
นายอรรถพล สังขวาสี เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้มีการหารือกับบุคลากรสกศ. และเห็นว่า บทบาทของสกศ.ในปี2567 งานหลักคือ ชี้เป้า ยกระดับและร่วมขับเคลื่อน โดยในส่วนของการชี้เป้า เนื่องจากคิดว่าสกศ.น่าจะเป็นหน่วยงานพยากรณ์การศึกษาของประเทศตามไตรมาสได้ เช่นเดียวกับ กระทรวงการคลังที่มี สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ทำหน้าที่พยากรณ์ด้านการเงินของประเทศ เป็นไตรมาส เพราะฉะนั้นบทบาทของสกศ. จะชี้เป้าการศึกษา เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) รวมไปถึง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ได้มองเห็นภาพการศึกษาของประเทศ ผ่านงานวิจัยและความร่วมมือกับประเทศต่างๆ เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง
“เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเคยเผชิญสถานการณ์ หนึ่งที่เรียกว่า VUCA World ความผันผวนและความไม่แน่นอน ที่เกิดจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 และดิจิทัล ดิสรัปชั่น ซึ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ต้องปรับมาเรียนออนไลน์ มีกฎหมายการศึกษาเกิดขึ้นใหม่หลายฉบับ มีเรื่องแอคทีฟเลินนิ่ง ดังนั้นจึงต้องคิดว่า จะทำอย่างไรจึงจะสร้างคนที่มีคุณภาพ ในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้ ตรงนี้เป็นปัญหา เพราะปัจจุบันยังใช้หลักสูตรแกนกลาง ซึ่งไม่มีความยืดหยุ่น และเมื่อเข้าปีที่ 4 เข้าสู่สถานการณ์BANI World ซึ่งมีความซับซ้อน เปราะบาง คาดการณ์ไม่ได้ เกิดสิ่งที่ไม่คุ้นชินขึ้นในประเทศ และปีนี้เกิดสถานการณ์ใหม่ ที่ องค์การสหประชาชาติพูดถึง คือ ภาวะโลกเดือด สภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป ส่งผลต่อโลกการงานและอาชีพ ซึ่งการศึกษาก็ต้องปรับเปลี่ยนให้สอดคล้อง ยืดหยุ่นพร้อมปรับเปลี่ยน ดังนั้นสกศ.จึงต้องทำหน้าที่ชี้เป้า เป็นเข็มทิศการศึกษา มุ่งพัฒนาทักษะให้ผู้เรียน เรียนที่ชอบ ทำงานที่ใช่ใช้ชีวิตให้มีความสุข”นายอรรถพล กล่าว
นายอรรถพล กล่าวต่อว่า สำหรับจุดเน้นสำคัญที่จะขับเคลื่อนในปี 2567 คือต้องเร่งผลักดัน ร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ… ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำประชาพิจารณ์ข้อห่วงใยของประชาคม พัฒนานโยบายการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล พัฒนาระบบดิจิทัลแพลตฟอร์มกลางธนาคารหน่วยกิต สร้างทักษะจำเป็นแห่งอนาคต สร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ผ่านบทบาทของ อาสาสมัครกระทรวงศึกษาธิการ (อส.ศธ.) การขับเคลื่อนงานคุณวุฒิแห่งชาติ ขับเคลื่อนแผนการศึกษาแห่งชาติสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ยกระดับการพัฒนาเด็กปฐมวัย พัฒนาระบบผลรับรองมาตรฐานวิชาชีพ ตามแนวทางคุณวุฒิแห่งชาติ และจัดทำแนวทาง พัฒนาผลการจัดอันดับความสามารถทางการแข่งขันทางการศึกษาของประเทศ โดยจะจัดทำแนวทางเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา เพื่อให้หน่วยงานจัดการศึกษา ดำเนินการตามแผนที่สกศ. วางไว้และที่สำคัญที่สุดคือการยกร่างฉากทัศน์แนวโน้มและทิศทางการพัฒนาการศึกษา พ.ศ.2570 ซึ่งผ่านความเห็นของจากคณะกรรมการสภาการศึกษา ที่มี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชินชอบ รัฐมนตรีว่าการศธ. เป็นประธานไปเมื่อเร็ว ๆ นี้
“โลกมีความเปลี่ยนแปลงแทบทุกปี ถ้าเราจัดการศึกษาแบบเดิม จะไม่สามารถพยากรณ์การศึกษาของประเทศไทยได้ ดังนั้นสิ่งสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการของฉากทัศน์ของประเทศ โดยขณะนี้อัตราการเกิดลดลงเหลือ 5แสนกว่าต่อปี อัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น ขณะที่จำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ18 หรือคิดเป็น กว่า 20 ล้านคน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ต้องปรับตัว การศึกษาเป็นส่วนสำคัญที่จะเข้ามาช่วยผลิตคนที่มีคุณภาพ พัฒนาประเทศ โดยจุดเน้นที่สกศ. กำหนดมาทั้งหมดนี้ จะเป็นสิ่งสำคัญที่จะสร้างเสริมกำหนดทิศทางของประเทศให้ชัดเจน” เลขาธิการสกศ. กล่าว
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 6 พฤศจิกายน 2566
สรุปสาระสำคัญ
นายอรรถพล สังขวาสี เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เปิดเผยทิศทางการทำงานของสกศ.ปี 2567 โดยกำหนดบทบาทหลักเป็น “หน่วยงานชี้เป้า” เพื่อพยากรณ์ทิศทางการศึกษาไทยรายไตรมาส คล้ายสำนักงานเศรษฐกิจการคลังด้านการเงิน สกศ.จะวิเคราะห์สถานการณ์โลก เช่น VUCA, BANI และภาวะโลกเดือด ที่ส่งผลต่อหลักสูตร การพัฒนาทักษะ และรูปแบบอาชีพ เพื่อให้หน่วยงานจัดการศึกษาทุกระดับปรับตัวทันต่อความเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ยังขับเคลื่อนงานสำคัญ เช่น การผลักดันร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ การพัฒนาการเรียนรู้ดิจิทัล ธนาคารหน่วยกิต ระบบคุณวุฒิแห่งชาติ การยกระดับเด็กปฐมวัย การสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา และการยกร่างฉากทัศน์การศึกษา พ.ศ.2570 เพื่อรองรับโครงสร้างประชากรที่ผู้สูงอายุเพิ่มและอัตราการเกิดลดลงทั้งหมดนี้เพื่อกำหนดทิศทางการศึกษาของประเทศอย่างยืดหยุ่น มีข้อมูลเชิงคาดการณ์ และตอบโจทย์อนาคตประเทศไทย
ข้อสอบ
ก. การจัดสรรงบประมาณแบบมีส่วนร่วม
ข. การวางแผนล่วงหน้าบนฐานข้อมูล (Evidence-based forecasting)
ค. การกระจายอำนาจให้สถานศึกษาเป็นศูนย์กลาง
ง. การประเมินผลสัมฤทธิ์การศึกษาระดับชาติ
2. การที่สกศ.ชี้ว่าโลกเข้าสู่ BANI World สะท้อนความจำเป็นใดต่อระบบการศึกษาไทยมากที่สุด?
ก. ต้องลดจำนวนนโยบายและปรับโรงเรียนให้เล็กลง
ข. ต้องทำหลักสูตรกลางให้ตายตัวมากยิ่งขึ้น
ค. ต้องสร้างระบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและปรับตัวเร็ว
ง. ต้องเน้นการเรียนแบบท่องจำเพื่อเพิ่มความแม่นยำ
3. แนวทางใดสอดคล้องที่สุดกับบทบาทสกศ.ในการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา?
ก. ขยายโรงเรียนขนาดใหญ่ให้เพิ่มห้องเรียน
ข. ใช้เครือข่าย อส.ศธ. เข้าถึงกลุ่มเปราะบาง
ค. เพิ่มอัตราครูผู้ทรงคุณวุฒิในมหาวิทยาลัย
ง. ให้สถานศึกษาจัดเก็บเงินบำรุงการเรียนเองได้
4. เหตุผลสำคัญที่สกศ.ต้องเร่งทำ “ฉากทัศน์การศึกษา พ.ศ.2570” คืออะไร?
ก. การแข่งขันทางการศึกษาที่ลดลง
ข. โครงสร้างประชากรเปลี่ยน ผู้สูงอายุเพิ่ม อัตราเกิดลด
ค. งบประมาณแผ่นดินด้านการศึกษาเพิ่มสูงขึ้น
ง. จำนวนมหาวิทยาลัยในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
5. หากคุณเป็นผู้บริหารสถานศึกษา สิ่งใดต่อไปนี้สอดคล้องที่สุดกับบทบาท “เข็มทิศการศึกษา” ของสกศ.ที่ควรนำไปใช้ในโรงเรียน?
ก. ยึดตารางเรียนเดิมแม้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด
ข. พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาที่ตอบโจทย์ทักษะอนาคต
ค. จำกัดการใช้เทคโนโลยีเพื่อลดความซับซ้อน
ง. ลดกิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียนเพื่อลดภาระครู
คลิกเฉลย >>>