
ครม.รับทราบรายงานประชากรประเทศ พบปี2583 ผู้สูงอายุมีสัดส่วน 31.28% ของประชากรประเทศ อายุเฉลี่ยเพิ่มจาก 76.8ปี เป็น 83.2 ปี กลุ่มอายุ80ปีขึ้นไป มีเพศชาย41คนต่อผู้หญิง 100 คน
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.รับทราบรายงานการคาดประมาณประชากรของประเทศไทย พ.ศ.2553 – 2583 ตามที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)เสนอ โดยมีเนื้อหาสรุปดังนี้

- การคาดประมาณประชากรของไทยจะเพิ่มขึ้นจาก 66.5 ล้านคน ในปี 2563 เป็น 67.2 ล้านคน ในปี 2571 หลังจากนั้นจำนวนประชากรจะลดลงในอัตราร้อยละ -0.2 ต่อปี
- ในปี 2583 คาดประมาณว่าจะมีประชากรทั้งหมดประมาณ 65.4 ล้านคน
- ประชากรวัยเด็ก (แรกเกิด - 14 ปี) มีแนวโน้มลดลง
- ปี 2563 มีจำนวนประชากรเด็ก 11.2 ล้านคน (ร้อยละ 16.9) ลดลงเป็น 8.4 ล้านคน (ร้อยละ 12.8) ในปี 2583
- ประชากรผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) ในปี 2563 มีจำนวน 12 ล้านคน (ร้อยละ 18) เพิ่มเป็น 20.42 ล้านคน (ร้อยละ 31.28) ในปี 2583
- ปี 2562 เป็นปีแรกที่จำนวนประชากรวัยเด็กเท่ากับประชากรผู้สูงอายุที่ 11.3 ล้านคน หลังจากนั้นจำนวนประชากรวัยเด็กน้อยกว่าผู้สูงอายุมาโดยตลอด
- ประชากรวัยแรงงาน (15-59 ปี) มีแนวโน้มลดลงจาก 43.26 ล้านคน (ร้อยละ 65) ในปี 2563 เป็น 36.5 ล้านคน (ร้อยละ 56) ในปี 2583
-อัตราส่วนของวัยแรงงานต่อผู้สูงอายุลดลงอย่างต่อเนื่อง
-ปี 2563 มีวัยแรงงาน 3.6 คน ต่อผู้สูงอายุ 1 คน ลดลงเหลือวัยแรงงาน 1.8 คน ต่อผู้สุงอายุ 1 คน ในปี 2583
-อัตราส่วนพึ่งพิงของผู้สูงอายุต่อวัยแรงงานเพิ่มขึ้นจาก 27.7 ต่อวัยแรงงาน 100 คน ในปี 2563 เป็น 56.2 ต่อวัยแรงงาน100 คน ในปี 2583
- ปี 2563 ผู้หญิงมีอายุเฉลี่ย 80.4 ปี ผู้ชายมีอายุเฉลี่ย 73.2 ปี
-ปี 2583 อายุเฉลี่ยทั้งเพศหญิงและชายจะเพิ่มขึ้นเป็น 83.2 ปี และ 76.8 ปี ส่งผลให้ผู้หญิงมีจำนวนมากกว่าผู้ชายเนื่องจากอายุยืนกว่า
-ปี 2583 จะมีอัตราส่วนผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป เพศชาย 71 คน ต่อเพศหญิง 100 คน และจะลดลงอีกในกลุ่มผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไป โดยมีเพศชาย 41 คนต่อเพศหญิง 100 คน
น.ส.รัชดา กล่าวอีกว่า โครงสร้างอายุของประชากรแต่ละภูมิภาค ในปี 2583 กรุงเทพฯมีสัดส่วนประชากรวัยแรงงานมากที่สุด ส่วนภาคเหนือมีสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุมากที่สุด และภาคใต้จะมีสัดส่วนประชากรวัยเด็กสูงกว่าภาคอื่นๆ
นอกจากนี้ ภาคตะวันออกมีการเติบโตของประชากรเมืองมากที่สุด ร้อยละ 5.3 ต่อปี เฉพาะ 3 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทราชลบุรี และระยอง ซึ่งเป็นพื้นที่เขตพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)
ในส่วนของรัฐบาลได้กำหนดให้วาระผู้สูงอายุเป็นวาระแห่งชาติ โดยมีแนวทางการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการผู้สูงอายุแห่งชาติครอบคลุมทั้งกลุ่มก่อนวัยสูงอายุ (25-59 ปี) และผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) สำหรับกลุ่มก่อนวัยสูงอายุ รัฐบาลมีแผนส่งเสริมเน้นเรื่องการออม การไม่มองผู้สูงอายุเป็นภาระ วิธีการดูแลผู้สูงอายุ เน้นการเสริมทักษะใหม่แก่แรงงานผู้สูงอายุ การออกแบบการทำงานให้ยืดหยุ่นและสร้างแรงจูงใจให้นายจ้างที่จ้างผู้สูงอายุ
ที่มา ; โพสต์ทูเดย์ วันที่ 14 ม.ค. 2563
สรุปสาระสำคัญ
รายงานคาดประมาณประชากรไทย พ.ศ. 2553–2583 ชี้ว่าไทยกำลังก้าวสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” โดยประชากรรวมจะเพิ่มเล็กน้อยจาก 66.5 ล้านคน (2563) เป็น 67.2 ล้านคน (2571) ก่อนลดลงเหลือ 65.4 ล้านคนในปี 2583 ขณะที่โครงสร้างอายุเปลี่ยนชัดเจน เด็กลดลงจาก 16.9% เหลือ 12.8% ส่วนผู้สูงอายุเพิ่มจาก 18% เป็น 31.28% และวัยแรงงานลดลงเหลือ 56% ส่งผลให้อัตราพึ่งพิงสูงขึ้นและแรงงานต่อผู้สูงอายุลดจาก 3.6:1 เหลือ 1.8:1 อายุเฉลี่ยประชากรสูงขึ้น โดยผู้หญิงมีอายุยืนกว่าผู้ชาย ทำให้สัดส่วนเพศหญิงมากกว่า โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 80 ปีขึ้นไป โครงสร้างประชากรแตกต่างตามภูมิภาค เช่น กรุงเทพฯ มีวัยแรงงานสูง ภาคเหนือมีผู้สูงอายุสูง และภาคใต้มีเด็กมากกว่า ภาคตะวันออกเติบโตด้านเมืองสูงจาก EEC รัฐบาลจึงกำหนดวาระผู้สูงอายุแห่งชาติ เน้นเตรียมความพร้อมก่อนวัยสูงอายุ เช่น การออม การพัฒนาทักษะใหม่ และการจ้างงานแบบยืดหยุ่น เพื่อรองรับผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคม และแรงงานในอนาคต
ข้อ 1 แนวโน้มประชากรไทยหลังปี 2571 เป็นอย่างไร
ก. เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ข. คงที่
ค. ลดลงเฉลี่ยร้อยละ -0.2 ต่อปี
ง. เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด
เฉลย: ค
เหตุผล: ข้อมูลระบุชัดว่าหลังปี 2571 จำนวนประชากรลดลง
ข้อ 2 การเปลี่ยนแปลงใดสะท้อน “สังคมสูงวัย” ชัดที่สุด
ก. เด็กเพิ่มขึ้น
ข. ผู้สูงอายุเพิ่มเป็น 31.28%
ค. วัยแรงงานเพิ่มขึ้น
ง. อัตราเกิดสูงขึ้น
เฉลย: ข
เหตุผล: สัดส่วนผู้สูงอายุเกิน 30% คือสังคมสูงวัยระดับสูง
ข้อ 3 ผลกระทบสำคัญของวัยแรงงานลดลงคือข้อใด
ก. การศึกษาเติบโต
ข. แรงงานขาดแคลน
ค. รายได้รัฐเพิ่ม
ง. เทคโนโลยีลดลง
เฉลย: ข
เหตุผล: วัยแรงงานลด ทำให้กำลังผลิตลด
ข้อ 4 อัตราส่วนแรงงานต่อผู้สูงอายุที่ลดลงส่งผลอย่างไร
ก. ภาระดูแลลดลง
ข. ภาระพึ่งพิงเพิ่มขึ้น
ค. รายได้เพิ่ม
ง. การลงทุนเพิ่ม
เฉลย: ข
เหตุผล: คนทำงานน้อยลง แต่ผู้สูงอายุเพิ่ม
ข้อ 5 เหตุใดผู้หญิงจึงมีจำนวนมากกว่าในวัยสูงอายุ
ก. เกิดมากกว่า
ข. อายุยืนกว่า
ค. ย้ายถิ่น
ง. นโยบายรัฐ
เฉลย: ข
เหตุผล: อายุเฉลี่ยผู้หญิงสูงกว่า
ข้อ 6 หากเป็นผู้บริหารสถานศึกษา ควรปรับอย่างไร
ก. ลดการสอน
ข. เพิ่มทักษะแรงงานสูงวัย
ค. ยกเลิกหลักสูตร
ง. ลดงบประมาณ
เฉลย: ข
เหตุผล: สอดคล้องกับนโยบาย reskill/upskill
ข้อ 7 ภูมิภาคใดมีผู้สูงอายุสูงสุด
ก. กรุงเทพฯ
ข. ภาคเหนือ
ค. ภาคใต้
ง. ภาคตะวันออก
เฉลย: ข
เหตุผล: ข้อมูลระบุชัด
ข้อ 8 นโยบายรัฐควรมุ่งเน้นข้อใดมากที่สุด
ก. เพิ่มอัตราเกิด
ข. พัฒนาแรงงานและการออม
ค. ลดภาษี
ง. เพิ่มการนำเข้า
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นแนวทางที่ระบุในแผน
ข้อ 9 ข้อใดเป็นผลจากอัตราพึ่งพิงสูง
ก. งบประมาณรัฐลด
ข. ภาระสวัสดิการเพิ่ม
ค. ประชากรเพิ่ม
ง. เด็กเพิ่ม
เฉลย: ข
เหตุผล: ต้องดูแลผู้สูงอายุมากขึ้น
ข้อ 10 หากต้องแก้ปัญหาระยะยาว ควรเน้นแนวทางใด
ก. ลดการศึกษา
ข. เพิ่มแรงงานต่างชาติและพัฒนาคน
ค. ลดผู้สูงอายุ
ง. หยุดพัฒนาเศรษฐกิจ
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นแนวทางเชิงระบบในการแก้ปัญหาแรงงานลดลง