สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M198_“ตรีนุช” ทุ่มงบลุย 1 เขตพื้นที่ 1 รร. คุณภาพชุมชน

เมื่อวันที่ 14 ก.พ. น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ในการประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เมื่อเร็วๆนี้ ตนได้ติดตามการดำเนินงานนโยบายเรื่องโรงเรียนคุณภาพระดับชุมชนว่ามีการขับเคลื่อนไปแล้วมากน้อยแค่ไหน เนื่องจากจะต้องจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ลงไปดำเนินงานให้เห็นผลสำเร็จเป็นรูปธรรมแล้ว ดังนั้นตนจึงต้องการรับทราบข้อมูลภาพรวมต่างๆของการทำโรงเรียนคุณภาพชุมชนมีอุปสรรคหรือปัญหาอย่างไรบ้าง เพราะงบประมาณที่จัดสรรลงไปจะขับเคลื่อนให้เกิดโรงเรียนคุณภาพระดับชุมชนละ 1 เขตพื้นที่การศึกษา 1 โรงเรียนในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ทุกแห่ง ซึ่งหากการจัดทำโรงเรียนคุณภาพชุมชนสำเร็จได้ดีในปีนี้เราจะขยายต่อในปีการศึกษา 2566 อย่างแน่นอน ทั้งนี้ ตนจึงต้องการมาสรุปข้อมูลดูว่าโครงสร้างเดิมก่อนการเป็นโรงเรียนคุณภาพชุมชนมีอะไรบ้าง เช่น การสร้างเครือข่ายโรงเรียนคุณภาพชุมชน เป็นต้น 

เมื่อเร็วๆนี้ดิฉันได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดสกลนครและพบว่า โรงเรียนที่เป็นโรงเรียนคุณภาพชุมชนได้มีการทำความร่วมมือกับโรงเรียนเครือข่ายได้ดีไม่ว่าจะเป็นการใช้ทรัพยากรร่วมกัน หรือการรวมนักเรียนมาเรียนที่เดียวกัน หรือเมื่อมีการรวมโรงเรียนไปแล้วเด็กมีภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่มขึ้นหรือไม่ ซึ่งเท่าที่ได้ฟังเสียงสะท้อนก็มีจำนวนหนึ่งที่อาจมีภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่ม แต่เขตพื้นที่ได้บริหารจัดการจัดรถรับส่งให้ระหว่างบ้านไปโรงเรียน ทั้งนี้เราเข้าใจดีว่าชาวบ้านอาจยังไม่เห็นภาพของการเป็นโรงเรียนคุณภาพระดับชุมชนว่าจะออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งเป็นหน้าที่ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ที่จะลงพื้นที่ไปทำความเข้าใจให้แก่ผู้ปกครองและชุมชนได้รับทราบมากที่สุด เพราะเราต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นโดยเร็ว เพราะจะทำโรงเรียนให้เป็นบ้านสวยอย่างเดียวไม่ได้ แต่จะต้องมีความปลอดภัยกระบวนการเรียนการสอนต้องดี” รมว.ศึกษาธิการ กล่าวและว่า นอกจากนี้ตนยังได้คิดต่อยอดนอกเหนือจากการเป็นโรงเรียนคุณภาพระดับชุมชนที่เด็กจะได้รับประโยชน์แล้ว จะสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ครูและผู้บริหารโรงเรียนด้วย ซึ่งได้มอบให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลกรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ได้จัดทำหลักเกณฑ์ในการคัดผู้อำนวยการโณงเรียนคุณภาพชุมชนด้วย ซึ่งจะต้องมีความรู้ความสามารถและมีประสบการณ์ในการพัฒนาโรงเรียนให้เข้มแข็ง 

ที่มา ; ดลินิวส์ 14 กุมภาพันธ์ 2565 

เกี่ยวข้องกัน

ตรีนุช’ สั่งยกเครื่องเกณฑ์เฟ้น ‘บิ๊ก ร.ร.คุณภาพ’ เคาะงบ 5.2 พันล.เริ่มเฟสแรก 349 โรง

ดิฉันมอบให้สำนักงาน ก.ค.ศ.ลงไปดูรายละเอียด และหลักเกณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการสรรหาผู้อำนวยการโรงเรียน เพราะนอกจากงบประมาณที่จัดสรรลงไปแล้ว ยังจำเป็นต้องคัดเลือกผู้บริหารและครูที่เก่ง ดี มีคุณภาพ สามารถสร้างโรงเรียนที่ดี มีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยให้ชุมชนได้ ตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญ รวมถึงให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทำความเข้าใจกับชุมชน โดยเฉพาะโรงเรียนที่มีเด็กน้อยกว่า 120 คน ซึ่งคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) จะไม่คืนอัตราเกษียนให้มาร่วมสร้างเครือข่ายเพื่อจัดการศึกษาร่วมกัน ทาง ศธ.เข้าใจถึงความเปราะบางของปัญหาในหลายเรื่อง ทั้ง ความเชื่อมั่นของชุมชน รวมถึงค่าเดินทาง ฯลฯ ซึ่งตรงนี้ขอให้เขตพื้นที่ฯรวบรวมปัญหาเพื่อวางแนวทางแก้ไขต่อไป” น.ส.ตรีนุชกล่าว

น.ส.ตรีนุชกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังหารือความคืบหน้าโครงการปักหมุด ตามหาเด็กตกหล่น ที่หลุดจากระบบการศึกษากลับเข้าเรียน คาดว่าภายในเดือนมีนาคมนี้จะได้ตัวเลข ว่าแต่ละพื้นที่ติดตามเด็กกลับมาได้เท่าไร มีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการรับเด็กกลับเข้าเรียนกี่แห่ง รวมถึงมอบหมายให้สำนักงาน ก.ค.ศ.ลงไปดูสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ครูในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการพึ่งจะได้รับ เพื่อให้เห็นว่า นอกจากโอกาศทางการศึกษาของเด็กแล้ว ครูจะได้รับสิทธิประโยชน์ใดในหน้าที่การงานบ้าง 

นายธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) สำหรับโรงเรียนคุณภาพเฟสแรกจะมีจำนนว 349 โรงเรียน เริ่มดำเนินการปี 2565 ประกอบไปด้วยโรงเรียน 3 กลุ่ม คือ โรงเรียนสังกัด สพป. เขตละ 1 โรงเรียน และสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) จังหวัดละ 1 โรงเรียน ส่วนที่เหลือมาจากโรงเรียนสแตนด์อโลน ในพื้นที่ห่างไกล โดยจะมีการจัดสรรงบประมาณปี 2565 กว่า 5,223,914,500 บาท เพื่อพัฒนาสิ่งแวดล้อม อาคารสถานที่ บุคลากร ครูและสื่อการเรียนที่ทันสมัย เป็นการนำโรงเรียนดีมีคุณภาพไปไว้ในชุมชน เพื่อเป็นแม่เหล็กดึงโรงเรียนเล็กมาเรียนร่วมกัน 

เพื่อให้เกิดการพัฒนาต่อเนื่อง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้มีการเสนอของบปี 2566 จำนวน 6,484,676,900 บาท ไว้แล้วเพื่อพัฒนาต่อเนื่อง ส่วนการดำเนินการโรงเรียนคุณภาพเฟส 2 นั้น ขณะนี้ยังไม่ได้ดำเนินการ สพฐ.ต้องการทำเฟสแรกเต็มที่ก่อน เพราะเป็นเรื่องที่ผูกพันกับงบประมาณค่อนข้างมาก ดังนั้น จะต้องทำเฟสแรกให้เป็นโมเดล ร่วมถึงทำวิจัยข้อดี ข้อเสีย เพื่อให้ประชาชน โดยเฉพาะคนในชุมชนเห็นข้อดี ข้อเสีย คาดว่าปลายปี 2565 จะเห็นผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงทราบรายละเอียดว่ามีเรื่องใดที่ต้องปรับปรุงแก้ไข” นายธนุกล่าว 

 

ข่าวเกี่ยวกัน

สพฐ.แจงเกณฑ์ใหม่เฟ้น ‘บิ๊กร.ร.คุณภาพ’ ให้อำนาจ ‘ผอ.เขตฯ’ เลือกเอง ส่งขึ้นทางด่วน หวังได้คนเก่ง ดี  ผอ.ร.ร.เล็กนับจำนวนแด็ก ย้ายขนาดใหญ่ขึ้นได้ แก้สารพัดเกณฑ์อัพเงินเดือนครูกรณีพิเศษ 

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ นายอัมพร  พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มอบหมายให้ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ยกร่างหลักเกณฑ์การคัดเลือกผู้อำนวยการโรงเรียนคุณภาพของชุมชนใหม่นั้น  หลักสำคัญของโรงเรียนคุณภาพฯ เพื่อให้โรงเรียนในชุมชนที่ขาดแคลนทรัพยากร  โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กที่มีเด็กน้อยกว่า 120 คน ซึ่งคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) จะไม่คืนอัตราเกษียณให้ ได้มาใช้ทรัพยากรร่วมกันทั้ง วัสดุอุปกรณ์การเรียน ครู และอาคารสถานที่  เป็นต้น ทั้งนี้ผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นปัจจัยสำคัญที่จะยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ถ้าได้ผู้อำนวยการโรงเรียนที่เก่ง ดี มีคุณภาพ ก็จะทำให้การบริหารจัดการโรงเรียนดังกล่าวมีคุณภาพตามไปด้วย ดังนั้นสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในฐานะหน่วยงานต้นสังกัด จึงกำหนดแนวทางโดยให้งานบุคคลส่งเสริมโรงเรียนคุณภาพ 4-5 เรื่อง หนึ่งในนั้นคือการสรรหาผู้อำนวยการโรงเรียนคุณภาพ เฉพาะโรงเรียนที่มีตำแหน่งว่าง ให้เป็นการคัดกรณีพิเศษ ขณะที่ครูในโรงเรียนขนาดเล็กที่มารวมใช้ทรัพยากรร่วมกับโรงเรียนคุณภาพก็จะได้ประโยชน์ด้วย อาทิ การเลื่อนขั้นเงินเดือนที่อาจจะมากกว่า โรงเรียนปกติทั่วไป ซึ่งตรงนี้ต้อง สพฐ.จะดำเนินการปรับแก้หลักเกณฑ์การเลื่อนขั้นเงินเดือน รวมถึงหลักเกณฑ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป 

นายอัมพร  กล่าวต่อว่า สำหรับการคัดเลือกจะมีความพิเศษเพราะเป็นการย้ายเพื่อยกระดับคุณภาพ โดยจะเปิดโอกาสให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) เป็นคนเสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสมให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) พิจารณาได้เลยไม่ต้องผ่านกระบวนการย้ายช่องทางปกติ ซึ่งจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ แต่ถ้าผู้อำนวยการสพท.เลือกคนผิดมาเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนคุณภาพ ก็จะต้องรับผิดชอบต่อคุณภาพการศึกษาของเขตพื้นที่ฯ ตัวเอง ขณะที่ผู้อำนวยการโรงเรียนขนาดเล็กที่มาร่วมใช้ทรัพยากรกับโรงเรียนคุณภาพ หากต้องการขอย้ายไปโรงเรียนอื่น สามารถนับจำนวนนักเรียนรวมกัน เพื่อจะสามารถย้ายไปโรงเรียนที่มีขนาดใหญ่ใหญ่ขึ้นได้ 

ยืนยันว่า สพฐ.ไม่มีนโยบายยุบโรงเรียนขนาดเล็ก แต่มีโยบายนำโรงเรียนที่ขาดแคลนมาใช้ทรัพยากรร่วมกัน เพื่อประโยชน์ของผู้เรียน ยอมรับว่าอาจมีผู้หาช่องทางทุจริต ไม่ว่าจะเป็นระบบอุปถัมภ์หรือช่องทางใด แต่สุดท้ายแล้ว หากผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ เลือกคนไม่เก่ง ไม่ดี ไม่มีคุณภาพมาบริหารโรงเรียน ก็ต้องรับผิดชอบ การคัดเลือกผู้อำนวยการวิธีพิเศษนี้เหมือนเพิ่มช่องทางด่วนให้กับคนเก่ง ได้มาบริหารโรงเรียนคุณภาพอย่างแท้จริง ”นายอัมพร กล่าว 

ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลหรือไม่จะเกิดกระแสคัดค้านจากโรงเรียนทั่วไป นายอัมพร กล่าวต่อว่า การดำเนินการครั้งนี้ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้โรงเรียนเร่งพัฒนาตัวเอง เพิ่มคุณภาพการจัดการศึกษา

ที่มา ; มติชนออนไลน์

สรุปสาระสำคัญ

นโยบาย “โรงเรียนคุณภาพของชุมชน” เป็นแนวทางสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการในการยกระดับคุณภาพการศึกษา โดยมุ่งจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรให้เกิดโรงเรียนต้นแบบระดับชุมชน เขตพื้นที่ละอย่างน้อย 1 โรงเรียนน เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และใช้ทรัพยากรร่วมกับโรงเรียนเครือข่าย โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนน้อยกว่า 120 คน ซึ่งเผชิญข้อจำกัดด้านบุคลากรและงบประมาณ

การดำเนินงานเน้นทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ความปลอดภัย คุณภาพการจัดการเรียนการสอน และการสร้างความเข้าใจกับชุมชน เนื่องจากการรวมโรงเรียนอาจเพิ่มภาระค่าเดินทางของนักเรียน เขตพื้นที่จึงต้องบริหารจัดการ เช่น จัดรถรับส่ง และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ปกครอง 

อีกประเด็นสำคัญคือ “บทบาทผู้บริหาร” ซึ่งถูกมองว่าเป็นปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จ จึงมีการมอบหมายให้ ก.ค.ศ. กำหนดหลักเกณฑ์คัดเลือกผู้อำนวยการโรงเรียนคุณภาพเป็นกรณีพิเศษ ให้อำนาจผู้อำนวยการเขตพื้นที่เสนอชื่อผู้เหมาะสม โดยต้องรับผิดชอบต่อผลลัพธ์คุณภาพการศึกษา นโยบายนี้ไม่ใช่การยุบโรงเรียน แต่เป็นการใช้ทรัพยากรร่วมกันเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้เรียน ครู และชุมชน พร้อมนำผลการดำเนินงานเฟสแรกไปเป็นต้นแบบปรับปรุงและขยายผลในระยะต่อไป

ข้อสอบ

ข้อที่ 1

สาระสำคัญเชิงนโยบายของ “โรงเรียนคุณภาพของชุมชน” ที่แตกต่างจากการพัฒนาโรงเรียนทั่วไปคือข้อใด
ก. การเพิ่มงบประมาณรายหัวนักเรียนให้เท่ากันทุกโรงเรียน
ข. การยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อลดภาระงบประมาณ
ค. การสร้างศูนย์กลางใช้ทรัพยากรร่วมกันของโรงเรียนในพื้นที่
ง. การมอบอำนาจให้โรงเรียนบริหารตนเองอย่างอิสระ

 

ข้อที่ 2

หากชุมชนกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการรวมโรงเรียน ผู้บริหารเขตพื้นที่ควรดำเนินการใด “สอดคล้องนโยบายมากที่สุด”
ก. ชะลอการดำเนินโครงการออกไปก่อน
ข. ให้โรงเรียนจัดเก็บค่าเดินทางจากผู้ปกครอง
ค. จัดระบบรถรับส่งและสื่อสารสร้างความเข้าใจเชิงรุก
ง. ปรับลดจำนวนโรงเรียนคุณภาพในเขตพื้นที่

 

ข้อที่ 3

เหตุผลสำคัญที่ต้องคัดเลือกผู้อำนวยการโรงเรียนคุณภาพด้วย “กรณีพิเศษ” คือข้อใด
ก. เพื่อแก้ปัญหาผู้บริหารขาดแคลน
ข. เพื่อเร่งรัดกระบวนการโยกย้ายตามอาวุโส
ค. เพราะงบประมาณสูงต้องมีผู้รับผิดชอบชัดเจน
ง. เพราะผู้บริหารเป็นปัจจัยชี้ขาดคุณภาพการจัดการศึกษา

 

ข้อที่ 4

หากผู้อำนวยการเขตพื้นที่เลือกผู้บริหารโรงเรียนคุณภาพที่ไม่เหมาะสม ผลที่เกิดขึ้นตามนโยบายคือข้อใด
ก. ก.ค.ศ. ต้องรับผิดชอบแทน
ข. โรงเรียนต้องกลับสู่ระบบปกติ
ค. ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ต้องรับผิดชอบต่อคุณภาพ
ง. ยกเลิกหลักเกณฑ์การคัดเลือกแบบพิเศษ

 

ข้อที่ 5

ข้อใดสะท้อน “แนวคิดเชิงระบบ” ของโรงเรียนคุณภาพของชุมชนได้ชัดเจนที่สุด
ก. มุ่งพัฒนาอาคารสถานที่เป็นลำดับแรก
ข. ใช้ทรัพยากรร่วม พัฒนาคน และวิจัยผลลัพธ์เพื่อนำไปปรับปรุง
ค. ให้โรงเรียนขนาดใหญ่ดูแลโรงเรียนขนาดเล็กทั้งหมด
ง. เพิ่มเงินเดือนครูเพื่อสร้างแรงจูงใจหลัก

 

ข้อที่ 6

เป้าหมายเชิงโครงสร้างของนโยบายโรงเรียนคุณภาพของชุมชนคือข้อใด
ก. ลดจำนวนโรงเรียนในระบบ
ข. รวมศูนย์งบประมาณเข้าสู่โรงเรียนขนาดใหญ่
ค. สร้างโรงเรียนศูนย์กลางใช้ทรัพยากรร่วมกัน
ง. เพิ่มการแข่งขันระหว่างโรงเรียน

 

ข้อที่ 7

ข้อใดสะท้อนบทบาทของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ได้ชัดเจนที่สุด
ก. จัดสรรงบประมาณโดยตรงแก่โรงเรียน
ข. สื่อสารสร้างความเข้าใจกับชุมชน
ค. ควบคุมหลักสูตรสถานศึกษา
ง. แต่งตั้งครูผู้สอนเป็นรายบุคคล

 

ข้อที่ 8

หากชุมชนไม่เชื่อมั่นต่อการรวมโรงเรียน ผู้บริหารควรใช้แนวทางใดก่อน
ก. ใช้อำนาจตามนโยบายส่วนกลาง
ข. ชี้แจงเฉพาะผู้บริหารท้องถิ่น
ค. เร่งก่อสร้างอาคารให้เห็นผล
ง. สื่อสารเชิงมีส่วนร่วมและอธิบายประโยชน์ผู้เรียน

 

ข้อที่ 9

ปัญหาค่าเดินทางของนักเรียนหลังรวมโรงเรียน สะท้อนประเด็นใดมากที่สุด
ก. ประสิทธิภาพงบประมาณ
ข. ความเสมอภาคทางการศึกษา
ค. คุณภาพการเรียนการสอน
ง. ภาวะผู้นำผู้บริหาร

 

ข้อที่ 10

เหตุใดผู้อำนวยการโรงเรียนจึงถูกมองเป็น “ปัจจัยชี้ขาด”
ก. เป็นผู้ควบคุมงบประมาณ
ข. เป็นผู้ตัดสินใจเรื่องหลักสูตร
ค. เป็นแกนกลางการบริหารจัดการทั้งระบบ
ง. เป็นผู้แทนหน่วยงานต้นสังกัด

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม