สมาชิกเข้าสู่ระบบ

พัฒนาวิชาชีพครูด้วยกระบวนการจัดการความรู้

การพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ลำดับแรก ๆ ที่ต้องใส่ใจคือการพัฒนาคุณครูให้มีความรู้ความสามารถในการออกแบบการเรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพ กระบวนการที่มีส่วนช่วยให้คุณครูพัฒนาตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพวิธีหนึ่งคือกระบวนการจัดการความรู้ (Knowledge Management: KM) กระบวนการนี้สำคัญต่อคุณครูอย่างไร และมีสิ่งใดบ้างที่คุณครูควรรู้เพื่อเป็นประโยชน์ในการนำไปปรับใช้พัฒนาวิชาชีพของตน บทความนี้มีคำตอบ

การจัดการความรู้คืออะไร
          ความรู้ในกระบวนการ KM มี 2 ประเภท ได้แก่ ความรู้ที่ชัดแจ้ง (explicit knowledge) หมายถึง ความรู้เชิงวิชาการ หลักวิชาทฤษฎี ที่สามารถรวบรวมถ่ายทอดออกมาในรูปแบบต่าง ๆ เช่น หนังสือ คู่มือ ปฏิบัติงาน เอกสารและรายงานต่าง ๆ ฯลฯ และความรู้ฝังลึก (tacit knowledge) เป็นความรู้ที่อยู่ในตัวบุคคล ความเชื่อ ค่านิยม ภูมิปัญญา เหตุผล ทักษะ เป็นเทคนิคเฉพาะตัว เกิดจากประสบการณ์ กระบวนการ KM จะเข้ามาจัดการความรู้ทั้งสองประเภทให้กับบุคลากรที่เกี่ยวข้อง โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการจัดการความรู้ ประสบการณ์ และความสามารถทางวิชาชีพของครูผู้สอน รวมถึงส่งเสริมให้ครูผู้สอนมีโอกาสแลกเปลี่ยน และพัฒนาความรู้ร่วมกันในโรงเรียน

คุณครูในโรงเรียนจะจัดการความรู้ร่วมกันได้อย่างไร
          คุณครูต้องนำความรู้ที่ชัดแจ้งและความรู้ฝังลึกมาจัดเป็นกระบวนการ โดยใช้โมเดลเซกิ (SECI Model) มี 4 กระบวนการ องค์ประกอบของกระบวนการง่าย ๆ คือ แลกเปลี่ยน - เขียนออกมา - ยกระดับ - นำไปใช้ มีรายละเอียด ดังนี้
          แลกเปลี่ยน (socialization) ผ่านการวางแผนบทเรียนร่วมกัน พร้อมแลกเปลี่ยนวิธีการจัดการเรียนรู้จากประสบการณ์ของคุณครูแต่ละคน โดยขั้นตอนนี้ ต้องอาศัยความร่วมมือกันของคุณครูในการเลือกหัวข้อการสอนหรือเลือกปัญหาที่เคยพบเจอ นำมาพูดคุยแลกเปลี่ยนหาวิธีการพัฒนาให้การสอนดีขึ้น หรือแก้ปัญหาที่เคยพบจากการสอนในชั้นเรียน เช่น ปัญหาผู้เรียนไม่สนใจเรียนในบทเรียนที่สอน คุณครูจะออกแบบกิจกรรมอย่างไรให้ผู้เรียนสนใจกับบทเรียนนั้นมากขึ้น
          เขียนออกมา (externalization) หลังจากขั้นตอนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ครูจัดทำแผนการสอนออกมาแล้วดำเนินการตามที่ได้รับคำแนะนำมา ขั้นตอนนี้เป็นการเก็บประสบการณ์ของคุณครูจากการนำกิจกรรมการสอนขึ้นใหม่ไปใช้ ซึ่งสามารถช่วยให้คำตอบว่าประสบความสำเร็จมากขึ้นหรือไม่ ในชั้นนี้คุณครูผู้สอนและที่เข้าไปอยู่ในชั้นเรียนจะสังเกตบรรยากาศและกิจกรรมที่เกิดขึ้นพร้อมบันทึกเพื่อใช้ในการพูดคุยแลกเปลี่ยนกับคุณครูท่านอื่นในครั้งถัดไป
          ยกระดับ (combination) เมื่อได้บันทึกมาแล้วจะมีการประชุมอีกครั้งหลังสอนจบบทเรียน โดยคุณครูในกลุ่มจะมาแลกเปลี่ยนกับคุณครูในกลุ่มท่านอื่นว่าคิดเห็นอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างนำกิจกรรมไปใช้ โดยครูแต่ละท่านจะรวบรวมข้อเสนอแนะเหล่านี้นำไปปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาแผนการสอนให้สมบูรณ์กว่าเดิม
          นำไปใช้ (internalization) เมื่อถึงขั้นตอนสุดท้าย จะมีการประเมินผลและสรุปผลการจัดการเรียนรู้ของคุณครูในแต่ละครั้งที่ผ่านมา โดยคุณครูและผู้บริหารจะจัดการประชุม ไม่ใช่เพียงรับข้อเสนอแนะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเท่านั้น แต่รวมไปถึงการทำเป็นเอกสารหรือสื่อรูปแบบต่าง ๆ ที่คุณครูทั้งโรงเรียนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้นี้ได้ เช่น รายงานกรณีศึกษา สื่อวิดีโอเกี่ยวกับวิธีการออกแบบการสอน หรือแหล่งความรู้อื่นที่คุณครูควรเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง

          หากสังเกตจากกระบวนการทั้ง 4 ขั้นตอนนี้ก็จะพบว่ามันคือการศึกษาบทเรียนร่วมกันหรือ Lesson Study นั่นเอง ที่เน้นการพัฒนาคุณครูผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากกันและกัน นำไปสู่การต่อยอดหาความรู้ของตัวคุณครูเอง จะเป็นประโยชน์อย่างมากในการพัฒนาวิชาชีพของคุณครูในโรงเรียน

เครื่องมือในการจัดการความรู้
          เริ่มจากเครื่องมือจัดการความรู้ที่ฝังในตัวคน (tacit knowledge) เช่น การรวมกลุ่มกันของคุณครูจากรายวิชาเดียวกันหรือมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งร่วมกัน มีการแลกเปลี่ยนความรู้ของสมาชิกจนเป็นกิจวัตร เกิดเป็นชุมชนนักปฏิบัติการ (Communities of Practice หรือ CoP) ซึ่งเป็นครูไทยอาจคุ้นเคยมากกว่าในชื่อวง 
PLC นอกจากนี้ ระบบพี่เลี้ยงก็จัดเป็นเครื่องมือที่มีความสำคัญเช่นกัน โดยเฉพาะสำหรับนิสิตนักศึกษาฝึกสอนน่าจะคุ้นเคยเป็นอย่างดี พี่เลี้ยงมีส่วนช่วยในการแนะนำวิธีการทำงาน ช่วยเหลือสนับสนุน คอยให้คำปรึกษาชี้แนะ ถ้าเราเรียนรู้จากตัวพี่เลี้ยงได้มากเท่าไหร่ เราก็จะได้รับคำแนะนำและวิธีการในการปรับใช้มากเท่านั้น
          เครื่องมือจัดการความรู้ความรู้ชัดแจ้ง (explicit knowledge) ได้แก่ แหล่งความรู้ต่าง ๆ ที่สามารถเข้าถึงได้ เช่น ระบบฐานข้อมูลที่มีอยู่ในอินเทอร์เน็ต ระบบการจัดการความรู้ (Learning Management System: LMS) ของโรงเรียน ซึ่งใช้ในการรวบรวมและจัดระบบความรู้ของคุณครูในโรงเรียน รวมไปถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ เช่น สื่อสังคมออนไลน์ ระบบคลาวด์ หรือ Webpage ต่าง ๆ ในการเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนความรู้ จัดเก็บ และนำเสนอผลงานต่าง ๆ ของคุณครู ทาง EDUCA เคยได้นำเสนอตัวอย่างแหล่งข้อมูลสำคัญที่คุณครูไม่ควรพลาดไว้แล้ว คุณครูสามารถลองเข้าไป
รับชมได้ที่นี่

          การจัดการความรู้มีประโยชน์ในการพัฒนาคนให้มีศักยภาพสูงขึ้นผ่านการเรียนรู้จากเครื่องมือต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้รู้ที่ถ่ายทอดความรู้และแหล่งเรียนรู้ที่ช่วยให้คนเข้าถึงความรู้ ในโรงเรียนก็เช่นกัน เมื่อคุณครูทุกคนเข้าถึงความรู้จะทำให้มีการพัฒนา และปรับปรุงกระบวนการทำงานอยู่ตลอดเวลา ย่อมทำให้คุณภาพการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนสูงขึ้นไปด้วย จนนำไปสู่การพัฒนาโรงเรียนให้มีมาตรฐาน และคุณภาพสูงขึ้นตามมา

บทความโดย อาทิตยา ไสยพร 

อ้างอิง

เพราะครูคือหัวใจของการจัดการความรู้ พัฒนาวิชาชีพครูด้วยกระบวนการจัดการความรู้ 

ที่มา ; EDUCA

 

 

สรุปสาระสำคัญ

การพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่สำคัญเริ่มจากการพัฒนาครูให้สามารถออกแบบการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหนึ่งในกระบวนการสำคัญคือ “การจัดการความรู้ (Knowledge Management: KM)” ซึ่งช่วยให้ครูพัฒนาวิชาชีพผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และใช้เทคโนโลยีสนับสนุน KM แบ่งความรู้ออกเป็น 2 ประเภท คือ ความรู้ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) เช่น หนังสือ เอกสาร และความรู้ฝังลึก (Tacit Knowledge) เช่น ประสบการณ์ ทักษะ และภูมิปัญญา

การจัดการความรู้ในโรงเรียนมักใช้โมเดล SECI ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ (Socialization) ผ่านการวางแผนและแลกเปลี่ยนการสอน 2) การเขียนออกมา (Externalization) โดยบันทึกและจัดทำแผนการสอนจากประสบการณ์จริง 3) การยกระดับ (Combination) คือการประชุมแลกเปลี่ยนและปรับปรุงองค์ความรู้ และ 4) การนำไปใช้ (Internalization) คือการสรุปและเผยแพร่เป็นความรู้ที่ใช้ได้จริงในโรงเรียน

เครื่องมือสำคัญของ KM ได้แก่ ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC/CoP), ระบบพี่เลี้ยง, ระบบ LMS และแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้ครูเข้าถึงและพัฒนาความรู้ได้ต่อเนื่อง ส่งผลให้คุณภาพการเรียนการสอนและโรงเรียนดีขึ้นอย่างยั่งยืน

ข้อสอบ

ข้อ 1

หัวใจสำคัญของการจัดการความรู้ (KM) ในโรงเรียนคือข้อใด
ก. การเพิ่มจำนวนเอกสารการสอน
ข. การพัฒนาครูผ่านการแลกเปลี่ยนและใช้ความรู้ร่วมกัน
ค. การใช้เทคโนโลยีแทนการสอน
ง. การประเมินผลผู้เรียนเท่านั้น

เฉลย: ข
เหตุผล: KM เน้นการพัฒนาครูผ่านการแลกเปลี่ยนและใช้ความรู้ร่วมกัน ไม่ใช่เพียงเอกสารหรือเทคโนโลยี

ข้อ 2

ความรู้ฝังลึก (Tacit Knowledge) คือข้อใด
ก. คู่มือการสอน
ข. หนังสือเรียน
ค. ประสบการณ์และทักษะของครู
ง. รายงานวิชาการ

เฉลย: ค
เหตุผล: Tacit knowledge คือความรู้จากประสบการณ์และทักษะส่วนบุคคล

ข้อ 3

ขั้นตอน “Socialization” ใน SECI Model คืออะไร
ก. การจัดทำเอกสาร
ข. การนำความรู้ไปใช้
ค. การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน
ง. การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงระบบ

เฉลย: ค
เหตุผล: Socialization คือการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างครู

ข้อ 4

การบันทึกและจัดทำแผนการสอนจากประสบการณ์อยู่ในขั้นตอนใด
ก. Socialization
ข. Externalization
ค. Combination
ง. Internalization

เฉลย: ข
เหตุผล: Externalization คือการถ่ายทอดความรู้ฝังลึกออกมาเป็นเอกสาร

ข้อ 5

“การประชุมเพื่อปรับปรุงแผนการสอนร่วมกัน” สอดคล้องกับขั้นตอนใด
ก. Socialization
ข. Externalization
ค. Combination
ง. Internalization

เฉลย: ค
เหตุผล: Combination คือการรวมและพัฒนาองค์ความรู้จากหลายแหล่ง

ข้อ 6

PLC (Professional Learning Community) มีลักษณะสำคัญอย่างไร
ก. การประเมินครูรายบุคคล
ข. การรวมกลุ่มครูแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ค. การสอบมาตรฐาน
ง. การใช้สื่อออนไลน์เท่านั้น

เฉลย: ข
เหตุผล: PLC คือชุมชนครูเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน

ข้อ 7

ระบบ LMS มีบทบาทหลักอย่างไร
ก. ใช้สอบนักเรียนออนไลน์
ข. ใช้จัดเก็บและจัดระบบความรู้
ค. ใช้ประเมินครู
ง. ใช้จัดตารางสอนเท่านั้น

เฉลย: ข
เหตุผล: LMS เป็นระบบจัดการและเข้าถึงความรู้

ข้อ 8

ระบบพี่เลี้ยง (Mentoring) มีประโยชน์หลักคือข้อใด
ก. ควบคุมครูใหม่
ข. ลดภาระงานครู
ค. ให้คำแนะนำและสนับสนุนการทำงาน
ง. เพิ่มเอกสารการสอน

เฉลย: ค
เหตุผล: Mentoring เน้นการให้คำแนะนำและพัฒนาคร

ข้อ 9

ผลลัพธ์สำคัญที่สุดของการจัดการความรู้ในโรงเรียนคืออะไร
ก. ลดจำนวนครู
ข. เพิ่มเอกสารวิชาการ
ค. พัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน
ง. เพิ่มการสอบ

เฉลย: ค
เหตุผล: KM มุ่งยกระดับคุณภาพการเรียนการสอน

ข้อ 10

กระบวนการ SECI สอดคล้องกับแนวคิดใดมากที่สุด
ก. การสอบมาตรฐาน
ข. Lesson Study
ค. การสอนแบบบรรยาย
ง. การบริหารงบประมาณ

เฉลย: ข
เหตุผล: SECI สอดคล้องกับ Lesson Study ที่เน้นการเรียนรู้ร่วมกันและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

 
 

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น