
ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 3/2565 เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สำหรับโรงเรียนพัฒนาคุณภาพ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ขอให้ ก.ค.ศ. พิจารณาวิธีการและเงื่อนไขการบริหารงานบุคคลสำหรับโรงเรียนคุณภาพ เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่จะพัฒนาโรงเรียนคุณภาพให้เป็นโรงเรียนต้นแบบในการแก้ปัญหาด้านการศึกษาและความปลอดภัยของโรงเรียน รวมถึงลดความเหลื่อมล้ำในโอกาสการเข้าถึงการศึกษาในสังคมเมืองและชนบทให้กับนักเรียน สร้างความพร้อมให้กับครูและผู้บริหารโรงเรียนในการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพและมีความปลอดภัย ตามบริบทของโรงเรียนและพัฒนาผู้เรียนให้เป็นพลเมืองโลกที่มีคุณภาพ ก.ค.ศ.จึงพิจารณาให้จัดทำหลักเกณฑ์และวิธีการสำหรับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาสำหรับโรงเรียนพัฒนาคุณภาพ สังกัด สพฐ. โดยสรุปสาระสำคัญของร่างหลักเกณฑ์และวิธีการได้ดังนี้
1. ในหลักเกณฑ์และวิธีการนี้ “โรงเรียนคุณภาพ” หมายความว่า โรงเรียนระดับประถมศึกษาหรือโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาที่เป็นโรงเรียนหลักในการจัดการศึกษาร่วมกับโรงเรียนเครือข่ายเพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาตามประกาศของ สพฐ. สำหรับ “โรงเรียนเครือข่าย” หมายความว่า โรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนต่ำกว่า ๑๒๐ คน มีการจัดการศึกษาร่วมกับโรงเรียนหลักและนักเรียนทุกชั้นเรียนได้ไปเรียนรวมกับโรงเรียนหลักด้วยแล้ว
2. เมื่อนักเรียนในโรงเรียนเครือข่ายไปเรียนกับโรงเรียนหลัก และ สพฐ. ประกาศ “โรงเรียนคุณภาพ” แล้วให้คำนวณอัตรากำลังใหม่ตามเกณฑ์อัตรากำลังที่ ก.ค.ศ. กำหนด กรณีคำนวณแล้วโรงเรียนคุณภาพมีอัตรากำลังไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด ให้บริหารอัตรากำลังข้าราชการครูฯ สายงานการสอนและสายงานบริหารสถานศึกษาของโรงเรียนเครือข่าย และบริหารอัตรากำลังโรงเรียนคุณภาพที่เกินเกณฑ์ ดังนี้
2.1 ให้ตัดโอนตำแหน่งและอัตราเงินเดือน สายงานการสอนและสายงานบริหารสถานศึกษาในโรงเรียนเครือข่าย ไปกำหนดในโรงเรียนคุณภาพหรือโรงเรียนอื่นที่มีอัตรากาลังตำกว่าเกณฑ์
ทั้งนี้ ในกรณีที่ครูโรงเรียนเครือข่าย ประสงค์จะดำรงตำแหน่งในโรงเรียนคุณภาพ ซึ่งมีอัตรากำลังพอดีเกณฑ์หรือเกินเกณฑ์ที่ ก.ค.ศ. กำหนด ให้สามารถดำเนินการได้ โดยมีเงื่อนไขถ้าโรงเรียนคุณภาพมีอัตราว่างให้ตัดโอนไปกำหนดในโรงเรียนที่มีอัตรากาลังต่ำกว่าเกณฑ์
หรือ ให้ตัดโอนตำแหน่งและอัตราเงินเดือน สายงานการสอนและสายงานบริหารสถานศึกษาในโรงเรียนคุณภาพที่เกินเกณฑ์ ไปกาหนดในโรงเรียนอื่นที่มีอัตรากาลังต่ำกว่าเกณฑ์
2.2 ให้ย้ายครู โรงเรียนเครือข่าย ไปแต่งตั้งในโรงเรียนคุณภาพหรือโรงเรียนอื่นที่มีอัตรากาลังต่ำกว่าเกณฑ์ โดยกำหนดคุณสมบัติกรณีย้ายปกติ “ปัจจุบันดำรงตำแหน่งครู โรงเรียนเครือข่าย โดยไม่นับระยะเวลา 24 เดือน”
2.3 ให้ย้ายผู้บริหารสถานศึกษา โรงเรียนเครือข่าย หรือย้ายผู้บริหารสถานศึกษา โรงเรียนหลักไปแต่งตั้งในโรงเรียนที่มีอัตรากำลังต่ำกว่าเกณฑ์ โดยกำหนดคุณสมบัติกรณีย้ายปกติ “ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา โรงเรียนเครือข่ายหรือโรงเรียนหลัก โดยไม่นับระยะเวลา 12 เดือน” และกำหนดขนาดสถานศึกษาที่จะนำมาพิจารณาย้าย โดยให้เทียบขนาดสถานศึกษาจากจำนวนนักเรียนโรงเรียนเครือข่ายรวมกับโรงเรียนหลัก
ที่มา ; สำนักงาน ก.ค.ศ.
ข่าวเดียวกัน
บอร์ด ก.ค.ศ. เห็นชอบหลักเกณฑ์บริหารบุคคล ร.ร.คุณภาพ
เมื่อวันที่ 24 มีนาคม น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สำหรับโรงเรียนพัฒนาคุณภาพ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เนื่องจาก ศธ. มีนโยบายพัฒนาโรงเรียนคุณภาพให้เป็นโรงเรียนต้นแบบในการแก้ปัญหาด้านการศึกษาและความปลอดภัยของโรงเรียน รวมถึงลดความเหลื่อมล้ำในโอกาสการเข้าถึงการศึกษาในสังคมเมืองและชนบทให้กับนักเรียน สร้างความพร้อมให้กับครูและผู้บริหารโรงเรียนในการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพและมีความปลอดภัย ตามบริบทของโรงเรียนและพัฒนาผู้เรียนให้เป็นพลเมืองโลกที่มีคุณภาพ
ก.ค.ศ. จึงพิจารณาให้จัดทำหลักเกณฑ์และวิธีการสำหรับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สำหรับโรงเรียนพัฒนาคุณภาพ สังกัด สพฐ. โดยสรุปสาระสำคัญของร่างหลักเกณฑ์และวิธีการได้ ดังนี้
ในหลักเกณฑ์และวิธีการนี้ “โรงเรียนคุณภาพ” หมายความว่า โรงเรียนระดับประถมศึกษา หรือโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาที่เป็นโรงเรียนหลักในการจัดการศึกษาร่วมกับโรงเรียนเครือข่ายเพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ตามประกาศของ สพฐ. สำหรับ “โรงเรียนเครือข่าย” หมายความว่า โรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนต่ำกว่า 120 คน มีการจัดการศึกษาร่วมกับโรงเรียนหลักและนักเรียนทุกชั้นเรียนได้ไปเรียนรวมกับโรงเรียนหลักด้วยแล้ว
เมื่อนักเรียนในโรงเรียนเครือข่ายไปเรียนกับโรงเรียนหลัก และ สพฐ.ประกาศโรงเรียนคุณภาพ แล้วให้คำนวณอัตรากำลังใหม่ตามเกณฑ์อัตรากำลังที่ ก.ค.ศ. กำหนด กรณีคำนวณแล้วโรงเรียนคุณภาพมีอัตรากำลังไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด ให้บริหารอัตรากำลังข้าราชการครูฯ สายงานการสอนและสายงานบริหารสถานศึกษาของโรงเรียนเครือข่าย และบริหารอัตรากำลังโรงเรียนคุณภาพที่เกินเกณฑ์ ดังนี้
-ให้ตัดโอนตำแหน่งและอัตราเงินเดือน สายงานการสอนและสายงานบริหารสถานศึกษาในโรงเรียนเครือข่าย ไปกำหนดในโรงเรียนคุณภาพ หรือโรงเรียนอื่นที่มีอัตรากำลังต่ำกว่าเกณฑ์
-ในกรณีที่ครูโรงเรียนเครือข่าย ประสงค์จะดำรงตำแหน่งในโรงเรียนคุณภาพ ซึ่งมีอัตรากำลังพอดีเกณฑ์หรือเกินเกณฑ์ที่ ก.ค.ศ.กำหนด ให้สามารถดำเนินการได้ โดยมีเงื่อนไขถ้าโรงเรียนคุณภาพมีอัตราว่างให้ตัดโอนไปกำหนดในโรงเรียนที่มีอัตรากาลังต่ำกว่าเกณฑ์ หรือให้ตัดโอนตำแหน่งและอัตราเงินเดือน สายงานการสอนและสายงานบริหารสถานศึกษาในโรงเรียนคุณภาพที่เกินเกณฑ์ ไปกำหนดในโรงเรียนอื่นที่มีอัตรากาลังต่ำกว่าเกณฑ์
-ให้ย้ายครู โรงเรียนเครือข่าย ไปแต่งตั้งในโรงเรียนคุณภาพหรือโรงเรียนอื่นที่มีอัตรากาลังต่ำกว่าเกณฑ์ โดยกำหนดคุณสมบัติกรณีย้ายปกติปัจจุบันดำรงตำแหน่งครู โรงเรียนเครือข่าย โดยไม่นับระยะเวลา 24 เดือน และให้ย้ายผู้บริหารสถานศึกษา โรงเรียนเครือข่าย หรือย้ายผู้บริหารสถานศึกษา โรงเรียนหลักไปแต่งตั้งในโรงเรียนที่มีอัตรากำลังต่ำกว่าเกณฑ์ โดยกำหนดคุณสมบัติกรณีย้ายปกติ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา โรงเรียนเครือข่าย หรือโรงเรียนหลักโดยไม่นับระยะเวลา 12 เดือน และกำหนดขนาดสถานศึกษาที่จะนำมาพิจารณาย้าย โดยให้เทียบขนาดสถานศึกษาจากจำนวนนักเรียนโรงเรียนเครือข่ายรวมกับโรงเรียนหลัก” น.ส.ตรีนุชกล่าว
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 24 มีนาคม 2565
สรุปสาระสำคัญ
ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 3/2565 มีมติเห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สำหรับโรงเรียนพัฒนาคุณภาพ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อรองรับนโยบายกระทรวงศึกษาธิการในการยกระดับโรงเรียนคุณภาพให้เป็นโรงเรียนต้นแบบด้านคุณภาพการศึกษา ความปลอดภัย และการลดความเหลื่อมล้ำระหว่างพื้นที่เมืองกับชนบท
หลักเกณฑ์กำหนดให้ “โรงเรียนคุณภาพ” เป็นโรงเรียนหลักระดับประถมหรือมัธยมที่จัดการศึกษาร่วมกับโรงเรียนเครือข่าย ขณะที่ “โรงเรียนเครือข่าย” คือโรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คน และนำนักเรียนไปเรียนรวมกับโรงเรียนหลัก เมื่อมีการประกาศโรงเรียนคุณภาพแล้ว จะต้องคำนวณอัตรากำลังใหม่ตามเกณฑ์ ก.ค.ศ. หากอัตรากำลังไม่เป็นไปตามเกณฑ์ ให้บริหารจัดการโดยการตัดโอนตำแหน่งและอัตราเงินเดือน ย้ายครู หรือย้ายผู้บริหารสถานศึกษาไปยังโรงเรียนที่มีอัตรากำลังต่ำกว่าเกณฑ์
ทั้งนี้ การย้ายครูจากโรงเรียนเครือข่ายสามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงระยะเวลา 24 เดือน และการย้ายผู้บริหารสถานศึกษาไม่นับระยะเวลา 12 เดือน หลักเกณฑ์ดังกล่าวมุ่งสร้างความคล่องตัวในการบริหารบุคลากร ให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่และเป้าหมายการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพในระดับสากล
ข้อสอบ
ข้อ 1 เป้าหมายเชิงนโยบายที่สำคัญที่สุดของการจัดทำหลักเกณฑ์บริหารงานบุคคลสำหรับโรงเรียนพัฒนาคุณภาพคือข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนครูในโรงเรียนขนาดใหญ่
ข. ลดภาระงบประมาณด้านบุคลากร
ค. ยกระดับคุณภาพและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
ง. รวมศูนย์การบริหารงานบุคคลไว้ที่ สพฐ.
ข้อ 2 โรงเรียนใดเข้าข่ายเป็น “โรงเรียนเครือข่าย” ตามหลักเกณฑ์นี้
ก. โรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 200 คน
ข. โรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คนและจัดการศึกษาร่วมกับโรงเรียนหลัก
ค. โรงเรียนที่ไม่มีผู้บริหารประจำ
ง. โรงเรียนที่ถูกรวมเลิกสถานศึกษา
ข้อ 3 หลังประกาศโรงเรียนคุณภาพ ขั้นตอนใดเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการบริหารงานบุคคล
ก. การย้ายครูทันที
ข. การตัดโอนอัตราเงินเดือน
ค. การคำนวณอัตรากำลังใหม่ตามเกณฑ์ ก.ค.ศ.
ง. การปรับโครงสร้างการบริหารโรงเรียน
ข้อ 4 เหตุใดหลักเกณฑ์จึงยกเว้นเงื่อนไขระยะเวลา 24 เดือนสำหรับการย้ายครูโรงเรียนเครือข่าย
ก. เพื่อเร่งรัดการยุบโรงเรียนขนาดเล็ก
ข. เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการจัดสรรครูตามความจำเป็น
ค. เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนครูเฉพาะวิชา
ง. เพื่อสนับสนุนการเลื่อนตำแหน่งครู
ข้อ 5 ในฐานะผู้บริหารสถานศึกษา การตัดสินใจใดสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของหลักเกณฑ์นี้มากที่สุด
ก. รักษาอัตรากำลังของโรงเรียนตนเองไว้ก่อน
ข. ย้ายบุคลากรตามความสมัครใจเป็นหลัก
ค. บริหารอัตรากำลังให้สมดุลกับเครือข่ายและเกณฑ์ ก.ค.ศ.
ง. ขอเพิ่มอัตรากำลังจากส่วนกลางทุกกรณี
คลิกเฉลย >>>
