
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านระบบทางไกล ( VDO conference) ว่า ที่ประชุมได้หารือแนวทางการดำเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจ เป็นนโยบายเกี่ยวกับ BCG Economy หรือ การพัฒนาเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ ซึ่งประกอบด้วยเศรษฐกิจหลัก 3 ด้าน ที่ต้องขับเคลื่อนไปพร้อม ๆ กัน ได้แก่ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy)
ซึ่งการขับเคลื่อนเรื่องเหล่านี้ต้องปูพื้นฐานที่ ศธ.รวมทั้งจะรับแนวทางการวิจัยจาก กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มาวางแผนด้วย เพื่อสร้างความคุ้นเคยเรื่องเหล่านี้ให้นักเรียนจึงถือเป็นเรื่องดีและเป็นโอกาศดีที่ ศธ.จะปลูกฝังเรื่องเหล่านี้ให้กับนักเรียนได้รับทราบถึงแนวทางการดำเนินเศรษฐกิจในอนาคต เศรษฐกิจด้านนี้ถึงแม้จะไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย แต่ถ้ารัฐบาลจะผลักดันอย่างเต็มที่ ก็จะต้องมีจำนวนนักเรียนและปริมาณนักเรียนที่มีความเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น
ศธ.ก็รับนโยบาย BCG Economy นี้มา ซึ่งเป็นการผลักดันของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และเป็นแนวทางของประเทศ ซึ่งในการขับเคลื่อนตรงนี้ ศธ.จะเป็นกระทรวงหลักในการวางพื้นฐานร่วมกับกระทรวงอื่น ๆเพื่อมุ่งเน้นเรื่องนี้ เพราะเรามีพื้นฐานเรื่องเศรษฐกิจชีวภาพ และการเกษตรรูปแบบต่างๆ อยู่แล้ว ซึ่งในอนาคตจะต้องเพิ่มขีดการแข่งขันของประเทศไทยด้วย
"ท่านนายกฯ คาดหวังว่า ศธ.จะสามารถนำเรื่องนี้ไปวางแผนปรับงบประมาณปี 2564 และ ปี 2565 เพื่อให้สามารถดำเนินการเรื่องนี้ได้เลย ดังนั้น ผมจะประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เพื่อเลือกพื้นที่ตัวอย่าง โดยกระจายไปหลายๆ ภูมิภาค หรืออาจทุกจังหวัด ซึ่งผมมองว่านโยบายนี้สอดคล้องกับนโยบายของ ศธ.ที่เราวางแผนพัฒนาโรงเรียนคุณภาพของชุมชน เพราะโรงเรียนคุณภาพของชุมชนก็คำนึงถึงบริบทและความต้องการของจังหวัดนั้น ๆหรือพื้นที่นั้นๆ ในการทำตัวอย่าง ดังนั้น ก็อาจจะวางให้โรงเรียนคุณภาพของชุมชน และวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี (วษท.) เป็นพื้นที่ตัวอย่างในการขับเคลื่อนนโยบาย BCG Economy นี้ให้เกิดขึ้นได้จริงในการวางรากฐานเศรษฐกิจให้กับเยาวชนไทย" I,รมว.ศธ.กล่าว
ที่มา ; แนวหน้า วันอังคาร ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2564
(Bio-Circular-Green Economy) โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
BCG Economy หรือ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy) คือ โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นแนวคิดการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมไปยกระดับความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนให้กับ 4 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-curves) ได้แก่ อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร อุตสาหกรรมพลังงานและวัสดุ อุตสาหกรรมสุขภาพและการแพทย์ และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ โดยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมจะเข้าไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับผู้ผลิตที่เป็นฐานการผลิตเดิม เช่น เกษตรกรและชุมชน ตลอดจนสนับสนุนให้เกิดผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูงหรือนวัตกรรม
นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจหมุนเวียน คือ สามารถออกแบบผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตเพื่อให้เกิดของเสียน้อยที่สุด (Eco-design & Zero-Waste) ส่งเสริมการใช้ซ้ำ (Reuse, Refurbish, Sharing) และให้ความสำคัญกับการจัดการของเสียจากการผลิตและบริโภค ด้วยการนำวัตถุดิบที่ผ่านการผลิตและบริโภคแล้วเข้าสู่กระบวนการแปรสภาพเพื่อกลับมาใช้ใหม่ (Recycle, Upcycle) ซึ่งต่างจากระบบเศรษฐกิจแบบดั้งเดิม ที่เน้นการใช้ทรัพยากร การผลิต และการสร้างของเสีย (Linear Economy)
BCG จึงเป็นแนวทางการพัฒนาที่สอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติอย่างน้อย 5 เป้าหมาย ได้แก่ การผลิตและบริโภคที่ยั่งยืน การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์ความหลากหลาย ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน การลดความเหลื่อมล้ำ อีกทั้งยังสอดรับกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งเป็นหลักสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย
สรุปสาระสำคัญ
นโยบาย BCG Economy (Bio-Circular-Green Economy) เป็นแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยที่มุ่งสร้างความยั่งยืน โดยผสานเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียวเข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศผ่านการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม รัฐบาลมอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นหน่วยงานหลักในการวางรากฐานความรู้แก่เยาวชน โดยบูรณาการแนวคิด BCG ลงในระบบการศึกษา และประสานความร่วมมือกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อพัฒนาหลักสูตรและงานวิจัย
การดำเนินงานเน้นการเลือกพื้นที่ต้นแบบ เช่น โรงเรียนคุณภาพของชุมชน และวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น และสามารถนำไปใช้จริงในแต่ละพื้นที่ BCG ยังครอบคลุมอุตสาหกรรมเป้าหมาย 4 ด้าน ได้แก่ เกษตรและอาหาร พลังงานและวัสดุ สุขภาพและการแพทย์ และการท่องเที่ยวและบริการ โดยส่งเสริมการลดของเสีย (Zero Waste) การใช้ซ้ำ และการรีไซเคิล แตกต่างจากเศรษฐกิจแบบเส้นตรง
แนวคิดนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
ข้อ 1 นโยบาย BCG Economy มีเป้าหมายหลักคือข้อใด
ก. เพิ่มรายได้ภาครัฐ
ข. พัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
ค. ส่งเสริมการส่งออกสินค้า
ง. ลดจำนวนแรงงาน
ข้อ 2 องค์ประกอบของ BCG Economy คือข้อใด
ก. Bio-Digital-Green
ข. Bio-Circular-Green
ค. Business-Circular-Growth
ง. Bio-Clean-Green
ข้อ 3 หน่วยงานหลักในการวางรากฐานด้านการศึกษาคือข้อใด
ก. กระทรวงการคลัง
ข. กระทรวงอุตสาหกรรม
ค. กระทรวงศึกษาธิการ
ง. กระทรวงแรงงาน
ข้อ 4 แนวคิด Circular Economy เน้นเรื่องใดมากที่สุด
ก. การผลิตจำนวนมาก
ข. การใช้ทรัพยากรครั้งเดียว
ค. การลดของเสียและใช้ซ้ำ
ง. การนำเข้าเทคโนโลยี
ข้อ 5 การเลือกโรงเรียนต้นแบบควรยึดหลักใด
ก. ความสะดวกของผู้บริหาร
ข. ความนิยมของผู้ปกครอง
ค. บริบทและความต้องการของพื้นที่
ง. งบประมาณสูงสุด
ข้อ 6 ข้อใดเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายของ BCG
ก. อุตสาหกรรมการเงิน
ข. อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร
ค. อุตสาหกรรมก่อสร้าง
ง. อุตสาหกรรมการทหาร
ข้อ 7 ความแตกต่างของ BCG กับ Linear Economy คือข้อใด
ก. ใช้แรงงานมากกว่า
ข. เน้นกำไรสูงสุด
ค. ลดการใช้ทรัพยากรและของเสีย
ง. เน้นการผลิตจำนวนมาก
ข้อ 8 การบูรณาการ BCG ในโรงเรียนควรเน้นสิ่งใด
ก. การท่องจำ
ข. การแข่งขันสอบ
ค. การนำไปใช้จริงในชีวิต
ง. การเรียนเฉพาะทฤษฎี
ข้อ 9 BCG สอดคล้องกับแนวคิดใดของไทย
ก. ทุนนิยม
ข. เศรษฐกิจพอเพียง
ค. เสรีนิยม
ง. สังคมนิยม
ข้อ 10 ผู้บริหารสถานศึกษาควรตัดสินใจอย่างไรในการขับเคลื่อน BCG
ก. ใช้นโยบายส่วนกลางทั้งหมด
ข. ปรับใช้ตามบริบทโรงเรียน
ค. เน้นงบประมาณก่อน
ง. รอคำสั่งอย่างเดียว
คลิกเฉลย >>>