
นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า ตนได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนต่าง ๆ ซึ่งพบว่า ถึงแม้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะมีประกาศเรื่อง “ยกเลิกการใช้ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) เป็นองค์ประกอบหนึ่งในการตัดสินผลการเรียนของผู้เรียนที่จบการศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551” ตั้งแต่ปีการศึกษา 2564 เป็นต้นมา รวมถึงไม่นำผล O-NET มาเป็นเกณฑ์พิจารณาในการเลื่อนขั้นเงินเดือนของครูและบุคลากรทางการศึกษา
แต่ขณะนี้โรงเรียนหลายแห่งยังคงมีการสอบ O-NET อยู่ เนื่องจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) บางแห่งได้มีการนำผล O-NET มาจัดอันดับโรงเรียน เพื่อแข่งขันกัน ซึ่งตนไม่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว เพราะจะเป็นการผลักความเครียดและความกดดันของการแข่งขันไปที่นักเรียน โดยได้มอบหมายให้ ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เร่งทำความเข้าใจกับทุกเขตพื้นที่การศึกษา และโรงเรียนที่มีนักเรียนสมัครใจสอบ O-NET ให้รู้ผลคะแนนแค่ภายในโรงเรียน แล้วนำมาปรับปรุงพัฒนาการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนให้ดีขึ้น ไม่ให้มีการนำมาใช้จัดอันดับโรงเรียน
นอกจากนี้ ยังพบว่าหลายโรงเรียนได้มีการสอนเสริม เพื่อเตรียมความพร้อมนักเรียน โดยเฉพาะชั้น ป.6 ชั้น ม.3 เพื่อเข้ารับการทดสอบที่สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ได้กำหนดจัดสอบ O-NET ปีการศึกษา 2564 โดยชั้น ป.6 สอบวันที่ 12 ก.พ.2565 และ ชั้น ม.3 สอบวันที่ 13 ก.พ.นี้ ซึ่งการสอบต้องเป็นไปตามความสมัครใจ ไม่บังคับเด็กเข้าสอบ และขอมอบแนวทางให้ทุกโรงเรียนที่ให้เด็กร่วมสอบว่า ปล่อยให้การสอบ O-NET เป็นไปตามความรู้ความสามารถที่แท้จริงของนักเรียน เพื่อทราบว่าเด็กได้คะแนนเท่าไหร่ อย่างไรก็ตามตนเห็นด้วยกับครูที่เป็นห่วงถึงคะแนน O-NET รอบนี้ ว่าน่าจะได้รับผลกระทบจากการเรียนการสอนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กว่า 2 ปีที่ผ่านมา เพราะไม่สามารถมาเรียนในรูปแบบ On-site ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งคะแนน O-NET นี้ ครูสามารถนำข้อมูลมาพัฒนาการเรียนการสอนของโรงเรียนได้
“อย่ากลัวว่าคะแนนที่ออกมาจะไม่ดี เราไม่ได้สอนเพื่อให้เด็กได้คะแนนสอบสูง แต่ควรเน้นการสอนให้เด็กเข้าใจ รู้จักคิดวิเคราะห์ และประยุกต์ใช้ความรู้ให้เป็น ดิฉันไม่อยากให้เอา O-NET มาสร้างความกดดันให้เด็ก และครูในโรงเรียน อีกทั้งการเรียนรู้ในสถานการณ์โควิด 19 แบบนี้ เด็กย่อมเกิดภาวะความรู้ถดถอยอยู่แล้ว ซึ่งเป็นเหมือนกันทั่วโลก เราไม่จำเป็นต้องติวเน้นให้นักเรียนได้คะแนนสอบสูง เพราะตอนนี้ไม่ได้มีการนำผลคะแนนไปใช้ประกอบการประเมินใด ๆ แล้ว” นางสาวตรีนุช กล่าว
รมว.ศธ. “ตรีนุช เทียนทอง” ไม่เห็นด้วย สพท.บางแห่ง ยังนำผลคะแนน O-NET มาจัดอันดับโรงเรียน แข่งขันกัน ย้ำคะแนนไม่มีผลต่อการประเมินใด ๆ แนะโรงเรียนไม่จัดติว ปล่อยให้เด็กสอบไปตามองค์ความรู้จริงที่มี มอบเลขาฯ กพฐ. เร่งทำความเข้าใจการนำผลสอบเพื่อปรับปรุงพัฒนาการเรียนการสอนให้ดีขึ้น ไม่ใช่เพื่อนำมาจัดอันดับโรงเรียน
ที่มา ; ศธ 360 องศา
เกี่ยวข้องกัน
เรามีการสอบ O-NET ไปเพื่ออะไร?
จากการลงพื้นที่ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ดิฉันพบว่า ยังมีอยู่หลายโรงเรียนที่ยังคงจัดให้มีการติวนักเรียนเพื่อเข้ารับการสอบ O-NET ซึ่งจะมีขึ้นในวันเสาร์-อาทิตย์นี้ และได้ทราบว่า บางเขตพื้นที่ฯ ได้มีการนำผลการทดสอบ O-NET ของแต่ละโรงเรียนในสังกัด มาจัดอันดับเพื่อแข่งขันกัน จนส่งผลให้เกิดความกดดันและความเครียดแก่นักเรียน ซึ่งจะต้องมาเรียนเสริมและสอบให้ได้คะแนนที่สูงขึ้น
ในนามของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดิฉัน ไม่เห็นด้วย ที่แต่ละโรงเรียนจะยังคงจัดให้มีการสอนเสริม (ติว) เพื่อให้นักเรียนต้องเข้ารับการสอบ O-NET โดยไม่ได้เกิดขึ้นจากความสมัครใจของนักเรียนเอง ทั้งนี้ ด้วยเหตุผลว่า
1. หลักในการจัดการทดสอบใด ๆ ก็ตาม ควรเป็นไปเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความถนัดและความสามารถของผู้เรียนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระบวนการหรือวิธีคิด (methodology) มิใช่ การกวดขันเพื่อท่องจำและนำไปใช้แค่ในการสอบครั้งหนึ่ง ๆ
2. ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) กว่า 2 ปีที่ผ่านมา ดิฉันตระหนักถึงเหตุการณ์ที่เพื่อนครูเป็นห่วงถึงผลการทดสอบ O-NET รอบนี้ โดยได้รับผลกระทบจากการเรียนการสอน ที่ไม่สามารถมาเรียนในรูปแบบ On-site ได้อย่างเต็มที่ จึงส่งผลกระทบให้นักเรียนบางส่วนเกิดภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss) ซึ่งเกิดจากการเรียนรู้ที่ขาดความต่อเนื่อง หรือมีประสิทธิภาพน้อยลงเมื่อเทียบกับการเรียนการสอนในสถานการณ์ปกติ
3. จากเหตุผลในข้อ 2. ย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่า นักเรียนทุกคนต้องเผชิญกับภาวะเครียดและแรงกดดันจากการจัดการเรียนสอนในช่วงเวลาที่ผ่านมาอยู่พอสมควรแล้ว
ดังนั้น จึงอยากให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านได้เข้าใจตรงกันว่า ผลการทดสอบ O-NET นั้น เป็นเพียงแค่ตัวชี้วัดหนึ่งที่บ่งบอกถึงองค์ความรู้ที่ใช้ในการสอบของนักเรียนแต่ละคน ซึ่งโรงเรียนหรือหน่วยงานทางการศึกษาสามารถนำผลการทดสอบนี้ไปใช้วางแผนเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนการสอนให้ดียิ่งขึ้นได้ ไม่ใช่การทดสอบเพื่อแข่งขันหรือวัดความเป็นเลิศของนักเรียนหรือโรงเรียนแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ขอให้ทุกโรงเรียนได้ดำเนินการตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เรื่อง "ยกเลิกการใช้ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) เป็นองค์ประกอบหนึ่งในการตัดสินผลการเรียนของผู้เรียนที่จบการศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551” ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปีการศึกษา 2564 เป็นต้นมา อย่างเคร่งครัด และขอยืนยันอีกครั้งว่า กระทรวงฯ จะไม่นำผล O-NET มาเป็นเกณฑ์พิจารณาในการเลื่อนขั้นเงินเดือนของครู และบุคลากรทางการศึกษา แต่อย่างใดค่ะ
ขอบพระคุณค่ะ
ที่มา ; FB #ตรีนุชเทียนทอง
สรุปสาระสำคัญ
นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แสดงจุดยืนชัดเจนไม่เห็นด้วยกับการที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบางแห่งนำผลการทดสอบ O-NET มาจัดอันดับโรงเรียนหรือใช้เป็นเครื่องมือแข่งขัน แม้กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศยกเลิกการใช้ผล O-NET เป็นองค์ประกอบในการตัดสินผลการเรียนของผู้เรียน และไม่ใช้เป็นเกณฑ์เลื่อนขั้นเงินเดือนครู ตั้งแต่ปีการศึกษา 2564 เป็นต้นมาแล้วก็ตาม การนำคะแนนไปจัดอันดับส่งผลให้เกิดความเครียดและแรงกดดันต่อผู้เรียนและครู ซึ่งขัดกับหลักการประเมินเพื่อพัฒนา
รมว.ศธ. เน้นว่าการสอบ O-NET ต้องเป็นไปโดยสมัครใจ ไม่ควรบังคับหรือจัดติวเข้มเพื่อหวังคะแนนสูง เพราะการเรียนรู้ควรมุ่งให้ผู้เรียนเข้าใจ คิดวิเคราะห์ และประยุกต์ใช้ความรู้ได้จริง โดยเฉพาะในสถานการณ์โควิด-19 ที่ยืดเยื้อกว่า 2 ปี ทำให้เกิดภาวะการเรียนรู้ถดถอย (Learning Loss) ในระดับโลก คะแนนสอบจึงควรถูกใช้เป็นข้อมูลสะท้อนคุณภาพการจัดการเรียนการสอนภายในโรงเรียน เพื่อนำไปปรับปรุงพัฒนา มิใช่ใช้เพื่อจัดลำดับหรือสร้างความเป็นเลิศเชิงการแข่งขัน ทั้งนี้ รมว.ศธ.ได้มอบหมายให้เลขาธิการ กพฐ. เร่งสร้างความเข้าใจกับทุกเขตพื้นที่และสถานศึกษาให้ปฏิบัติตามนโยบายอย่างเคร่งครัด
ข้อสอบ
สาระสำคัญที่สุดของนโยบายเกี่ยวกับ O-NET ตามบทความนี้คือข้อใด
ก. ยกเลิกการจัดสอบ O-NET ทุกระดับชั้น
ข. ใช้ผล O-NET เพื่อปรับเงินเดือนครูอย่างเป็นธรรม
ค. ใช้ผล O-NET เป็นข้อมูลพัฒนาการเรียนการสอน ไม่ใช่แข่งขัน
ง. เพิ่มการติวเข้มเพื่อยกระดับคะแนนเฉลี่ยประเทศ
เหตุผลใด “ไม่สอดคล้อง” กับจุดยืนของ รมว.ศธ. ต่อการสอบ O-NET
ก. ลดความเครียดและแรงกดดันของผู้เรียน
ข. เคารพความสมัครใจของนักเรียน
ค. ชดเชยผลกระทบจาก Learning Loss
ง. สร้างแรงจูงใจให้โรงเรียนแข่งขันกันด้านผลสัมฤทธิ์
หากผู้บริหารสถานศึกษานำผล O-NET ไปใช้ตามนโยบายอย่างเหมาะสม ควรดำเนินการอย่างไร
ก. ประกาศผลคะแนนต่อสาธารณชนเพื่อความโปร่งใส
ข. เปรียบเทียบคะแนนกับโรงเรียนอื่นในเขต
ค. ใช้ผลสอบเป็นข้อมูลภายในเพื่อปรับปรุงการสอน
ง. กำหนดเป้าหมายคะแนนขั้นต่ำให้ครูทุกกลุ่มสาระ
ภาวะ Learning Loss ตามบทความ มีนัยสำคัญต่อการตีความผล O-NET อย่างไร
ก. เป็นเหตุให้ต้องยกเลิกการสอบทันที
ข. ทำให้คะแนนสอบไม่สะท้อนศักยภาพผู้เรียนทั้งหมด
ค. แสดงถึงความล้มเหลวของครูโดยตรง
ง. เป็นหลักฐานว่าการเรียนออนไลน์ไม่มีประสิทธิภาพ
ในมุมมองการบริหารเชิงนโยบาย การมอบหมายให้เลขาธิการ กพฐ. เร่งทำความเข้าใจเขตพื้นที่ สะท้อนบทบาทใดของผู้บริหารระดับสูงมากที่สุด
ก. การควบคุมและกำกับเชิงอำนาจ
ข. การบริหารโดยใช้ข้อมูลเชิงปริมาณ
ค. การสื่อสารนโยบายและการบริหารการเปลี่ยนแปลง
ง. การกระจายอำนาจให้สถานศึกษาตัดสินใจเอง
สาระเชิงนโยบายหลักของการยกเลิกการใช้ผล O-NET คือข้อใด
ก. ลดภาระงานครู
ข. ปรับระบบการสอบระดับชาติ
ค. เปลี่ยนการประเมินจากแข่งขันเป็นพัฒนา
ง. เพิ่มอำนาจให้เขตพื้นที่
การที่เขตพื้นที่นำผล O-NET ไปจัดอันดับโรงเรียน ขัดกับหลักการใดมากที่สุด
ก. หลักความโปร่งใส
ข. หลักความสมัครใจของผู้เรียน
ค. หลักการประเมินเพื่อพัฒนา
ง. หลักการกระจายอำนาจ
หากท่านเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน ควรใช้ผล O-NET อย่างไรให้สอดคล้องนโยบาย
ก. ใช้กำหนด KPI ครูรายบุคคล
ข. ใช้เป็นข้อมูลสะท้อนจุดแข็ง–จุดอ่อนของการสอน
ค. ใช้เปรียบเทียบกับโรงเรียนข้างเคียง
ง. ใช้ประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์โรงเรียน
แนวคิด “ไม่ติวเข้ม แต่ปล่อยสอบตามองค์ความรู้จริง” สอดคล้องกับหลักใด
ก. Child-centered Learning
ข. Authentic Assessment
ค. Outcome-based Education
ง. Accountability
Learning Loss มีผลต่อการบริหารการประเมินอย่างไร
ก. ต้องเพิ่มความเข้มข้นการสอบ
ข. ควรตีความผลสอบด้วยความระมัดระวัง
ค. ควรใช้ผลสอบลงโทษโรงเรียน
ง. ควรยกเลิกการประเมินทั้งหมด
ข้อใดสะท้อนบทบาทเชิงนโยบายของ รมว.ศธ. ได้ชัดที่สุด
ก. ออกคำสั่งลงโทษโรงเรียน
ข. มอบหมายให้ กพฐ. สร้างความเข้าใจเชิงระบบ
ค. ลดจำนวนการสอบระดับชาติ
ง. ปรับหลักสูตรแกนกลาง
การไม่ใช้ผล O-NET เลื่อนเงินเดือนครู มีผลเชิงบวกด้านใด
ก. ลดแรงกดดันเชิงตัวเลข
ข. เพิ่มความเข้มข้นการแข่งขัน
ค. เพิ่มการควบคุมคุณภาพ
ง. สร้างมาตรฐานเดียวกัน
หากชุมชนเรียกร้องให้โรงเรียนติว O-NET เพื่อชื่อเสียง ผู้บริหารควรทำอย่างไร
ก. ปฏิบัติตามเสียงชุมชน
ข. ปฏิเสธโดยไม่อธิบาย
ค. สื่อสารนโยบายและเหตุผลเชิงวิชาการ
ง. ขอเขตพื้นที่ตัดสินใจแทน
ข้อใด “ไม่ใช่” วัตถุประสงค์ของการสอบ O-NET ตามบทความ
ก. สะท้อนระดับองค์ความรู้
ข. ใช้ข้อมูลพัฒนาการสอน
ค. จัดอันดับความเป็นเลิศ
ง. ประเมินภาพรวมระบบ
การบริหารการเปลี่ยนแปลงจากระบบแข่งขัน เป็นระบบพัฒนา ต้องเน้นสิ่งใด
ก. คำสั่งและบทลงโทษ
ข. การสื่อสารและความเข้าใจร่วม
ค. การประเมินแบบเข้มงวด
ง. การลดบทบาทครู
คลิกเฉลย >>>