สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ครู นักเรียน ผู้ปกครองต้องร่วมกันปรับตัวเรียนออนไลน์ช่วงโควิด

เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า สกศ. ได้วิจัยรูปแบบการจัดการเรียนสำหรับนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ซึ่งส่งผลต่อระบบการศึกษาเป็นอย่างมากในช่วงการระบาดโควิด-19 รอบแรกตั้งแต่เดือน มีนาคม - ธันวาคม 63 โดยจากการศึกษา พบสิ่งที่น่าสนใจทางการศึกษา 4 เรื่องสำคัญ ที่ควรถอดบทเรียนถ่ายทอดสู่สาธารณะเพื่อหาทางออกร่วมกันอย่างตรงจุด โดยงานวิจัย สกศ. ค้นพบว่า 

 1.ผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้สอน คือ กลไกสำคัญที่ต้องรู้จักเลือกการใช้รูปแบบการเรียนอย่างสอดคล้องและยืดหยุ่นตามความรุนแรงของการระบาดของไวรัสโควิด-19 สามารถผสมผสานทุกรูปแบบการเรียนในห้องปกติ (Onsite) ในพื้นที่ไม่มีการแพร่ระบาด การสอนออนไลน์ (Online) สอนผ่านโทรทัศน์ทางไกล (On air) รวมทั้งการไปเยี่ยมบ้านและกำหนดใบงานแก่นักเรียน (On hand) เพื่อต่อยอดการเรียนรู้ด้วยตนเองที่บ้าน 

 2.ครู-ผู้ปกครอง-นักเรียน ต้องร่วมกันปรับตัว เพื่อให้สามารถเรียนได้อย่างต่อเนื่องในสถานการณ์ที่ต้องเรียนออนไลน์ที่บ้าน และกลับมาเรียนตามปกติ เมื่อสถานการณ์แพร่ระบาดลดความรุนแรงลง ขณะที่กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่ครอบคลุมถึงการศึกษาทั้งระบบต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับรูปแบบที่ซับซ้อนมากขึ้น และเร่งจัดเตรียมงบประมาณ อุปกรณ์ให้แก่นักเรียนที่มีความเสี่ยงที่จะเสียโอกาสจากการเรียนทางไกล เพราะไม่มีอุปกรณ์ดิจิทัลและอินเทอร์เน็ตที่บ้านหรือไม่มีไฟฟ้าใช้ ควรใช้โอกาสนี้เก็บข้อมูลเพื่อวางแผนให้การสนับสนุนเพิ่มเติมแก่ครอบครัวที่ผู้ปกครองไม่พร้อมสนับสนุนบุตรหลานกรณีที่ต้องเรียนออนไลน์ที่บ้าน 

3.ต้องสร้างการสื่อสารทำความเข้าใจให้ตรงกันถึงนโยบายและมาตรการสนับสนุนการเรียนรู้แก่บุตรหลานในสถานการณ์โควิด-19 เพื่อให้ผู้ปกครองรับทราบแนวทางที่ชัดเจนของรัฐบาลในการจัดการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่องไม่ขาดตอน แนวทางแก้ปัญหาเบื้องต้นอาจจัดทำคู่มือการใช้สื่อการเรียนรู้ วิธีการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลเพื่อเรียนออนไลน์ เป็นต้น และ 

4.ผู้บริหาร ครู รวมถึงผู้ปกครอง ต้องการให้รัฐบาลมีแผนรองรับการจัดการเรียนรู้วิถีใหม่ (New Normal Learning) โดยพร้อมประกาศใช้อย่างทันสถานการณ์ ซึ่งทุกฝ่ายมีความเข้าใจระดับหนึ่งถึงการจัดการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ ทั้งผ่านการสั่งงานผ่านโซเชียล มีเดีย ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ผ่านการสอนออนไลน์ หรือให้ใบงานแก่นักเรียน ดังนั้น จำเป็นต้องมีการพัฒนาแพลตฟอร์มที่เข้าถึงง่ายในทุกพื้นที่ และจัดให้นักเรียนทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเท่าเทียม แม้จะยังไม่มีวิธีการดีที่สุดและต้องพยายามช่วยกันทำให้ดีที่สุดผ่านวิกฤตโควิด-19 ไปด้วยกัน  

"ผมเตรียมสรุปข้อเสนอเชิงนโยบายจากงานวิจัยนี้รายงานต่อที่ประชุมสภาการศึกษา ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธาน เพื่อหารือเพิ่มเติมถึงการปรับปรุงระบบการศึกษาและการจัดการเรียนรู้ที่มีความเหมาะสมในสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 รอบปัจจุบัน ซึ่งยังมีการปิดโรงเรียนในพื้นที่ควบคุมสูงสุด 28 จังหวัด จำเป็นต้องกำหนดนโยบายและมาตรการที่ชัดเจนเพื่อคุณภาพการศึกษาที่มีต่อเนื่อง"เลขาฯ สกศ. กล่าว 

ที่มา ; ไทยโพสต์ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

สรุปสาระสำคัญ

งานวิจัยของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ศึกษารูปแบบการจัดการเรียนรู้สำหรับนักเรียนขั้นพื้นฐานในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 พบประเด็นสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ (1) ผู้บริหารและครูเป็นกลไกหลักในการเลือกใช้รูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นตามสถานการณ์ โดยผสมผสาน Onsite, Online, On air และ On hand เพื่อให้การเรียนต่อเนื่อง (2) ครู ผู้ปกครอง และนักเรียนต้องปรับตัวร่วมกัน พร้อมทั้งรัฐต้องสนับสนุนงบประมาณและอุปกรณ์แก่ผู้ขาดแคลน รวมถึงเก็บข้อมูลเพื่อช่วยเหลือกลุ่มเสี่ยงอย่างตรงจุด (3) จำเป็นต้องสื่อสารนโยบายและแนวทางให้ชัดเจนแก่ผู้ปกครอง เช่น คู่มือการใช้สื่อและอุปกรณ์ เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกัน (4) ทุกภาคส่วนต้องการแผนรองรับการเรียนรู้วิถีใหม่ (New Normal) ที่ชัดเจน ทันสถานการณ์ และมีแพลตฟอร์มที่เข้าถึงง่าย เพื่อสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษา แม้ยังไม่มีรูปแบบที่ดีที่สุด แต่ต้องร่วมมือกันพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ สกศ. เตรียมนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อปรับปรุงระบบการศึกษาให้มีคุณภาพและความต่อเนื่องในสถานการณ์วิกฤต

ข้อสอบ

ข้อ 1 แนวคิดสำคัญที่สุดของการจัดการเรียนรู้ในช่วงโควิด-19 คือข้อใด
ก. เน้นการเรียนในห้องเรียนเท่านั้น
ข. ใช้รูปแบบเดียวทั่วประเทศ
ค. ปรับใช้หลายรูปแบบอย่างยืดหยุ่น
ง. ลดเนื้อหาวิชาให้เหลือน้อยที่สุด
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความเน้นการผสมผสานรูปแบบการเรียนตามสถานการณ์

ข้อ 2 หากนักเรียนไม่มีอินเทอร์เน็ต โรงเรียนควรดำเนินการอย่างไร
ก. งดการเรียนชั่วคราว
ข. ให้เรียนเฉพาะ Onsite
ค. ใช้ On hand หรือ On air
ง. ให้ผู้ปกครองสอนเองทั้งหมด
เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นแนวทางลดความเหลื่อมล้ำและเข้าถึงการเรียน

ข้อ 3 ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การเรียนต่อเนื่องคือข้อใด
ก. งบประมาณเพียงอย่างเดียว
ข. ความร่วมมือของทุกฝ่าย
ค. เทคโนโลยีขั้นสูง
ง. นโยบายจากต่างประเทศ
เฉลย: ข
เหตุผล: ครู ผู้ปกครอง นักเรียนต้องร่วมมือกัน

ข้อ 4 ข้อใดสะท้อนบทบาทของผู้บริหารได้ดีที่สุด
ก. สั่งการเพียงอย่างเดียว
ข. ปรับรูปแบบการเรียนตามบริบท
ค. มอบหมายงานให้ครูทั้งหมด
ง. ลดเวลาเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: ผู้บริหารต้องเลือกใช้รูปแบบที่เหมาะสม

ข้อ 5 การสื่อสารกับผู้ปกครองควรเน้นสิ่งใด
ก. ความรวดเร็ว
ข. ความชัดเจนและเข้าใจง่าย
ค. ใช้ศัพท์เทคนิค
ง. จำกัดข้อมูล
เฉลย: ข
เหตุผล: เพื่อให้เข้าใจแนวทางการเรียนรู้

ข้อ 6 หากรัฐไม่สนับสนุนอุปกรณ์ จะเกิดผลอย่างไร
ก. นักเรียนเรียนดีขึ้น
ข. ความเหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้น
ค. ครูทำงานน้อยลง
ง. โรงเรียนมีอิสระมากขึ้น
เฉลย: ข
เหตุผล: นักเรียนขาดโอกาสเข้าถึงการเรียน

ข้อ 7 แนวคิด New Normal Learning เน้นอะไร
ก. การเรียนแบบเดิม
ข. การเรียนเฉพาะออนไลน์
ค. การเรียนรู้รูปแบบใหม่ที่ยืดหยุ่น
ง. การยกเลิกการสอบ
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นการปรับตัวตามสถานการณ์

ข้อ 8 การเก็บข้อมูลนักเรียนมีประโยชน์อย่างไร
ก. เพื่อรายงานเท่านั้น
ข. เพื่อจัดอันดับโรงเรียน
ค. เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเสี่ยง
ง. เพื่อเพิ่มภาระงานครู
เฉลย: ค
เหตุผล: ใช้วางแผนสนับสนุนอย่างตรงจุด

ข้อ 9 แพลตฟอร์มการเรียนควรมีลักษณะใด
ก. ซับซ้อน
ข. ใช้เฉพาะเมืองใหญ่
ค. เข้าถึงง่ายทุกพื้นที่
ง. จำกัดผู้ใช้
เฉลย: ค
เหตุผล: เพื่อความเท่าเทียมทางการศึกษา

ข้อ 10 ข้อใดเป็นแนวทางแก้ปัญหาที่เหมาะสมที่สุด
ก. รอให้สถานการณ์ดีขึ้น
ข. ใช้มาตรการเดียว
ค. ปรับระบบและร่วมมือทุกฝ่าย
ง. ยกเลิกการเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องแก้ปัญหาเชิงระบบและร่วมมือกัน

 
 

ความเห็นของผู้ชม