สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M206_‘ตรีนุช’ เร่งขับเคลื่อนนโยบายลดความเหลื่อมล้ำการศึกษา

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม น..ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในการประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ  ผ่านระบบ Video Conference ว่า พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งตน ได้เน้นย้ำ 3 เรื่อง คือ 

          1.พาน้องกลับมาเรียน ซึ่งศธ.มีโครงการอาชีวะ อยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ที่รองรับเด็กจบจากมัธยมศึกษาตอนต้นเข้ามาเรียน ส่วนผู้เรียนอายุมากกว่า 15 ปี ก็สามารถเข้ามาเรียนการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ได้ 

          2.ความปลอดภัยในสถานศึกษา หรือ MOE SAFETY CENTER และ

          3.การแก้ไขปัญหาหนี้ครู 

การประชุมครั้งนี้ ได้ประชุมร่วมกับทุกหน่วยงานในสังกัด ศธทั้งส่วนกลาง และภูมิภาค เพื่อให้เกิดการบูรณาการร่วมกัน พร้อมกับให้กำลังใจในส่วนของภูมิภาค ที่ทำงานอย่างหนักในช่วงของการแพร่ระบอดชองเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ทั้ง 3 เรื่องหลัก เป็นเรื่องค่อนข้างใหญ่ แต่จะทำอย่างไรที่จะเกิดขึ้นให้ได้ แอละจับต้องได้ เพราะการดำเนินงานของ ศธหนึ่งเรื่อง จะใช้เวลาในการดำเนินการกว่าจะเห็นเป็นรูปธรรม แต่ดิฉันจะเรื่องการดำเนินงานต่างๆให้เร็วที่สุด” ..ตรีนุช กล่าว  

..ตรีนุช กล่าวต่อว่า นอกจากนี้จะไปวางแผนต่อไปด้วย ว่าในช่วงปิดภาคเรียนนี้ จะทำอย่างไรที่จะสอนเสริมให้ความรู้กับเด็กที่อยู่ภาวะการเรียนรู้ถดถอย (Learning Loss) เพื่อให้เด็กได้กลับเข้าสู่ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ให้ดียิ่งขึ้น เพราะเราต้องอยู่กับโควิด-19ไปอีกระยะหนึ่ง  

ด้านนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวต่อว่า การสอนเสริมให้เด็กเกิดภาวการณ์เรียนรู้ถดถอยนั้น จะมีหลากหลายวิธีการ แต่มีเป้าหมายหลักคือต้องเสริมเรื่องการอ่านออกเขียนได้ ส่วนวิธีการจะใช้วิธีการที่หลากหลาย เช่น ช่วยสอนเสริมทางออนไลน์ ให้ใบงาน เป็นต้น  

 

เกี่ยวข้องกัน

สพฐ.’ ย้ำปีการศึกษา 2565 เน้นซ่อมสร้างให้เด็กมีคุณภาพ หลังโควิดทำน.ร.เกิดภาวะการเรียนรู้ถดถอย

          1.จะทำอย่างไรให้ จ.ราชบุรี มีโรงเรียนคุณภาพระดับประถมศึกษา กระจายอยู่ทุกตำบล ทุกพื้นที่ เพื่อให้นักเรียนมีโอกาสได้เรียนในโรงเรียนคุณภาพที่ใกล้ที่สุด แต่จากการติดตามการสร้างโรงเรียนคุณภาพ พบว่าการดำเนินงานยังไม่เป็นไปตามทิศทางที่ควรจะเป็น จึงให้การบ้าน เขตพื้นที่ฯ ให้ไปปักหมุดโรงเรียนคุณภาพใหม่ พร้อมกับหาวิธีการยกระดับโรงเรียน และหาวิธีที่จะให้โรงเรียนอื่นๆ โดยรอบเข้ามาใช้ทรัพยากรของดรงเรียนคุณภาพได้อย่างไร 

          2.การดำเนินโครงการพาน้องกลับมาเรียน จากการติดตามพบว่า จ.ราชบุรีสามารถพาเด็กกลับมาเรียนได้ 116 คนแล้ว โดยรัฐมนตรีว่าการ ศธให้การบ้านไปว่า แม้จะตามเด็กกลับมาเรียนได้ แต่วันพรุ่งนี้เด็กก็อาจจะออกจากระบบไปอีกก็ได้ ดังนั้นจะทำอย่างไรถึงจะรู้ปัญหา สาเหตุของเด็กแต่ละคน และจะมีวิธีการช่วยเหลือร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ อย่างไร โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ที่มีโครงการอาชีวะ อยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพอยู่ อาจจะให้ไปเรียน หรือช่วยฝึกอาชีพให้เด็กมีงานทำ เพื่อให้เด็กไปช่วยเหลือผู้ปกครองต่อ ถือเป็นการแก้ไขปัญหาความยากจนโดยใช้การสึกษาเข้ามาช่วย และ 

          3.การสร้างสถานศึกษาปลอดภัย ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ อยากให้เขตพื้นที่ฯ สร้างความเข้าใจกับผู้ปกครอง นักเรียน และชุมชน ว่าโรงเรียนเป็นสถานที่ปลอดภัย แต่ถ้าพบว่ามีความไม่ปลอดภัยเกิดขึ้น สามารถรายงานผ่านช่องทางต่างๆที่กำหนด ศธ.ไว้ได้ 

จากการลงพื้นที่ครั้งนี้ ถือเป็นการสะท้อนหรือไม่ ว่าเขตพื้นที่ฯ อาจจะไม่เข้าใจนโยบายดีพอ ผมมองว่าเป็นเรื่องปกติ อะไรที่เราดำเนินการใหม่ จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ แต่เมื่อมีปัญหาต้องเรียนรู้และหาทางแก้ไข คิดว่าเป็นเรื่องดี เมื่อมาลงพื้นที่แล้วพบปัญหานี้ จะนำไปศึกษาหาวิธีแก้ไข ถ้าเราไม่ลงพื้นที่เราจะไม่รู้ปัญหาและจะไม่เกิดการต่อยอด ดังนั้นผมจะไปหาวิธีการสร้างความเข้าใจที่ชัดเจนมากขึ้นกว่าเดิม โดยการติวเข้มผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่ (สพท.) เพราะถ้า ผอ.สพท.ไม่เข้าใจนโยบาย จะอธิบายให้กับโรงเรียนไม่เข้าไปตามไปด้วยนายอัมพร กล่าว 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ทางพื้นที่สะท้อนมาว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ต้องเรียนออนไลน์ ส่งผลให้เด็กเกิดภาวการณ์เรียนรู้ถดถอย (Learning Loss) นายอัมพร กล่าวว่า วันนี้ไม่มีใครอยากให้เกิดปัญหานี้ แต่โลกเรากำลังพบเจอกับโรคระบาดอยู่ ดังนั้นเราจะช่วยกันอย่างไร และจะมีวิธีการเติมความรู้เด็กได้อย่างไร ซึ่งในปี 2565 รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ให้การบ้านว่า ในปีการศึกษา 2565 การเรียนการสอนจะไม่ใช่การต่อยอดสู่ความเป็นเลิศ แต่เป็นปีซ่อมสร้างเพื่อให้เด็กมีคุณภาพการศึกษาเหมือนเดิม  

 

สรุปสาระสำคัญ

 

บทความสะท้อนนโยบายสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 โดย น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการ ศธ. เน้น 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ (1) โครงการ “พาน้องกลับมาเรียน” เพื่อดึงเด็กหลุดออกจากระบบกลับสู่การศึกษา ผ่านทั้งระบบโรงเรียน อาชีวศึกษา และการศึกษานอกระบบ (2) ความปลอดภัยในสถานศึกษา ภายใต้ MOE Safety Center เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้เรียน ผู้ปกครอง และชุมชน และ (3) การแก้ปัญหาหนี้สินครู ควบคู่กับการบูรณาการทำงานของทุกหน่วยงานในสังกัด ศธ. ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและรวดเร็วขึ้น
นอกจากนี้ ศธ. ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาภาวะการเรียนรู้ถดถอย (Learning Loss) โดยวางแผนสอนเสริมช่วงปิดภาคเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมผู้เรียนก่อนเปิดภาคเรียนใหม่ โดยเฉพาะทักษะการอ่านออกเขียนได้ ซึ่ง กพฐ. สนับสนุนการใช้วิธีการหลากหลาย เช่น การสอนเสริมออนไลน์และใบงาน
การลงพื้นที่ของรัฐมนตรีและ กพฐ. ยังเน้นการยกระดับโรงเรียนคุณภาพ การทำงานเชิงรุกกับเด็กแต่ละราย และการสร้างความเข้าใจนโยบายแก่ผู้บริหารเขตพื้นที่ เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายสอดคล้องกับบริบทจริง โดยปีการศึกษา 2565 ถูกกำหนดเป็น “ปีแห่งการซ่อมสร้าง” เพื่อฟื้นคุณภาพผู้เรียนมากกว่าการมุ่งสู่ความเป็นเลิศ
 

ข้อสอบ

 

ข้อ 1 นโยบาย “พาน้องกลับมาเรียน” จะเกิดความยั่งยืนมากที่สุด หากเขตพื้นที่ดำเนินการตามแนวคิดใด
ก. เพิ่มจำนวนเด็กที่กลับมาเรียนให้มากที่สุดในระยะสั้น
ข. บังคับใช้มาตรการทางกฎหมายกับผู้ปกครอง
ค. วิเคราะห์ปัญหาเชิงรายบุคคลและบูรณาการกับหน่วยงานอื่น
ง. ขยายชั้นเรียนออนไลน์ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่

 

ข้อ 2 หากสถานศึกษาต้องการสอดคล้องกับแนวคิด MOE Safety Center มากที่สุด ควรดำเนินการใดเป็นลำดับแรก
ก. ติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม
ข. สร้างความเข้าใจและช่องทางรายงานความไม่ปลอดภัย
ค. จัดเวรยามตลอด 24 ชั่วโมง
ง. ออกระเบียบลงโทษที่เข้มงวด

 

ข้อ 3 การกำหนดปีการศึกษา 2565 เป็น “ปีซ่อมสร้าง” สะท้อนการตัดสินใจเชิงนโยบายแบบใด
ก. มุ่งแข่งขันและยกระดับความเป็นเลิศ
ข. เน้นความเสมอภาคด้านทรัพยากร
ค. ฟื้นฟูคุณภาพพื้นฐานของผู้เรียนหลังวิกฤต
ง. ลดบทบาทของการประเมินผล

 

ข้อ 4 หาก ผอ.สพท. ไม่เข้าใจนโยบาย ศธ. ผลกระทบที่น่ากังวลที่สุดคือข้อใด
ก. งบประมาณไม่เพียงพอ
ข. โรงเรียนตีความนโยบายคลาดเคลื่อน
ค. ครูขาดแรงจูงใจ
ง. ผู้ปกครองไม่ให้ความร่วมมือ

 

ข้อ 5 มาตรการสอนเสริมเพื่อลด Learning Loss ที่สอดคล้องบทความมากที่สุดคือข้อใด
ก. เพิ่มชั่วโมงเรียนวิชาการขั้นสูง
ข. เร่งสอนตามหลักสูตรปกติให้ครบ
ค. มุ่งเสริมทักษะอ่านออกเขียนได้ด้วยวิธีหลากหลาย
ง. ใช้การสอบวัดผลเข้มข้น

 

คลิกเฉลย >>>

 

ความเห็นของผู้ชม