
วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ประธานกรรมการ คณะกรรมการ PISA แห่งชาติ ประชุมคณะกรรมการ PISA แห่งชาติ ครั้งที่ 3/2/2563 จัดโดยสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการ PISA แห่งชาติ ณ ห้องประชุม 5 ชั้น 1 อาคารสำนักงานคณะกรรมการ การอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานโปรแกรมประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล Programme for International student Assessment หรือ PISA ซึ่งการประเมินดังกล่าวริเริ่มโดย องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operato and Development หรือ OECD มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินคุณภาพของระบบการศึกษาในการเตรียมความพร้อมให้ประชาชนมีศักยภาพหรือความสามารถพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลง สำหรับประเทศไทย ได้เข้าร่วมการประเมิน PISA มาตั้งแต่รอบแรก (PISA 2000) ในปี 2543 จนถึงรอบการประเมินปัจจุบัน คือ PISA 2021 ซึ่งเน้นการประเมินด้านคณิตย์ศาสตร์ และมีการประเมินเพิ่มเติมด้านความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking) โดยมีประเทศเข้าร่วมการประเมิน 88 ประเทศ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมการสำหรับจัดสอบ PISA 2021 ซึ่งในกำหนดการปกติทาง OECD กำหนดให้จัดสอบ PISA 2021 รอบทดลองใช้เครื่องมือ (Field Trial) ในปี ค.ศ.2020 จัดสอบรอบการวิจัยหลัก (Main Survey) ในปี ค.ศ.2021 และประกาศผลการประเมินในปี ค.ศ.2022
นพ.ธีระเกียรติ กล่าวต่อว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของ PISA ของประเทศต่างๆ ทำให้ประเทศส่วนใหญ่ยังไม่สามารถจัดสอบรอบ Field Trial ได้ เนื่องจากมีการประกาศปิดโรงเรียนทั่วประเทศ ที่ประชุมคณะกรรมการ PISA และ OECD จึงมีข้อสรุปร่วมกันว่าให้มีการเลื่อนการดำเนินงาน PISA 2021 ออกไปเป็นระยะเวลา 1 ปี ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาเครื่องมือและการเก็บข้อมูลอย่างมีคุณภาพทัดเทียมกับรอบการประเมินที่ผ่านมา ดังนั้น จึงทำให้จะมีการจัดสอบรอบ Field Trial ในปี ค.ศ.2021 และสอบรอบ Main Survey ในปี ค.ศ.2022 ซึ่งต่อไปในรอบการประเมินดังกล่าว จะเรียกว่า PISA 2022 และสำหรับประเทศไทยการประเมิน PISA 2022 จะมีการจัดสอบรอบ Field Trial ในเดือนสิงหาคม 2564 และจัดสอบรอบ Main Survey ในเดือนสิงหาคม 2565
นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า วันนี้ในที่ประชุมคณะกรรมการ PISA เราได้มีการวิเคราะห์ผลการประเมิน PISA ของไทยที่ผ่านมา พบว่ามีปัญหาอย่างยิ่งในการอ่าน ซึ่งไม่ใช่เด็กไทยอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ แต่จากผลวิเคราะห์พบว่าเด็กไทยอ่านยาวๆไม่ได้ อ่านแล้วไม่ค่อยคิดตาม และอ่านแล้วเชื่อง่ายมาก ไม่ประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่อ่านเลย และอ่านแล้วไม่สามารถเชื่อมโยงเนื้อหาที่อ่านได้ และถึงแม้จะมีข้อมูลว่าเด็กไทยอ่านหนังสือมากขึ้น แต่ตามสัดส่วนก็ยังถือว่าอ่านน้อยอยู่ ดังนั้น คณะกรรมการ PISA ชุดนี้ จะผลักดันการเรียนการสอนให้ไปสู่จุดนี้ได้ เราต้องเตรียมการเรียนการสอนเรื่องนี้ให้ตั้งแต่เด็ก เพื่อให้เด็กคิดเป็น ซึ่งนักการศึกษาส่วนใหญ่ก็เห็นเป้าหมายตรงนี้ แต่วิธีจะผลักดันนอกจากการเรียนสายสามัญ การอบรมครู การเปลี่ยนหลักสูตรต่างๆ ซึ่งเราก็ทำมาเยอะแล้ว ที่ประชุมคณะกรรมกรรมการ PISA ชุดนี้จึงเห็นควรให้มีเครื่องมือวัดการประเมินที่ได้มาตรฐานโลก และมีโปรแกรมการประเมินสมรรถนะนักเรียนที่ส่งตรงมาจาก OECD โดยตรง และให้เน้นการประเมินเพื่อผลักดันการศึกษาและการเรียนรู้ให้ไปในแนวทางที่ได้มาตรฐานสากล PISA
นอกจากนี้ ในที่ประชุมได้เสนอโครงการพัฒนาการอ่าน ให้ได้ดี อ่านแล้วจะต้องใช้วิจารณญาณ ในการคิด วิเคราะห์ แล้วประเมินข้อมูลได้ไม่เใช่ชื่ออะไรง่ายๆ อ่านแล้วสามารถเชื่อมโยงเนื้อหาได้ด้วย ดังนั้นคณะกรรมการฯชุดนี้จะผลักดันให้ปรับการเรียนการสอน และการปรับการเมินที่มีมาตรฐาสากลเพื่อยกระดับ PISA และยกระดับการศึกษาเราให้ได้
ที่มา ; แนวหน้า วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
ข่าวเกี่ยวกัน
โควิดกระทบ!เลื่อนจัดสอบ PISA 2021 เป็น “PISA 2022”
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) แจ้งว่า ตามที่ได้ทำหน้าที่เป็นศูนย์แห่งชาติ ดำเนินงานโปรแกรมประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (Programme for International Student Assessmentหรือ PISA) ซึ่งริเริ่มโดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development หรือ OECD) เพื่อประเมินคุณภาพระบบการศึกษาในการเตรียมความพร้อมให้ประชาชนมีศักยภาพหรือความสามารถพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งไทยได้เข้าร่วมการประเมินPISA ตั้งแต่รอบแรก (PISA 2000) ในปี พ.ศ. 2543 จนถึงรอบการประเมินปัจจุบัน คือ PISA 2021 โดยเน้นประเมินด้านคณิตศาสตร์ และมีการประเมินเพิ่มเติมด้านความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking) ซึ่งมีประเทศเข้าร่วมประเมิน88ประเทศ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมการสำหรับจัดสอบ PISA2021 ซึ่งในกำหนดการปกติ OECD กำหนดให้จัดสอบ PISA 2021 รอบทดลองใช้เครื่องมือ (Field Trial) ในปี ค.ศ. 2020 จัดสอบรอบการวิจัยหลัก (Main Survey) ในปี ค.ศ. 2021 และประกาศผลการประเมินในปี ค.ศ. 2022
อย่างไรก็ตาม จากวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานสำหรับการประเมิน PISA2021 ของประเทศต่าง ๆ ซึ่งทำให้ประเทศส่วนใหญ่ยังไม่สามารถจัดสอบรอบ Field Trial ได้ เนื่องจากมีการประกาศปิดโรงเรียนทั่วประเทศ ทั้งนี้ ภายหลังจากการประชุมสภาบริหารของโปรแกรม PISA (PISA Governing Boardหรือ PGB) ครั้งที่ 49 และการประชุมคณะกรรมการ PISA Executive Group (EXG) ประเทศในกลุ่มสมาชิก OECDจำนวน 37 ประเทศ และประเทศที่เป็นสมาชิกสมทบ (Associate members) 2 ประเทศ ซึ่งรวมทั้งประเทศไทยในฐานะสมาชิกสมทบ มีข้อสรุปร่วมกันว่าให้เลื่อนการดำเนินงาน PISA 2021 ออกไป1 ปี เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาเครื่องมือและการเก็บข้อมูลได้อย่างมีคุณภาพทัดเทียมกับรอบการประเมินที่ผ่านมา
ดังนั้น จึงทำให้จะมีการจัดสอบรอบ Field Trial ในปี ค.ศ. 2021 และสอบรอบ Main Survey ในปี ค.ศ. 2022 ซึ่งต่อไปรอบการประเมินดังกล่าว จะเรียกว่า PISA 2022 สำหรับประเทศไทยการประเมิน PISA 2022 จะมีการจัดสอบรอบField Trial ในเดือนสิงหาคม 2564 และจัดสอบรอบ Main Survey ในเดือนสิงหาคม 2565
ที่มา ; สยามรัฐออนไลน์ 14 กรกฎาคม 2563
การประชุมคณะกรรมการ PISA แห่งชาติ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2563 มีเป้าหมายขับเคลื่อนการดำเนินงานประเมินสมรรถนะนักเรียนตามโครงการ PISA ซึ่งจัดโดย OECD เพื่อวัดคุณภาพระบบการศึกษาในการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อชีวิตในโลกยุคใหม่ ประเทศไทยเข้าร่วมตั้งแต่ปี 2543 โดยรอบ PISA 2021 เน้นคณิตศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์ อย่างไรก็ตาม การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ต้องเลื่อนการประเมินออกไป 1 ปี เป็น PISA 2022 เพื่อรักษาคุณภาพเครื่องมือและการเก็บข้อมูล
ผลการวิเคราะห์ที่ผ่านมา พบจุดอ่อนสำคัญของนักเรียนไทยด้านการอ่าน โดยไม่ใช่การอ่านไม่ออก แต่เป็นการอ่านไม่ลึก ไม่คิดวิเคราะห์ ขาดการประเมินความน่าเชื่อถือ และไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้ แม้มีแนวโน้มอ่านมากขึ้นแต่ยังไม่เพียงพอ
แนวทางพัฒนาจึงเน้นปรับการเรียนการสอนให้ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ และการเชื่อมโยงความรู้ พร้อมใช้เครื่องมือประเมินมาตรฐานสากลของ PISA เป็นกลไกขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษา รวมถึงการพัฒนาครู หลักสูตร และระบบประเมิน เพื่อยกระดับสมรรถนะผู้เรียนให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของโลก
ข้อ 1 วัตถุประสงค์หลักของ PISA คือข้อใด
ก. วัดความรู้ตามหลักสูตร
ข. ประเมินสมรรถนะที่ใช้ในชีวิตจริง
ค. จัดอันดับโรงเรียน
ง. วัดความสามารถเฉพาะด้านวิชาการ
เฉลย: ข
เหตุผล: PISA เน้นทักษะที่ใช้ได้จริง ไม่ใช่เนื้อหาตามหลักสูตร
ข้อ 2 สาเหตุสำคัญที่เลื่อน PISA 2021 คืออะไร
ก. งบประมาณไม่เพียงพอ
ข. ประเทศไม่พร้อม
ค. โควิด-19
ง. เครื่องมือไม่ทันสมัย
เฉลย: ค
เหตุผล: การระบาดทำให้จัดสอบไม่ได้
ข้อ 3 จุดอ่อนสำคัญของนักเรียนไทยด้านการอ่านคือข้อใด
ก. อ่านไม่ออก
ข. เขียนไม่ได้
ค. อ่านไม่วิเคราะห์
ง. ไม่สนใจเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: ปัญหาคือการคิดวิเคราะห์จากการอ่าน
ข้อ 4 การอ่านแบบใดที่ควรส่งเสริมมากที่สุด
ก. อ่านเร็ว
ข. อ่านท่องจำ
ค. อ่านเพื่อสอบ
ง. อ่านอย่างมีวิจารณญาณ
เฉลย: ง
เหตุผล: สอดคล้องเป้าหมาย PISA
ข้อ 5 การเพิ่มเครื่องมือประเมินมาตรฐานสากลมีเป้าหมายเพื่ออะไร
ก. เพิ่มคะแนนสอบ
ข. ควบคุมโรงเรียน
ค. ยกระดับคุณภาพการศึกษา
ง. ลดภาระครู
เฉลย: ค
เหตุผล: ใช้เป็นกลไกพัฒนาระบบ
ข้อ 6 หากเป็นผู้บริหาร ควรแก้ปัญหาการอ่านอย่างไร
ก. เพิ่มการบ้าน
ข. ฝึกท่องจำ
ค. จัดกิจกรรมคิดวิเคราะห์จากการอ่าน
ง. ลดเนื้อหา
เฉลย: ค
เหตุผล: ตรงกับปัญหาที่แท้จริง
ข้อ 7 การประเมิน Creative Thinking มีความสำคัญอย่างไร
ก. ใช้สอบแข่งขัน
ข. เพิ่มคะแนนเฉลี่ย
ค. พัฒนาทักษะการคิดใหม่
ง. ลดความเครียด
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นทักษะศตวรรษที่ 21
ข้อ 8 แนวทางใดสอดคล้องกับ PISA มากที่สุด
ก. เน้นท่องจำ
ข. เน้นข้อสอบปลายภาค
ค. เน้นการคิดและแก้ปัญหา
ง. เน้นเนื้อหามาก
เฉลย: ค
เหตุผล: PISA วัดสมรรถนะ
ข้อ 9 การเลื่อนสอบช่วยให้เกิดผลดีอย่างไร
ก. ลดการแข่งขัน
ข. เพิ่มเวลาเรียน
ค. พัฒนาเครื่องมือให้มีคุณภาพ
ง. ลดค่าใช้จ่าย
เฉลย: ค
เหตุผล: เพื่อความเที่ยงตรงของข้อมูล
ข้อ 10 หากครูต้องการพัฒนาผู้เรียนให้สอดคล้อง PISA ควรทำอย่างไร
ก. สอนตามหนังสือ
ข. เพิ่มข้อสอบ
ค. ฝึกคิด วิเคราะห์ เชื่อมโยง
ง. เน้นคะแนน
เฉลย: ค
เหตุผล: ตรงกับสมรรถนะที่ PISA วัด