
วันพุธที่ 1 กันยายน 2564 ดร.อำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาออนไลน์ เรื่อง การจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานในสถานการณ์โควิด-19 ว่า ในระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา โรคระบาดโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย ทำให้เกิดวิกฤติทั้งด้านสาธารณสุข เศรษฐกิจ สังคม และการศึกษา โดยผลกระทบทางด้านการศึกษาที่เห็นชัดเจน คือ การปิดโรงเรียน การเปลี่ยนรูปแบบการสอนเป็นทางไกลหรือออนไลน์ เป็นต้น ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกผันในการจัดการศึกษา นำมาซึ่งการปรับเปลี่ยนรูปแบบ และวิธีการจัดการเรียนรู้ ครูต้องปรับบทบาทใหม่ และสถานศึกษาต้องปรับตัวให้ทันการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ผู้เรียนยังคงได้รับโอกาสการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ แม้จะปิดโรงเรียนภายใต้มาตรการป้องกันโรคระบาดก็ตาม
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ในฐานะองค์กรหลักด้านนโยบายและการวิจัยทางการศึกษา ได้ตระหนักและเห็นความสำคัญในการศึกษาวิจัยผลกระทบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวทางปฏิบัติในการจัดการศึกษา เพื่อลดผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 ที่มีต่อคุณภาพผู้เรียนให้มากที่สุด จึงได้ร่วมกับนักวิจัย ดำเนินการศึกษาแนวทางการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดย รองศาสตราจารย์ ดร.มารุต พัฒผล และคณะวิจัยของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เพื่อมุ่งตอบโจทย์การพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนในสถานการณ์วิกฤติ และเพื่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของประเทศในระยะยาว ด้วยความคาดหวังผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นแก่ผู้เรียน ให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาอย่างเต็มตามศักยภาพที่สุด
นายสำเนา เนื้อทอง ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ กล่าวว่า การศึกษาวิจัย เรื่อง การจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานในสถานการณ์โควิด-19 มีวัตถุประสงค์
· เพื่อศึกษาลักษณะและแนวทางการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน
· จัดทำข้อเสนอในการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งข้อเสนอในระดับนโยบายและในระดับปฏิบัติ
ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอน และบุคลากรทางการศึกษาในทุกสังกัด จะได้รับประโยชน์จากผลการศึกษาแนวทางการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานฯ นี้ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้พัฒนาการจัดการเรียนรู้ในแต่ละบริบทของพื้นที่ได้ต่อไป
รศ.ดร. มารุต พัฒผล นักวิจัยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวว่า ผลการศึกษา พบว่า ลักษณะและแนวทางการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานเพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (COVID-19) จำแนกเป็น 4 ประเด็นได้แก่
1) แนวทางการจัดการเรียนรู้ระดับประถมศึกษาแบบเรียนรู้ที่โรงเรียน
2) แนวทางการจัดการเรียนรู้ระดับประถมศึกษาแบบเรียนรู้ที่บ้าน
3) แนวทางการจัดการเรียนรู้ระดับมัธยมศึกษาแบบเรียนรู้ที่โรงเรียน และ
4) แนวทางการจัดการเรียนรู้ระดับมัธยมศึกษาแบบเรียนรู้ที่บ้าน
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกิจกรรมการเรียนรู้ที่โรงเรียนกับชีวิตประจำวันของผู้เรียนและการเรียนรู้ที่บ้าน เน้นให้ผู้เรียนใช้กระบวนการเรียนรู้ที่นำไปสู่ความคิดรวบยอด โดยครูมีบทบาทในการกระตุ้นให้ผู้เรียนเชื่อมโยงการเรียนรู้กับชีวิตจริง โดยใช้สื่อการเรียนรู้ที่สร้างความเข้าใจได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว ทั้งสื่อออนไลน์ ออฟไลน์ และสื่อของจริง จัดแหล่งการเรียนที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ในลักษณะส่วนบุคคล โดยการวัดและประเมินผลการเรียนรู้จะประเมินวินิจฉัยความเข้าใจที่ถูกต้องและความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนของผู้เรียน และนำมาออกแบบกิจกรรมให้เรียนรู้รายบุคคล ประเมินกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยการสังเกตพฤติกรรมและการประเมินผลงาน หรือประเมินความก้าวหน้าและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการประเมินที่หลากหลายลดการประเมินเพื่อการตัดสิน เป็นต้น
จัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเปิด ที่ผู้เรียนทุกคนมีโอกาสเลือกปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจและพหุปัญญาของผู้เรียนรายบุคคล โดยครูจะต้องเอาใจใส่กระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยการติดตามถามไถ่ผู้เรียนและผู้ปกครองเป็นระยะๆ กระตุ้นผู้เรียนให้มีวินัยในตนเองและให้กำลังใจ ให้ความช่วยเหลือทางวิชาการแก่ผู้เรียนเป็นรายกรณี ใช้สื่อและแหล่งการเรียนรู้ที่มีอยู่รอบตัวผู้เรียนหรือสิ่งของที่มีอยู่ในบ้านที่ผู้เรียนทุกคนเข้าถึงได้ ใช้สื่อออนไลน์อย่างเหมาะสม ไม่มากเกินไปจนทำให้เกิดผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจของผู้เรียน โดยวัดและประเมินผลการเรียนรู้ด้วยวิธีที่หลากหลาย เปิดโอกาสให้ผู้เรียนประเมินตนเองโดยใช้วิธีการง่าย ๆ หรือเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการประเมินบุตรหลานด้วยการสังเกตพฤติกรรมการตรวจสอบผลงาน โดยได้รับความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับวิธีการประเมินผู้เรียนจากสถานศึกษา เป็นต้น
เชื่อมโยงกิจกรรมการเรียนรู้ที่โรงเรียนกับกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเองที่บ้าน ให้ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้เรียน เช่น การศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ เป็นต้น กรณีผู้เรียนสลับมาโรงเรียนควรเน้นกิจกรรมเติมเต็มความรู้ กิจกรรมซ่อมเสริมการเรียนรู้และเตรียมพร้อมการเรียนรู้ความคิดรวบยอดต่อไป โดยครูมีบทบาทกระตุ้นความอยากรู้ อยากทำ ด้วยการใช้คำถาม การจูงใจ หรือใช้สถานการณ์ที่อยู่ในความสนใจของผู้เรียน ให้คำแนะนำผู้เรียนเกี่ยวกับวิธีการเรียนรู้ด้วยตนเอง เอาใจใส่ดูแลความก้าวหน้าทางการเรียนรู้ของผู้เรียนรายบุคล ใช้สื่อการเรียนรู้ที่กระชับ เข้าใจง่าย ส่งเสริมการเชื่อมโยงความรู้ และประเมินกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยการสังเกตพฤติกรรมระหว่างการจัดการเรียนรู้ ซ่อมเสริมผู้เรียนทันทีในระหว่างที่ผู้เรียนอยู่โรงเรียน ให้ข้อมูลย้อนกลับเพื่อพัฒนาการเรียนรู้อย่างตรงประเด็น และให้กำลังใจผู้เรียน เป็นต้น
ผสมผสานวิธีการเรียนรู้ต่างๆ ที่เน้นการเรียนรู้ด้วยตนเองจากการศึกษาหนังสือ ตำรา แหล่งการเรียนรู้ออนไลน์ การเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นต้น ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ของตนเองร่วมกับเพื่อน แล้วใช้การเรียนรู้ร่วมกัน โดยครูมีบทบาทในการโค้ชผู้เรียนให้ใช้กระบวนการเรียนรู้ของตนเองอย่างหลากหลาย ผ่านช่องทางต่างๆ ตามความพร้อมของผู้เรียน ร่วมเรียนรู้ (Co-learning) ไปกับผู้เรียน เป็นเพื่อนคู่คิด คู่ปรึกษาให้คำแนะนำเพื่อการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ใช้สื่อการเรียนรู้ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ ที่ผู้เรียนทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างประหยัด หรือแหล่งการเรียนรู้ที่มีอยู่รอบตัวผู้เรียน โดยวัดและประเมินผลการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนด้วยวิธีการที่หลากหลายและยืดหยุ่น ให้ผู้เรียนประเมินตนเองโดยใช้เครื่องมือประเมินที่มีคุณภาพ และนำผลการประเมินมาพัฒนาตนเอง สะท้อนผลเชิงสร้างสรรค์ที่ไม่ทำให้ผู้เรียนรู้สึกสูญเสียกำลังใจ เป็นต้น
ทั้งนี้ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้จากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เข้าร่วมการประชุม จะนำมาเป็นข้อมูลในการปรับปรุงรายงานการวิจัยฯ ให้มีเนื้อหาครบถ้วน ครอบคลุม และมีความสมบูรณ์มากขึ้น เพื่อเผยแพร่เป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษา ครูผู้สอน หน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องได้นำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้ตามบริบทของแต่ละพื้นที่ต่อไป
ที่มา ; สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
ข่าวเกี่ยวกัน
‘เรียนรู้แบบไฮบริด’ เทรนด์ใหม่จัดการสอนยุคโควิด
เมื่อเร็วๆ นี้ รศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล แสดงปาฐกถา เรื่องการเสริมสร้างระบบการเรียนรู้แบบไฮบริดให้มีประสิทธิภาพสำหรับช่วงหลังการแพร่ระบาดโควิด-19 (Creating anEffective Hybrid Learning for the Post-Pandemic World) ในงานประชุมสัมมนาวิชาการระดับอุดมศึกษา Education NEXT Forum 2021 จัดโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และสมาคมดิจิทัลไทย (DUGA)
รศ.ดร.จักรกฤษณ์ กล่าวว่า การสร้างระบบการเรียนรู้แบบไฮบริด หรือ Hybrid Learning เป็นการออกแบบและจัดการเรียนรู้ผสมผสานระหว่างชั้นเรียนแบบรักษาระยะห่างกับการเรียนรู้ทางไกลผ่านออนไลน์ กลายเป็นกระแสความนิยมใหม่ที่เกิดขึ้น หลังการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้สถาบันการศึกษาต่างต้องหยุดการเรียนการสอนในห้องเรียนและปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนโดยการเตรียมแพลตฟอร์มรองรับ
ซึ่งผู้สอนต้องปรับ Mindset เปลี่ยนกลยุทธ์การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสื่อการเรียนรู้ใหม่ ด้านผู้เรียนก็ต้องปรับตัวในการเรียนรู้วิถีใหม่และใช้อุปกรณ์ IoTต่างๆ ให้เป็นประโยชน์ รวมทั้งการมีส่วนร่วมและแสดงข้อคิดเห็นในชั้นเรียน โดยปัจจุบันคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นำแนวคิด Hybrid Learning เข้ามาแก้ปัญหาวิกฤตจากโควิด-19 และพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาในอนาคตเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตไปพร้อมกัน โดยจัดการเรียนการสอนในหลายรูปแบบที่สามารถปรับยืดหยุ่นผสมผสานให้เหมาะกับพื้นที่ผู้เรียน และเนื้อหาวิชา เช่น
จัดการเรียนรู้ทั้งหมดในห้องเรียน การเรียนการสอนในห้องเรียนแล้วลงมือทำด้วยตนเองที่บ้าน การเรียนการสอนออนไลน์ที่บ้านแล้วลงมือทำที่ห้องเรียน การเรียนรู้ผ่านคลิปวีดีโอที่บันทึกไว้ร่วมกับการเรียนทางไกล การแบ่งผู้เรียนออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งเรียนที่ห้องเรียนและถ่ายทอดสดให้อีกกลุ่มหนึ่งที่อยู่ที่บ้านได้เรียนรู้เพื่อลดความแออัดในสถานศึกษา
การผสมระหว่างเรียนออนไลน์ที่บ้านกับสถานศึกษา หรือการเรียนแบบ Live-Streaming ควบคู่กันไปกับการสอน ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้และช่วยแก้ไขปัญหาพัฒนาการเรียนให้เกิดประสิทธิภาพ เหล่านี้ถือเป็นการบริหารจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ของวิถีการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป โดยผสมผสานการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกันด้วยเทคโนโลยีและเครือข่ายโทรคมนาคม สามารถเรียนในห้องเรียนก็ได้ ออนไลน์ก็ได้ คนละที่หรือที่เดียวกันก็ได้ เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียนและการเรียนรู้” รศ.ดร.จักรกฤษณ์ กล่าว
ส่วนการวัดประเมินผลการเรียนการสอนแบบไฮบริด (Hybrid Learning) สามารถทำได้หลายด้าน เช่น ด้านสถิติบนแพลตฟอร์มพิจารณาความเสี่ยงต่อสุขภาพ ประสบการณ์ของครู กิจกรรมและสมรรถนะของผู้เรียนในการเรียนทางไกล ด้านการดูแลสุขภาพ จากความก้าวหน้าของหลักสูตร การมีส่วนร่วมของผู้เรียน การมอบหมายงาน ผลการเรียน ด้านการสำรวจครู พิจารณาจากสุขภาวะของผู้เรียน ความพึงพอใจ ด้านการสำรวจผู้เรียน พิจารณาการเข้าถึงได้ครอบคลุม คุณภาพของการถ่ายทอดความรู้ เป็นต้น
ที่มา ; แนวหน้า วันพุธ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2564
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบการศึกษาไทย ทำให้โรงเรียนต้องปิดและปรับการเรียนการสอนเป็นรูปแบบทางไกลและออนไลน์ ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบทั้งด้านบทบาทครู วิธีการสอน และการบริหารจัดการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาได้ร่วมกับนักวิจัยศึกษารูปแบบ “การจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning)” เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดผลกระทบและยกระดับคุณภาพการศึกษาในระยะยาว
ผลการวิจัยเสนอแนวทางการจัดการเรียนรู้ 4 ลักษณะ ได้แก่ ระดับประถมศึกษาแบบเรียนที่โรงเรียน ระดับประถมศึกษาแบบเรียนที่บ้าน ระดับมัธยมศึกษาแบบเรียนที่โรงเรียน และระดับมัธยมศึกษาแบบเรียนที่บ้าน โดยเน้นการเชื่อมโยงการเรียนรู้กับชีวิตจริง การใช้สื่อหลากหลาย การเรียนรู้รายบุคคล การพัฒนาทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง และการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและผู้เรียน
ครูต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้สอนเป็นผู้กระตุ้น โค้ช และผู้สนับสนุนการเรียนรู้ พร้อมใช้การวัดและประเมินผลที่หลากหลาย เน้นการประเมินเพื่อพัฒนา (formative assessment) มากกว่าการตัดสินผลเพียงอย่างเดียว แนวคิดนี้มุ่งให้ผู้เรียนพัฒนาเต็มศักยภาพ และสามารถปรับใช้ได้ตามบริบทพื้นที่อย่างยืดหยุ่นและยั่งยืน
ผลกระทบสำคัญด้านการศึกษาจากโควิด-19 คือข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนครูผู้สอน
ข. ลดการใช้เทคโนโลยี
ค. การปิดโรงเรียนและเรียนออนไลน์
ง. เพิ่มเวลาเรียนในห้องเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: โควิด-19 ทำให้โรงเรียนต้องปิดและเปลี่ยนเป็นการเรียนออนไลน์เป็นหลัก
เป้าหมายสำคัญของการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานคือข้อใด
ก. ลดภาระครู
ข. เพิ่มคะแนนสอบ
ค. พัฒนาศักยภาพผู้เรียนเต็มตามศักยภาพ
ง. ลดจำนวนรายวิชา
เฉลย: ค
เหตุผล: มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เต็มศักยภาพในสถานการณ์วิกฤติ
ข้อใดคือบทบาทใหม่ของครูในยุคการเรียนรู้แบบผสมผสาน
ก. ผู้บรรยายหลัก
ข. ผู้ควบคุมวินัย
ค. ผู้โค้ชและกระตุ้นการเรียนรู้
ง. ผู้ตรวจข้อสอบ
เฉลย: ค
เหตุผล: ครูเปลี่ยนเป็นผู้สนับสนุนและโค้ชการเรียนรู้
แนวทางการประเมินผลที่เหมาะสมในบทความคือข้อใด
ก. เน้นสอบปลายภาคเท่านั้น
ข. เน้นการตัดสินผลอย่างเดียว
ค. ประเมินหลากหลายเพื่อพัฒนา
ง. ไม่ต้องประเมิน
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้น formative assessment เพื่อพัฒนาผู้เรียน
ข้อใดเป็นลักษณะของการเรียนรู้ที่บ้านระดับประถมศึกษา
ก. ครูสอนบรรยายตลอดเวลา
ข. ผู้เรียนเลือกกิจกรรมตามความสนใจ
ค. ใช้เฉพาะหนังสือเรียน
ง. ไม่มีการประเมินผล
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นความยืดหยุ่นและผู้เรียนเลือกตามความสนใจ
การเรียนรู้แบบผสมผสานในระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนควรเน้นอะไร
ก. การท่องจำ
ข. การซ่อมเสริมและเติมเต็มความรู้
ค. การลดกิจกรรม
ง. การสอบแข่งขัน
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นเติมเต็มและซ่อมเสริมความรู้ของผู้เรียน
บทบาทของผู้ปกครองในการเรียนที่บ้านคือข้อใด
ก. เป็นผู้สอนหลัก
ข. ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
ค. สังเกตและร่วมประเมินผู้เรียน
ง. ออกข้อสอบ
เฉลย: ค
เหตุผล: ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการติดตามและประเมินพฤติกรรม
แนวคิดสำคัญของ Hybrid Learning คือข้อใด
ก. เรียนในห้องเรียนเท่านั้น
ข. เรียนออนไลน์เท่านั้น
ค. ผสมผสานหลายรูปแบบการเรียนรู้
ง. งดใช้เทคโนโลยี
เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นการผสมผสานการเรียนหลายรูปแบบอย่างยืดหยุ่น
การวัดผลในยุคใหม่ควรเน้นสิ่งใด
ก. คะแนนสอบอย่างเดียว
ข. การแข่งขันสูงสุด
ค. การพัฒนาผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง
ง. การจัดอันดับโรงเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมากกว่าการจัดอันดับ
จุดมุ่งหมายของงานวิจัยเรื่องนี้คือข้อใด
ก. ลดจำนวนครู
ข. เพิ่มงบประมาณ
ค. พัฒนาข้อเสนอการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน
ง. ยกเลิกการเรียนออนไลน์
เฉลย: ค
เหตุผล: มุ่งพัฒนาแนวทางเชิงนโยบายและการปฏิบัติในการจัดการเรียนรู้