
เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมรัฐสภา ที่ประชุมได้ลงมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ด้วยคะแนน 435 ต่อ 30 งดออกเสียง 2 ไม่ออกเสียง 1 พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ จำนวน 49 คน และให้แปรญัตติเป็นเวลา 15 วัน ซึ่งกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ จะร่วมกันพิจารณาเป็นรายมาตรา พร้อมกับนำข้อห่วงใยของประชาชน ครู บุคลาการทางการศึกษาและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา เข้ามาพิจารณาร่างกฎหมายร่วมกันด้วย
ด้านนายอำนาจ วิชยานุวัติ กมธ.วิสามัญฯ กล่าวว่า กมธ.วิสามัญฯ นัดประชุมวันที่ 16 พฤศจิกายนนี้ เพื่อประชุมเลือกประธาน กมธ.วิสามัญฯ พร้อมกับร่วมกันวางกรอบ กำหนดระยะเวลาการทำงานต่อไป โดย ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ถือเป็นรัฐธรรมนูญในการจัดการศึกษา ซึ่งในกฎหมายจะพูดถึงหลักการศึกษาทั้งระบบตั้งแต่แรกเกิดจนถึงการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต หากพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับใหม่ผ่านและประกาศในราชกิจจานุเบกษาและใช้บังคับเป็นกฎหมายแล้ว จะส่งผลให้มีการยกเลิก พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ทันที
นายวรากรณ์ สามโกเศศ กมธ.วิสามัญฯ กล่าวว่า กมธ.วิสามัญฯ จะเร่งประชุมเพื่อพิจารณากฎหมายฉบับนี้โดยเร็ว เพราะเรื่องนี้จะชักช้าไม่ได้ ส่วนที่หลายฝ่ายกังวลเรื่องโครงสร้างของ ศธ. และ อำนาจของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) จะอยู่ใน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ด้วยหรือไม่ ขอชี้แจงว่ากฎหมายนี้ เป็นกฎหมายที่กำหนดกว้างๆ และกำหนดเป้าหมายการศึกษาในแต่ละช่วงอายุมีอะไรบ้าง ไม่ได้พูดถึงหรือปรับเปลี่ยนโครงสร้าง หรืออำนาจหน้าของ สพท. เป็นหน้าของ ศธ. ที่จะไปกำหนดโครงสร้าง อำนาจหน้าที่ของ สพท. ต่อไปว่าจะมีการปรับเปลี่ยนหรือไม่ เช่น อาจจะออกเป็นประกาศ ศธ. หรือระเบียบ ศธ. หรือจะกำหนดไว้ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. … เป็นต้น
“ส่วนกรณีที่พรรคก้าวไกล ร่วมแถลงจุดยืนไม่รับร่างพ.ร.บการศึกษาแห่งชาติ เพราะมองว่าเป็นรวมศูนย์อำนาจ ไม่มีการกระจายอำนาจ และล้าหลังกว่าพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 นั้น ผมมองว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้มีความก้าวหน้าอย่างมาก เพราะในกฎหมายไม่ได้กำหนดให้มีการขยายอำนาจ ขยายตำแหน่งหน้าที่ แต่เน้นมาตรฐานการศึกษา และกำหนดหน้าที่ครูให้ชัดเจนว่าครูไม่มีหน้าที่อย่างอื่นนอกเหนือจากการสอน และที่สำคัญ พ.ร.บ.ฉบับนี้ต่อยอดสิ่งที่มีอยู่ เช่น ปรับเปลี่ยนสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เป็นสำนักงานคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ ทำหน้าที่ยกร่างแผนการศึกษาแห่งชาติ เป็นต้น”นายวรากรณ์ กล่าว
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 9 พฤศจิกายน 2564
ข่าวเกี่ยวกัน
‘ตรีนุช’ สั่งรื้อโครงสร้าง ‘กศน.’ มั่นใจสภาฯไฟเขียวร่างกฎหมายใหม่ ยกฐานะเป็น ‘กรม’-หวังทำงานยืดหยุ่น
นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า วันที่ 9 พฤศจิกายน ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรจะมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … และร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. … ทั้งนี้มั่นใจว่าร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้จะผ่านสภาวาระ 1 อย่างแน่นอน เพราะเป็นกฎหมายที่มีประโยชน์ต่อการศึกษาและเป็นประโยน์ต่อคนทุกช่วงวัยที่จะพัฒนาตัวเองในทุกมิติ สาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้จะมีการเปลี่ยนโครงสร้างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เป็นกรมส่งเสริมการเรียนรู้ด้วย ซึ่ง น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ให้ความสำคัญ โดยได้มอบให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น นายสุภัทร จำปาทอง ปลัด ศธ. และนายสุรศักดิ์ อินศรีไกร เลขาธิการ กศน. เตรียมความพร้อมปรับแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องรองรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างดังกล่าวแล้ว
“หากสภาให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ฯ จะส่งผลให้มีการยกเลิก พ.ร.บ.ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ.2551 โดย กศน.จะได้รับการยกสถานะเป็นกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ซึ่งจะทำให้การทำงานมีความคล่องตัว มีความยืดหยุ่นสามารถปรับรูปแบบการเรียนการสอน ให้เป็นไปตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง มีการปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ ถือเป็นการปฏิรูปการศึกษารูปแบบหนึ่ง โดยเฉพาะการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่จะปรับเปลี่ยนอย่างมาก โดยได้รวบรวมรายละเอียดเพื่อตอบข้อซักถามของสภา และนำเสนอข้อมูลให้ประชาชนได้รับทราบรายละเอียดต่อไป” นางกนกวรรณกล่าว
ทั้งนี้ในการส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต ให้คำนึงถึงแนวทาง ดังนี้
1.ดำเนินการโดยวิธีการใดๆ เพื่อกระตุ้นให้บุคคลใฝ่หาความรู้ในเรื่องที่ตนสนใจและสร้างสมรรถนะในการเรียนรู้โดยผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในทุกเวลาเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ทุกประเภทได้โดยง่ายในเวลาที่ตนสะดวก โดยไม่มีภาระค่าใช้จ่ายเกินสมควร
2.จัดให้มีและพัฒนาแหล่งเรียนรู้
3.ส่งเสริมให้ภาคีเครือข่ายร่วมกันจัดให้บุคคลในครอบครัวและชุมชนมีนิสัยรักการอ่านหรือการเรียนรู้ และ
4.ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ชำนาญการในภูมิปัญหาท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้และเผยแพร่ภูมิปัญหาท้องถิ่น และการส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ ให้กรมดำเนินการโดยคำนึงถึงการจัดการเรียนรู้สำหรับกลุ่มเป้าหมายซึ่งมิได้ศึกษาอยู่ในโรงเรียนไม่ว่าด้วยเหตุใด วิธีการจัดการเรียนรู้และการจัดทำหรือพัฒนาหลักสูตรต้องสอดคล้องกับพัฒนาการของโลก และความต้องการของผู้เรียน
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 9 พฤศจิกายน 2564
สรุปสาระสำคัญ
รัฐสภามีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ด้วยเสียงท่วมท้น และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาเป็นรายมาตรา โดยเปิดโอกาสให้รับฟังข้อห่วงใยจากประชาชน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ร่างกฎหมายฉบับนี้ถูกมองว่าเป็น “รัฐธรรมนูญทางการศึกษา” ที่กำหนดหลักการจัดการศึกษาทั้งระบบ ตั้งแต่ปฐมวัยจนถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต และเมื่อมีผลบังคับใช้จะยกเลิก พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ทันที
สาระสำคัญของร่างกฎหมายมุ่งกำหนดเป้าหมายและมาตรฐานการศึกษาในภาพรวม ไม่ได้ลงรายละเอียดด้านโครงสร้างหรืออำนาจของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งเป็นอำนาจของกระทรวงศึกษาธิการในการกำหนดกฎหมายลำดับรองต่อไป ทั้งยังให้ความสำคัญกับบทบาทครู โดยกำหนดหน้าที่หลักคือการสอนอย่างชัดเจน ควบคู่กับการยกระดับกลไกนโยบายการศึกษา เช่น การปรับสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาเป็นสำนักงานคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ
ขณะเดียวกัน มีการผลักดันร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อยกระดับ กศน. เป็นกรมส่งเสริมการเรียนรู้ มุ่งสร้างความยืดหยุ่น คล่องตัว และตอบโจทย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชนทุกช่วงวัย
ข้อสอบ
เหตุใดร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่จึงถูกเปรียบว่าเป็น “รัฐธรรมนูญทางการศึกษา”
ก. เป็นกฎหมายที่กำหนดโครงสร้าง ศธ. โดยละเอียด
ข. เป็นกฎหมายที่ใช้บังคับเฉพาะสถานศึกษาของรัฐ
ค. เป็นกฎหมายที่กำหนดหลักการและทิศทางการศึกษาทั้งระบบ
ง. เป็นกฎหมายที่รวมอำนาจการจัดการศึกษาไว้ที่ส่วนกลาง
ข้อใดสะท้อนแนวคิดสำคัญของร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่เกี่ยวกับ “บทบาทครู” ได้ชัดเจนที่สุด
ก. ครูต้องรับผิดชอบงานบริหารควบคู่การสอน
ข. ครูมีหน้าที่หลักด้านการจัดการเรียนรู้เป็นสำคัญ
ค. ครูต้องเป็นผู้กำหนดนโยบายการศึกษาในพื้นที่
ง. ครูต้องทำหน้าที่ประเมินคุณภาพสถานศึกษา
หากผู้บริหารสถานศึกษากังวลว่าร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติจะกระทบอำนาจของ สพท. การตีความใดสอดคล้องกับบทความมากที่สุด
ก. กฎหมายฉบับนี้ลดอำนาจ สพท. โดยตรง
ข. กฎหมายฉบับนี้เพิ่มอำนาจ สพท. อย่างชัดเจน
ค. กฎหมายฉบับนี้ไม่กล่าวถึงโครงสร้างและอำนาจ สพท. โดยตรง
ง. กฎหมายฉบับนี้ยุบ สพท. และรวมศูนย์อำนาจ
การยกระดับ กศน. เป็นกรมส่งเสริมการเรียนรู้ มีเป้าหมายสำคัญใด
ก. เพื่อเพิ่มสายบังคับบัญชาใน ศธ.
ข. เพื่อควบคุมหลักสูตรจากส่วนกลางมากขึ้น
ค. เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและตอบโจทย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต
ง. เพื่อยกเลิกการศึกษานอกระบบ
แนวทางการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตตามร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ เน้นหลักการใดมากที่สุด
ก. การเรียนรู้เฉพาะในระบบโรงเรียน
ข. การเรียนรู้ที่รัฐจัดให้เป็นหลัก
ค. การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น เข้าถึงได้ และตอบความต้องการผู้เรียน
ง. การเรียนรู้เพื่อสอบและรับวุฒิเท่านั้น
เหตุใดร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่จึงเลือก “ไม่กำหนดโครงสร้างและอำนาจของ สพท. ไว้ในกฎหมายหลัก”
ก. เพื่อลดความขัดแย้งทางการเมือง
ข. เพื่อคงความยืดหยุ่นเชิงนโยบายและการปรับตัวในอนาคต
ค. เพื่อถ่ายโอนอำนาจให้สถานศึกษาโดยตรง
ง. เพื่อรวมอำนาจการบริหารไว้ที่รัฐสภา
การกำหนดให้ “ครูไม่มีหน้าที่อื่นนอกเหนือจากการสอน” มีนัยเชิงนโยบายสำคัญต่อระบบการศึกษาอย่างไร
ก. ลดบทบาทครูในการพัฒนานโยบาย
ข. เพิ่มอำนาจการบริหารให้ผู้บริหารสถานศึกษา
ค. แก้ปัญหาคุณภาพผู้เรียนเชิงโครงสร้างระยะยาว
ง. ลดความจำเป็นของการประกันคุณภาพภายใน
หากผู้บริหารสถานศึกษาตีความว่าร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่เป็น “กฎหมายรวมศูนย์อำนาจ” การพิจารณาใดโต้แย้งแนวคิดนี้ได้ดีที่สุด
ก. มีการตั้งคณะกรรมาธิการจำนวนมาก
ข. กฎหมายไม่กำหนดตำแหน่งหรือขยายอำนาจหน่วยงานใด
ค. มีการยกเลิกกฎหมายเดิม
ง. รัฐสภาเป็นผู้รับรองกฎหมาย
การยกระดับ กศน. เป็นกรมส่งเสริมการเรียนรู้ สะท้อนการเปลี่ยนบทบาทรัฐด้านการศึกษาในมิติใด
ก. จากผู้ควบคุม → ผู้จัดการ
ข. จากผู้จัดการ → ผู้ส่งเสริมการเรียนรู้
ค. จากผู้สนับสนุน → ผู้กำกับ
ง. จากผู้ให้บริการ → ผู้ตรวจสอบ
หากท่านเป็นผู้บริหารสถานศึกษา การเตรียมความพร้อมต่อกฎหมายใหม่ควรเริ่มจากข้อใดมากที่สุด
ก. การปรับโครงสร้างองค์กร
ข. การเพิ่มเอกสารและรายงาน
ค. การพัฒนาคุณภาพการสอนและระบบสนับสนุนครู
ง. การรอประกาศกฎหมายลำดับรอง
คลิกเฉลย >>>
