สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ก.ค.ศ. ปรับหลักเกณฑ์วิธีการการสรรหา “ครูผู้ช่วย”

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.)  ครั้งที่ 13/2566 วันพฤหัสบดีที่ 28 ธันวาคม 2566 ซึ่งที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและมีมติที่สำคัญ ดังนี้ 

เห็นชอบ (ร่าง) แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการดำเนินการสรรหาบุคคล เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย 

เพื่อให้การดำเนินการสรรหาฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย ภายใต้หลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด เป็นมาตรฐานเดียวกัน สามารถสรรหาบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ มีศักยภาพ ตรงตามความต้องการจำเป็นของสถานศึกษา โดยยึดถือระบบคุณธรรม ความเสมอภาค ความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เป็นไปตามมาตรฐานวิชาเอก ที่ ก.ค.ศ. กำหนด และยังคงหลักการเพื่อให้ได้ครูที่เป็นคนเก่ง คนดี มีศักยภาพและมีประสบการณ์ในการสอน ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน รวมทั้งประโยชน์ต่อส่วนราชการและหน่วยงานการศึกษา จึงได้มีมติให้กำหนดแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการดำเนินการสรรหาฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้ 

1. ให้ส่วนราชการดำเนินการบริหารจัดการเกี่ยวกับการออกข้อสอบ ภาค ก และ ภาค ข โดยยังคงให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ.ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง แล้วแต่กรณี เป็นผู้ดำเนินการคัดเลือก เพื่อให้การสอบเป็นมาตรฐานเดียวกัน   

2. กำหนดรายละเอียดองค์ประกอบการประเมิน ภาค ค ความเหมาะสมกับตำแหน่งและวิชาชีพ เพิ่มเติม โดยคงองค์ประกอบตามหลักสูตรแนบท้ายหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด เพื่อให้การประเมินดำเนินการภายใต้องค์ประกอบเดียวกัน ลดการใช้ดุลยพินิจในการประเมิน และให้เพิ่มการประเมินเรื่องความเข้าใจเรื่องประวัติศาสตร์ชาติไทย จิตสำนึกเรื่องการรักชาติ รักประเทศ จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และคุณธรรมจริยธรรม ไว้ด้วย

3. กรณีที่ได้ผู้ได้รับการคัดเลือกไม่ครบตามจำนวนตำแหน่งว่างที่ประกาศรับสมัครไว้ ให้ส่วนราชการบริหารจัดการตำแหน่งว่างดังกล่าวได้ตามความเหมาะสมโดยให้คำนึงถึงประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารจัดการตำแหน่งเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการขาดแคลนครูในสถานศึกษา และประหยัดงบประมาณในการดำเนินการสอบคัดเลือก

4. การกำหนดสาขาวิชาเอกเพื่อใช้ในการคัดเลือก สำหรับสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้คำนึงถึงเกณฑ์มาตรฐานวิชาเอก ที่ ก.ค.ศ. กำหนด ทั้งนี้ (ร่าง) แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการดำเนินการสรรหาฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย นี้ ให้ใช้กับทุกส่วนราชการ เพื่อให้สามารถดำเนินการในปี พ.ศ. 2567 ได้ทันตามแผนการดำเนินการของส่วนราชการ 

เห็นชอบ การปรับปรุงรายละเอียดหลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ว 14/2566) 

สืบเนื่องจากการดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยใช้หลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันฯ ตาม ว 14/2566 ซึ่งกำหนดให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารการศึกษาพิเศษเป็นผู้บริหารจัดการเกี่ยวกับการออกข้อสอบภาค ก และภาค ข พบว่า การดำเนินการในปี พ.ศ. 2566 การออกข้อสอบ ภาค ก และ ภาค ข ในแต่ละเขตพื้นที่การศึกษาไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการดำเนินการ 

ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการบริหารจัดการเกี่ยวกับการออกข้อสอบเป็นมาตรฐานเดียวกัน และได้บุคคลที่มีความรู้ ความสามารถภายใต้การดำเนินการที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ก.ค.ศ. จึงมีมติยกเลิกข้อ 9 อนุ 9.1 ตาม ว 14/2566 ที่กำหนดให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา และ อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ เป็นผู้บริหารจัดการเกี่ยวกับการออกข้อสอบ ภาค ก ความรู้ความสามารถทั่วไป และ ภาค ข มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ และให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นผู้บริหารจัดการเกี่ยวกับการออกข้อสอบ ภาค ก ความรู้ความสามารถทั่วไป และ ภาค ข มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ ตามแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการดำเนินการสรรหาฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย 

ทั้งนี้ เพื่อให้ได้บุคคลที่มีความรู้ ความสามารถภายใต้การดำเนินการที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยยึดถือระบบ คุณธรรมความเสมอภาค ความโปร่งใส และตรวจสอบได้ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่ต้องการสร้างหลักธรรมาภิบาลให้เกิดขึ้นในการสอบแข่งขันและคัดเลือกครู 

ที่มา ; สำนักงาน ก.ค.ศ.

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น