
วันที่ 28 ก.ค. 65 นายอังกูร ศีลาเทวากูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี กล่าวถึง โครงการ "Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน" มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงศึกษาไทยให้เด็กหลุดจากการศึกษาเป็น "ศูนย์" ใน 3 ปี กับ "ราชบุรีโมเดล" จังหวัดต้นแบบ ว่า จังหวัดราชบุรีมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ทาง กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และ บริษัทแสนสิริ จำกัด (มหาชน) ได้พิจารณาและเห็นว่า พื้นที่จังหวัดราชบุรี มีศักยภาพและเหมาะสมในการเป็นพื้นที่นำร่องของโครงการ "Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน" เพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา
ทั้งนี้ จังหวัดราชบุรี มีกรอบแผนยุทธศาสตร์พัฒนา จังหวัดราชบุรี พ.ศ. 2566-2570 เพื่อตอบสนองต่อความต้องการและสามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง ภายใต้วิสัยทัศน์ "เมืองเกษตรสีเขียว เศรษฐกิจเข้มแข็ง สังคมคุณภาพ" ซึ่งการทำงานร่วมกันภายใต้โครงการ "Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน" ผ่านการดำเนินงานของ กสศ. และ บริษัทแสนสิริ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา จะสอดคล้องกับพันธกิจและประเด็นยุทธศาสตร์ของแผนพัฒนาจังหวัด ประกอบด้วย พันธกิจเสริมสร้างสังคมที่มีคุณภาพ ประชาชนมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลง สู่การพัฒนาคนคุณภาพ เพื่อสร้างสังคมแห่งความสุข โดยจังหวัดราชบุรี ทั้งคณะกรรมการและคณะทำงาน ตลอดจนภาคส่วนกลไกจังหวัดและกลไกส่วนท้องถิ่น พร้อมให้ความร่วมมือกับโครงการ "Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน" ในการพัฒนาออกแบบกลไกและนวัตกรรมการศึกษาในการช่วยเหลือดูแลเด็กและเยาวชนที่มีความเสี่ยงและเด็กที่หลุดนอกระบบการศึกษา เพื่อให้เด็กในจังหวัดราชบุรี หลุดนอกระบบต้องเป็น “ศูนย์” ภายใน 3 ปี และสามารถดูแลช่วยเหลือให้จำนวนเด็กนอกระบบเป็น “ศูนย์” ต่อไปได้ในระยะยาว
“ห้วงเวลานี้คือการเปลี่ยนผ่าน (Transform) และจังหวะของการลงมือทำเพื่อพาเด็กๆ กลับสู่การเรียนที่พัฒนาพวกเขาได้อย่างเต็มศักยภาพ เรียนได้ทัน และเรียนรู้มากยิ่งกว่าที่พวกเขาเสียไป องค์การยูเนสโก ชี้ว่า เรื่องนี้ต้องรีบเร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วน มิฉะนั้นแล้ว เด็กทั้งรุ่นอาจจะต้องเผชิญกับผลกระทบที่แก้กลับคืนมาไม่ได้ สิ่งที่จะสูญเสียไปก็คือ "คนเจเนอเรชันหนึ่งที่จะหายไปทั้งรุ่น" ซึ่งกุญแจหลักของการแก้ปัญหาที่จังหวัดจะเดินหน้า คือ
1) Recovery การฟื้นฟูผลกระทบจากความเสียหายของไวรัสโควิด-19
2) Resilience การเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และ
3) Changes การปรับเปลี่ยนมุมมองแนวคิด และวิธีการในการแก้ไขปัญหา” รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี กล่าว
ขณะ นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “แสนสิริ ยึดมั่นและให้ความสำคัญกับความเสมอภาค, ความเท่าเทียมและการเข้าถึงได้ในทุกมิติเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาไทย ที่เป็นประเด็นสำคัญทางสังคม และสามารถส่งผลกระทบต่อเยาวชนรวมถึงประเทศชาติในระยะยาว เราจึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลงมือและสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างยั่งยืน ภายใต้โครงการ "Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน" ระดมพลังคนไทยเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทยให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษาเป็น “ศูนย์” ให้ได้ใน 3 ปี นำร่องผ่าน "ราชบุรีโมเดล" จังหวัดต้นแบบ โดยเราตั้งเป้าที่จะลดจำนวนเด็กในช่วงวัยภาคบังคับ (ป.1-ม.3) ใน จ.ราชบุรี ที่หลุดออกจากระบบการศึกษาให้เหลือศูนย์ ด้วยการช่วยเหลือทั้งตัวเด็กเอง รวมทั้งช่วยสร้างระบบนิเวศที่เอื้อให้ทุกคนเข้าถึงการศึกษาได้ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการ "Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน" จะสร้างแรงกระเพื่อมให้คนไทย ภาครัฐและภาคส่วนอื่นๆ ลุกขึ้นมาช่วยเหลือเด็กทั้งประเทศไม่ให้หลุดจากระบบการศึกษา พร้อมสร้างรากฐานสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยขับเคลื่อนไปข้างหน้า และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องความเสมอภาค เพื่อลดความเหลื่อมล้ำให้กับประเทศ ให้การศึกษาและเด็กไทยอย่างยั่งยืน”
จังหวัดราชบุรี กสศ. และ แสนสิริ ขยายการดำเนินงานของโครงการสู่กลไกระดับจังหวัดและท้องถิ่น เปิดตัว “3 พลังอาสา จังหวัดราชบุรี” จากการรวมพลัง 3 กลไกท้องถิ่น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) อาสาสมัครการศึกษา (อสศ.) เพื่อฟื้นฟูเด็กๆ ทุกมิติ ครั้งแรกของไทย มุ่งดูแลและฟื้นฟูเด็กที่มีความเสี่ยงหลุดออกนอกระบบการศึกษาและทำงานครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่ ด้านสุขภาพกาย-ใจ, การคุ้มครองทางสังคมและโอกาสทางการศึกษา ซึ่งการผนึกกำลังระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และกลไกท้องถิ่นครั้งนี้ นับเป็นนวัตกรรมกลไลอาสาสมัคร เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา แบบ 3 in 1 ที่ริเริ่มที่จังหวัดราชบุรี เป็นจังหวัดแรกในเมืองไทย! โดยเชื่อว่านวัตกรรม “3 พลังอาสา จังหวัดราชบุรี” นี้ จะเป็นโมเดลต้นแบบที่จังหวัดอื่นๆ ในประเทศสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อขยายผลการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาให้ครอบคลุมทั่วประเทศได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย
ด้าน ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า หลังจากการทำงานเพื่อเรียนรู้บริบทและสถานการณ์ในพื้นที่จริง พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายภาคีการทำงานระยะยาว ผ่านการออกแบบกลไกการจัดการเชิงพื้นที่ (Area-based) ในช่วงครึ่งปีแรกการประสานความร่วมมือ “3 อาสา จังหวัดราชบุรี” อย่างกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยครอบคลุม 10 อำเภอ ใน 975 หมู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดราชบุรี (อพม.) อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และอาสาสมัครการศึกษา (อสศ.) ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือของระบบอาสาสมัครในพื้นที่ที่มีต้นทุนเดิมอยู่แล้วในการทำงานอย่างเข้มแข็งให้มีนวัตกรรมการช่วยเหลือและความยั่งยืนมากขึ้น ที่จะช่วยกันประสานความร่วมมือดูแลฟื้นฟูเด็กๆ ในด้านสุขภาพ สภาวะทางครอบครัวสังคม และด้านการศึกษา อย่างครบทุกมิติ ครั้งแรกของเมืองไทยแล้ว เรายังผนึกกำลังร่วมกับกลไกจังหวัด จัดตั้งคณะกรรมการจัดการศึกษาเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาจังหวัดราชบุรี และคณะกรรมการศูนย์ช่วยเหลือเด็กวิกฤติและคณะทำงานในพื้นที่ ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน, ศึกษาธิการจังหวัด, เขตพื้นที่, ทุกหน่วยงานการศึกษา, สถานศึกษา, ผู้อำนวยการและครู อาสาสมัครการศึกษา เพื่อประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ลงลึกถึงปัญหา สร้างความเข้าใจและทำงานร่วมกัน เป็นการแก้ไขปัญหาเด็กหลุดออกนอกระบบการศึกษาใน จ.ราชบุรี อย่างยั่งยืน เพื่อให้วาระความเสมอภาคทางการศึกษามีแนวทางและกลไกการพัฒนาในจังหวัดสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาวอย่างยั่งยืน โดยในช่วงเปิดเทอมปีการศึกษา 1/2565 ที่ผ่านมา เรายังได้เข้าช่วยเหลือเด็กนักเรียนกลุ่มช่วงชั้นรอยต่อระดับประถมศึกษาปีที่ 6 และระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 ใน จ.ราชบุรี ที่มีความเสี่ยงในการหลุดออกจากระบบการศึกษา จากผลกระทบทางเศรษฐกิจและจากสถานการณ์โควิด-19 รวมมากกว่า 700 คน ผ่านการมอบทุนการศึกษารวมมูลค่า 1,100,000 บาท ภายใต้โครงการ 'Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน' เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาให้กับเด็กและครอบครัวอีกด้วย และเป็นการป้องกันการหลุดออกจากระบบการศึกษาด้วยมาตรการเชิงป้องกันที่ต้นทาง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในมาตรการสู่เป้าหมาย Zero Dropout ที่มีประสิทธิภาพสูงและยั่งยืนที่ กสศ. เตรียมขยายผลสู่การดำเนินการระดับประเทศอย่างเป็นระบบต่อไปในอนาคต
กสศ.จับมือ จ.ราชบุรี และ เอกชน เปิดตัว “3 พลังอาสาจังหวัดราชบุรี” มุ่งฟื้นฟูเด็กในวิกฤติการศึกษาครอบคลุมทุกมิติ รุก เด็กนักเรียน จ.ราชบุรี หลุดนอกระบบต้องเป็น “ศูนย์” ภายใน 3 ปี ภายใต้โครงการ "Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน"
ที่มา ; ไทยรัฐออนไลน์ 28 ก.ค. 2565
โครงการ “Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน” มีเป้าหมายลดปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษาให้เป็นศูนย์ภายใน 3 ปี โดยเริ่มจาก “ราชบุรีโมเดล” ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่องที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และภาคเอกชน เพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างยั่งยืน จังหวัดราชบุรีมีความพร้อมด้านยุทธศาสตร์การพัฒนา มุ่งสู่ “เมืองเกษตรสีเขียว เศรษฐกิจเข้มแข็ง สังคมคุณภาพ” และให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนและลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม
แนวทางดำเนินงานเน้น 3 หลักสำคัญ ได้แก่ การฟื้นฟูผลกระทบจากโควิด-19 (Recovery) การสร้างความพร้อมรับมือวิกฤตในอนาคต (Resilience) และการปรับเปลี่ยนแนวคิดการแก้ปัญหา (Changes) รวมถึงการบูรณาการ “3 พลังอาสา” ได้แก่ อสม. อพม. และ อสศ. เพื่อดูแลเด็กแบบองค์รวม ทั้งด้านสุขภาพ ครอบครัว สังคม และการศึกษา
โครงการนี้เป็นความร่วมมือเชิงระบบระหว่างหลายภาคส่วน ครอบคลุมพื้นที่ทั้งจังหวัด พร้อมกลไกบริหารจัดการเชิงพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือเด็กกลุ่มเสี่ยงและเด็กหลุดระบบการศึกษา โดยมีเป้าหมายสำคัญคือทำให้เด็กในวัยเรียนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม และลดความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน พร้อมสร้างต้นแบบที่สามารถขยายผลไปทั่วประเทศ
เป้าหมายสำคัญที่สุดของโครงการ Zero Dropout คือข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนโรงเรียนในชนบท
ข. ลดเด็กหลุดจากระบบการศึกษาให้เป็นศูนย์
ค. เพิ่มงบประมาณด้านการศึกษา
ง. ส่งเสริมการเรียนออนไลน์ทุกพื้นที่
เฉลย: ข
เหตุผล: โครงการมุ่ง “เด็กหลุดจากระบบการศึกษาเป็นศูนย์” เป็นเป้าหมายหลักโดยตรง
จังหวัดราชบุรีถูกเลือกเป็นพื้นที่นำร่องเพราะเหตุผลใด
ก. มีประชากรมากที่สุด
ข. เป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญ
ค. มีศักยภาพและความพร้อมด้านการพัฒนาเชิงพื้นที่
ง. มีโรงเรียนเอกชนจำนวนมาก
เฉลย: ค
เหตุผล: เนื้อหาระบุว่ามีศักยภาพและเหมาะสมในการเป็นต้นแบบ
แนวคิด 3R ของโครงการหมายถึงข้อใด
ก. Reading, Writing, Research
ข. Recovery, Resilience, Changes
ค. Reform, Reform, Reform
ง. Resource, Result, Review
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นกรอบหลักในการแก้ปัญหาเชิงระบบ
“3 พลังอาสา” ประกอบด้วยหน่วยงานใด
ก. ครู นักเรียน ผู้ปกครอง
ข. อสม. อพม. อสศ.
ค. อบต. โรงเรียน วัด
ง. ตำรวจ ทหาร ปกครอง
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นกลไกอาสาสมัคร 3 กลุ่มหลักในพื้นที่
เป้าหมายเชิงระบบของโครงการนี้คือข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนผู้สำเร็จการศึกษาเท่านั้น
ข. ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างยั่งยืน
ค. ลดงบประมาณภาครัฐ
ง. ปรับหลักสูตรให้ยากขึ้น
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นความเสมอภาคและลดความเหลื่อมล้ำระยะยาว
UNESCO เตือนว่าหากไม่เร่งแก้ปัญหา จะเกิดผลกระทบใด
ก. เศรษฐกิจโตช้า
ข. เด็กทั้งรุ่นเสียโอกาส
ค. ครูขาดแคลน
ง. โรงเรียนปิดตัว
เฉลย: ข
เหตุผล: อาจเกิด “คนเจเนอเรชันหนึ่งหายไปทั้งรุ่น”
แนวทางการดำเนินงาน “Recovery” หมายถึงข้อใด
ก. การแข่งขันทางการศึกษา
ข. การฟื้นฟูผลกระทบโควิด-19
ค. การเพิ่มงบประมาณ
ง. การสร้างโรงเรียนใหม่
เฉลย: ข
เหตุผล: Recovery คือการฟื้นฟูผลกระทบจากโควิด
บทบาทของภาคเอกชนในโครงการนี้คือข้อใด
ก. กำหนดหลักสูตร
ข. สนับสนุนความเสมอภาคและลดความเหลื่อมล้ำ
ค. จัดสอบนักเรียน
ง. บริหารโรงเรียนทั้งหมด
เฉลย: ข
เหตุผล: แสนสิริสนับสนุนลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
กลไกสำคัญในการบริหารงานระดับพื้นที่คือข้อใด
ก. การสอบแข่งขัน
ข. การจัดตั้งคณะกรรมการและเครือข่ายพื้นที่
ค. การเพิ่มห้องเรียน
ง. การย้ายครู
เฉลย: ข
เหตุผล: ใช้กลไกเชิงพื้นที่และคณะทำงานบูรณาการ
เป้าหมายระยะยาวของโครงการ Zero Dropout คือข้อใด
ก. ลดจำนวนครู
ข. ขยายโรงเรียนเอกชน
ค. ขยายผลทั่วประเทศอย่างยั่งยืน
ง. ยกเลิกการสอบระดับชาติ
เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องการเป็นต้นแบบและขยายผลระดับประเทศ