สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M547_บุคลากรนัดแต่งชุดดำ จี้แก้ปัญหาอัตรากำลัง 38 ค (2)

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ดร.ชาญ คำภิระแปง ที่ปรึกษาสมาคมนักวางแผนการศึกษาไทย อดีตผู้แทน ก.ค.ศ. เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากตลอดเวลาที่ผ่านมา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 38 ค (2) ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษา (สพป.) และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) ทั่วประเทศ ขาดขวัญกำลังใจในการทำงานอย่างมาก เนื่องจากเป็นกลุ่มคนที่ไม่มีระบบวิทยฐานะเหมือนกับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาอื่นๆ แม้จะอยู่ใน พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเดียวกัน แต่ได้กำหนดให้ 38 ค (2) ไปใช้ระเบียบ ก.พ.โดยอนุโลม ซึ่งทาง ก.พ.ไม่ได้กำหนดตำแหน่งและระดับขั้นต่างๆ ไว้ให้ด้วย พร้อมกับให้ใช้กรอบอัตรากำลังคนแทน จึงเกิดความลักลั่นขึ้น เพราะเมื่อใช้ พ.ร.บ.เดียวกัน ควรใช้ระบบเดียวกัน หรือใกล้เคียงกัน เช่น ศึกษานิเทศก์ มีวิทยฐานะ สามารถเติบโตได้ด้วยผลงาน แต่เมื่อเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 38 ค (2) กลับถูกล็อกด้วยกรอบอัตรากำลัง 

ดร.ชาญ กล่าวต่อว่า เมื่อมีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 19/2560 เรื่องการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เกิดศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ขึ้นมา ซึ่งตนเห็นด้วยที่มี ศธจ. โดยเอางานและกำลังคนร้อยละ 30 ของเขตพื้นที่ฯไปด้วย แต่ต่อมามีคำสั่งแก้ไขใหม่คือ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 19/2560 เรื่องการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พ.ศ.2565 โดยคืนงานที่เคยให้ ศธจ.ดูแลกลับมาให้เขตพื้นที่ดูแลตามเดิม แต่กลับไม่คืนกำลังคน คืน (ซี) ให้ด้วย ทำให้เกิดปัญหาอย่างมาก เพราะงานของเขตพื้นที่ฯเพิ่มขึ้น แต่กำลังคนที่ทำงานน้อย แม้ทราบว่าทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.)  อยู่ระหว่างจัดทำอัตรากำลังใหม่ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างประชาพิจารณ์ 

ดร.ชาญ กล่าวต่อว่า ทำให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 38 ค (2) อึดอัด งาน กศจ. ลดลง แต่ไม่คืนคน ไม่คืนซี เขตพื้นที่ฯก็งานเพิ่มขึ้น จึงรวมตัวกันโหวตโน ไม่ร่วมประชาพิจารณ์ และในวันที่ 31 พฤษภาคมนี้ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 38 ค (2) จะแต่งดำไปที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อพบและบอกเล่าปัญหาให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ในฐานะเป็นประธานประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) พร้อมกับพบเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) และพบ รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. พร้อมกับเดินทางไปสภา ซึ่งคาดว่าจะมีคนไปประมาณ 200 คน 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 28 พฤษภาคม 2567  

เกี่ยวข้องกันเกี่ยวข้องกัน 

ทำประชาพิจารณ์กรอบอัตรากำลังในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

#ที่มา

 ก.ค.ศ.แจ้งให้ สพฐ. ให้ทำประชาพิจารณ์กรอบอัตรากำลังในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

ให้บุคลากร ใน สพท.เลือกกรอบอัตรากำลัง 2 แนวทาง และผลแห่งประชาพิจารณ์เป็นข้อมูลนำไปสู่การพิจารณา ก.ค.ศ.เพื่อเห็นชอบเป็นกรอบอัตากำลัง ๓๘ ค (๒) ใน สพท. เป็นการถาวรต่อไป

   -แนวทางที่ 1 มี ๙ กลุ่ม (แบ่งตามตามโครงสร้างแบ่งส่วนราชการภายใน สพท.)

   -แนวทางที่ ๒ มี ๖ กลุ่ม (แบ่งตามเนื้องานที่เกี่ยวเนื่องกัน) 

#ข้อมูลประกอบ

  - สพท. ที่จัดตั้งเดิม(ประถม๑๘๓และมัธยม๑๔๒) และจัดตั้งใหม่(มัธยม๒๐) รวม ๒๔๕ เขต ใช้กรอบอัตรากำลัง ๓๘ ค(๒) ชั่วคราวตาม 26/2560 และว24/2565 ตามลำดับ

  - สพท.แต่ละแห่งจะมีจำนวนอัตรา/ตำแหน่งในแต่ละกลุ่มแต่ละ สพท.แตกต่างกันตามขนาด สพท.

  - การจำแนกตามขนาดของ สพท. (เล็ก กลาง ใหญ่ ใหญ่พิเศษ) ซึ่งการกำหนดเช่นนี้ขึ้นกับจำนวนสถานศึกษาและจำนวนครูฯประกอบกัน 

#ข้อสังกต

  -กรอบอัตรากำลังตามประชาพิจารณ์ มีจำนวนตำแหน่ง  ๓๘ ค(๒) ที่ลดลงจากกรอบเดิม ตาม ๘๘๘ อัตรา

  - ชื่อตำแหน่ง จำนวน ระดับตำแหน่งจะมีการเปลี่ยนแปลงไปสอดคล้องกับมาตรฐานตำแหน่งและขนาด สพท.

 

 

#ข้อมูลประกอบ

 - หนังสือ จาก สพฐ.

https://drive.google.com/file/d/1zDK5kKLk2lYi4PnA3aR4p9BA_B1bUEPO/view?usp=sharing

 

 - ช่องทางประชาพิขารณ์

https://forms.gle/HRfky9D6d3ajEXwb6

สรุปสาระสำคัญ

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ดร.ชาญ คำภิระแปง ที่ปรึกษาสมาคมนักวางแผนการศึกษาไทย เปิดเผยถึงปัญหาของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 38 ค (2) ในสังกัด สพป. และ สพม. ทั่วประเทศ ว่าขาดขวัญกำลังใจ เพราะไม่มีระบบวิทยฐานะเช่นเดียวกับข้าราชการครูอื่น ๆ แม้อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.เดียวกัน แต่กลับต้องใช้ระเบียบ ก.พ.โดยอนุโลม ซึ่งไม่มีตำแหน่งและระดับขั้น ส่งผลให้ไม่สามารถเติบโตในสายงานได้อย่างเป็นธรรม 

ต่อมาเมื่อมีคำสั่ง คสช. ที่ 19/2560 จัดตั้งศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) และโยกคนจากเขตพื้นที่ไปบางส่วน แต่เมื่อมีการแก้ไข พ.ร.บ.ในปี 2565 คืนงานให้เขตพื้นที่โดยไม่คืนอัตรากำลังคน ทำให้ภาระงานเพิ่มขึ้นแต่บุคลากรลดลง สร้างความอึดอัดให้กลุ่ม 38 ค (2) จนบางส่วนโหวตโน ไม่ร่วมประชาพิจารณ์กรอบอัตรากำลังใหม่ที่ สพฐ. และ ก.ค.ศ. จัดทำอยู่ โดยวันที่ 31 พฤษภาคม กลุ่มดังกล่าวจะรวมตัวแต่งดำไปยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการ ศธ. และเลขาธิการ ก.ค.ศ. เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม และให้ทบทวนโครงสร้างอัตรากำลังให้เหมาะสมกับภาระงานจริง

ข้อสอบ

 1.สาเหตุหลักที่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 38 ค (2) ขาดขวัญกำลังใจคือข้อใด
ก. ไม่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการเต็มรูปแบบ
ข. ไม่มีระบบวิทยฐานะและการเติบโตเช่นเดียวกับครูทั่วไป
ค. ถูกโยกย้ายออกจากเขตพื้นที่โดยไม่สมัครใจ
ง. ได้รับภาระงานเพิ่มแต่ค่าตอบแทนลดลง

 2. การคืนภารกิจจาก ศธจ. กลับมาให้เขตพื้นที่ โดยไม่คืนอัตรากำลังคน ส่งผลอย่างไร
ก. เพิ่มโอกาสการพัฒนาผลงาน
ข. ทำให้ระบบการบริหารคล่องตัวขึ้น
ค. ภาระงานมากขึ้นแต่คนทำงานลดลง
ง. สร้างความสมดุลระหว่างภารกิจและบุคลากร

 3. การไม่เข้าร่วมประชาพิจารณ์ของกลุ่ม 38 ค (2) แสดงถึงท่าทีใด
ก. การปฏิเสธเชิงนโยบาย
ข. การเรียกร้องสิทธิในเชิงสัญลักษณ์
ค. การแสดงความไม่พอใจทางการเมือง
ง. การประท้วงเพื่อขอยกเลิกคำสั่ง คสช.

 4. จากบทความ สาเหตุที่เกิดความ “ลักลั่น” ในระบบบริหารบุคลากรคือข้อใด
ก. การใช้กฎหมายสองฉบับที่มีหลักเกณฑ์ต่างกัน
ข. การแบ่งโครงสร้างภายใน สพท. ที่ไม่เท่ากัน
ค. การโยกย้ายบุคลากรโดยไม่ผ่าน ก.ค.ศ.
ง. การกำหนดอัตรากำลังคนไม่ครบตามแผน

 5. หากท่านเป็นผู้บริหาร สพท. ที่มีบุคลากร 38 ค (2) อยู่ในสังกัด ควรดำเนินการใดเพื่อสร้างแรงจูงใจ
ก. จัดระบบพิเศษเพิ่มค่าตอบแทน
ข. ผลักดันให้มีการประเมินผลงานเพื่อเสนอวิทยฐานะ
ค. ร่วมสนับสนุนการแต่งดำเรียกร้อง
ง. จัดอบรมลดภาระงานโดยใช้ครูมาช่วยแทน

คลิกเฉลย >>>