนรู้ที่ขาดความต่อเนื่อง หรือมีประสิทธิภาพน้อยลงเมื่อเทียบกับการเรียนการสอนในสถานการณ์ปกติ

3. จากเหตุผลในข้อ 2. ย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่า นักเรียนทุกคนต้องเผชิญกับภาวะเครียดและแรงกดดันจากการจัดการเรียนสอนในช่วงเวลาที่ผ่านมาอยู่พอสมควรแล้ว 

ดังนั้น จึงอยากให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านได้เข้าใจตรงกันว่า ผลการทดสอบ O-NET นั้น เป็นเพียงแค่ตัวชี้วัดหนึ่งที่บ่งบอกถึงองค์ความรู้ที่ใช้ในการสอบของนักเรียนแต่ละคน ซึ่งโรงเรียนหรือหน่วยงานทางการศึกษาสามารถนำผลการทดสอบนี้ไปใช้วางแผนเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนการสอนให้ดียิ่งขึ้นได้ ไม่ใช่การทดสอบเพื่อแข่งขันหรือวัดความเป็นเลิศของนักเรียนหรือโรงเรียนแต่อย่างใด 

ทั้งนี้ ขอให้ทุกโรงเรียนได้ดำเนินการตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เรื่อง "ยกเลิกการใช้ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) เป็นองค์ประกอบหนึ่งในการตัดสินผลการเรียนของผู้เรียนที่จบการศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551” ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปีการศึกษา 2564 เป็นต้นมา อย่างเคร่งครัด และขอยืนยันอีกครั้งว่า กระทรวงฯ จะไม่นำผล O-NET มาเป็นเกณฑ์พิจารณาในการเลื่อนขั้นเงินเดือนของครู และบุคลากรทางการศึกษา แต่อย่างใดค่ะ 

ขอบพระคุณค่ะ

#ตรีนุชเทียนทอง  

ที่มา ; FB #ตรีนุชเทียนทอง

สรุปสาระสำคัญ

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แสดงจุดยืนชัดเจนไม่เห็นด้วยกับการที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบางแห่งนำผลการทดสอบ O-NET มาจัดอันดับโรงเรียนหรือใช้เป็นเครื่องมือแข่งขัน แม้กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศยกเลิกการใช้ผล O-NET เป็นองค์ประกอบในการตัดสินผลการเรียนของผู้เรียน และไม่ใช้เป็นเกณฑ์เลื่อนขั้นเงินเดือนครู ตั้งแต่ปีการศึกษา 2564 เป็นต้นมาแล้วก็ตาม การนำคะแนนไปจัดอันดับส่งผลให้เกิดความเครียดและแรงกดดันต่อผู้เรียนและครู ซึ่งขัดกับหลักการประเมินเพื่อพัฒนา 

รมว.ศธ. เน้นว่าการสอบ O-NET ต้องเป็นไปโดยสมัครใจ ไม่ควรบังคับหรือจัดติวเข้มเพื่อหวังคะแนนสูง เพราะการเรียนรู้ควรมุ่งให้ผู้เรียนเข้าใจ คิดวิเคราะห์ และประยุกต์ใช้ความรู้ได้จริง โดยเฉพาะในสถานการณ์โควิด-19 ที่ยืดเยื้อกว่า 2 ปี ทำให้เกิดภาวะการเรียนรู้ถดถอย (Learning Loss) ในระดับโลก คะแนนสอบจึงควรถูกใช้เป็นข้อมูลสะท้อนคุณภาพการจัดการเรียนการสอนภายในโรงเรียน เพื่อนำไปปรับปรุงพัฒนา มิใช่ใช้เพื่อจัดลำดับหรือสร้างความเป็นเลิศเชิงการแข่งขัน ทั้งนี้ รมว.ศธ.ได้มอบหมายให้เลขาธิการ กพฐ. เร่งสร้างความเข้าใจกับทุกเขตพื้นที่และสถานศึกษาให้ปฏิบัติตามนโยบายอย่างเคร่งครัด

ข้อสอบ

ข้อ 1

สาระสำคัญที่สุดของนโยบายเกี่ยวกับ O-NET ตามบทความนี้คือข้อใด
ก. ยกเลิกการจัดสอบ O-NET ทุกระดับชั้น
ข. ใช้ผล O-NET เพื่อปรับเงินเดือนครูอย่างเป็นธรรม
ค. ใช้ผล O-NET เป็นข้อมูลพัฒนาการเรียนการสอน ไม่ใช่แข่งขัน
ง. เพิ่มการติวเข้มเพื่อยกระดับคะแนนเฉลี่ยประเทศ

 

ข้อ 2

เหตุผลใด “ไม่สอดคล้อง” กับจุดยืนของ รมว.ศธ. ต่อการสอบ O-NET
ก. ลดความเครียดและแรงกดดันของผู้เรียน
ข. เคารพความสมัครใจของนักเรียน
ค. ชดเชยผลกระทบจาก Learning Loss
ง. สร้างแรงจูงใจให้โรงเรียนแข่งขันกันด้านผลสัมฤทธิ์

 

ข้อ 3

หากผู้บริหารสถานศึกษานำผล O-NET ไปใช้ตามนโยบายอย่างเหมาะสม ควรดำเนินการอย่างไร
ก. ประกาศผลคะแนนต่อสาธารณชนเพื่อความโปร่งใส
ข. เปรียบเทียบคะแนนกับโรงเรียนอื่นในเขต
ค. ใช้ผลสอบเป็นข้อมูลภายในเพื่อปรับปรุงการสอน
ง. กำหนดเป้าหมายคะแนนขั้นต่ำให้ครูทุกกลุ่มสาระ

 

ข้อ 4

ภาวะ Learning Loss ตามบทความ มีนัยสำคัญต่อการตีความผล O-NET อย่างไร
ก. เป็นเหตุให้ต้องยกเลิกการสอบทันที
ข. ทำให้คะแนนสอบไม่สะท้อนศักยภาพผู้เรียนทั้งหมด
ค. แสดงถึงความล้มเหลวของครูโดยตรง
ง. เป็นหลักฐานว่าการเรียนออนไลน์ไม่มีประสิทธิภาพ

 

ข้อ 5

ในมุมมองการบริหารเชิงนโยบาย การมอบหมายให้เลขาธิการ กพฐ. เร่งทำความเข้าใจเขตพื้นที่ สะท้อนบทบาทใดของผู้บริหารระดับสูงมากที่สุด
ก. การควบคุมและกำกับเชิงอำนาจ
ข. การบริหารโดยใช้ข้อมูลเชิงปริมาณ
ค. การสื่อสารนโยบายและการบริหารการเปลี่ยนแปลง
ง. การกระจายอำนาจให้สถานศึกษาตัดสินใจเอง

 

ข้อ 6

สาระเชิงนโยบายหลักของการยกเลิกการใช้ผล O-NET คือข้อใด
ก. ลดภาระงานครู
ข. ปรับระบบการสอบระดับชาติ
ค. เปลี่ยนการประเมินจากแข่งขันเป็นพัฒนา
ง. เพิ่มอำนาจให้เขตพื้นที่

 

ข้อ 7

การที่เขตพื้นที่นำผล O-NET ไปจัดอันดับโรงเรียน ขัดกับหลักการใดมากที่สุด
ก. หลักความโปร่งใส
ข. หลักความสมัครใจของผู้เรียน
ค. หลักการประเมินเพื่อพัฒนา
ง. หลักการกระจายอำนาจ

 

ข้อ 8

หากท่านเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน ควรใช้ผล O-NET อย่างไรให้สอดคล้องนโยบาย
ก. ใช้กำหนด KPI ครูรายบุคคล
ข. ใช้เป็นข้อมูลสะท้อนจุดแข็ง–จุดอ่อนของการสอน
ค. ใช้เปรียบเทียบกับโรงเรียนข้างเคียง
ง. ใช้ประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์โรงเรียน

 

ข้อ 9

แนวคิด “ไม่ติวเข้ม แต่ปล่อยสอบตามองค์ความรู้จริง” สอดคล้องกับหลักใด
ก. Child-centered Learning
ข. Authentic Assessment
ค. Outcome-based Education
ง. Accountability

 

ข้อ 10

Learning Loss มีผลต่อการบริหารการประเมินอย่างไร
ก. ต้องเพิ่มความเข้มข้นการสอบ
ข. ควรตีความผลสอบด้วยความระมัดระวัง
ค. ควรใช้ผลสอบลงโทษโรงเรียน
ง. ควรยกเลิกการประเมินทั้งหมด

 

ข้อ 11

ข้อใดสะท้อนบทบาทเชิงนโยบายของ รมว.ศธ. ได้ชัดที่สุด
ก. ออกคำสั่งลงโทษโรงเรียน
ข. มอบหมายให้ กพฐ. สร้างความเข้าใจเชิงระบบ
ค. ลดจำนวนการสอบระดับชาติ
ง. ปรับหลักสูตรแกนกลาง

 

ข้อ 12

การไม่ใช้ผล O-NET เลื่อนเงินเดือนครู มีผลเชิงบวกด้านใด
ก. ลดแรงกดดันเชิงตัวเลข
ข. เพิ่มความเข้มข้นการแข่งขัน
ค. เพิ่มการควบคุมคุณภาพ
ง. สร้างมาตรฐานเดียวกัน

 

ข้อ 13

หากชุมชนเรียกร้องให้โรงเรียนติว O-NET เพื่อชื่อเสียง ผู้บริหารควรทำอย่างไร
ก. ปฏิบัติตามเสียงชุมชน
ข. ปฏิเสธโดยไม่อธิบาย
ค. สื่อสารนโยบายและเหตุผลเชิงวิชาการ
ง. ขอเขตพื้นที่ตัดสินใจแทน

 

ข้อ 14

ข้อใด “ไม่ใช่” วัตถุประสงค์ของการสอบ O-NET ตามบทความ
ก. สะท้อนระดับองค์ความรู้
ข. ใช้ข้อมูลพัฒนาการสอน
ค. จัดอันดับความเป็นเลิศ
ง. ประเมินภาพรวมระบบ

 

ข้อ 15

การบริหารการเปลี่ยนแปลงจากระบบแข่งขัน เป็นระบบพัฒนา ต้องเน้นสิ่งใด
ก. คำสั่งและบทลงโทษ
ข. การสื่อสารและความเข้าใจร่วม
ค. การประเมินแบบเข้มงวด
ง. การลดบทบาทครู

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม