สมาชิกเข้าสู่ระบบ

สังคมแห่งการเรียนรู้ ในต่างประเทศ

บทความโดย กันต์ เอี่ยมอินทรา 

สุดสัปดาห์นี้จะตรงกับวันแม่ และจะมีเหตุการณ์สำคัญทางดาราศาสตร์ คือปรากฏการณ์ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ ในช่วงคืนวันที่ 12 ถึงรุ่งเช้าของวันที่ 13 ส.ค. 

ปรากฏการณ์นี้น่าจะเป็นที่ตื่นตาตื่นใจของผู้สนใจในดวงดาวและเด็กๆ ในวัยศึกษาเล่าเรียน การดูฝนดาวตกนี้ก็แสนจะง่ายดายไม่ต้องการอุปกรณ์ใด แค่เพียงหาสถานที่มืดและช่วงเวลาที่พระจันทร์ใกล้จะลับฟ้าในช่วงเช้ามืดเพื่อเห็นแสงที่ชัดเจนขึ้นของกลุ่มดาวตก ซึ่งเชื่อว่าอัตราตกสูงสุดอาจจะถึง 100 ดวง/ชั่วโมง

ขณะเดียวกัน เหตุการณ์เหล่านี้ล้วนเป็นปรากฏการณ์สำคัญทางดาราศาสตร์/วิทยาศาสตร์ที่ประเทศที่เจริญแล้ว หรือในสังคมอุดมปัญญาในต่างประเทศจะให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก และถือเป็นเครื่องมือพาหนะในการชักจูงให้เยาวชนมีความสนใจเพิ่มพูนความรู้ในวิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ และเพื่อต่อยอดประยุกต์ไปยังเทคโนโลยี

หากดูผิวเผินก็อาจเป็นเรื่องธรรมดา แต่บทพิสูจน์ในประวัติศาสตร์ก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่า การให้ความสำคัญกับสังคมแห่งการเรียนรู้นั้นจะสร้างประชากรที่มีคุณภาพและเสริมสร้างความเป็นมหาอำนาจของประเทศ

ยกตัวอย่างเช่น การแข่งขันทางอวกาศระหว่างสหรัฐกับรัสเซียในยุคสงครามเย็น ที่ไม่เพียงแต่ทำให้เกิดความเข้าใจในปรากฏการณ์ต่างๆ ของโลก แต่ยังนำมาซึ่งการพัฒนาทางเทคโนโลยี ซึ่งสามารถต่อยอดได้ในเชิงพาณิชย์และการทหาร 

เยาวชนในประเทศพัฒนาแล้วมีความสนใจในวิทยาศาสตร์ผ่านสังคมแห่งการเรียนรู้ ที่ทั้งพ่อแม่ ภาคประชาสังคม ภาครัฐ ภาคเอกชนร่วมมือกันสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการทำความเข้าใจโลก ประเทศที่เจริญแล้วและให้ความสำคัญกับสังคมแห่งการเรียนรู้นั้นนิยมสร้าง พิพิธภัณฑ์ที่ดี สวยงามโดดเด่นและทันสมัย พิพิธภัณฑ์ที่โดดเด่นนั้นไม่เพียงทำหน้าที่ในการกระจายความรู้ แต่ยังเป็นการแสดงถึงความเป็นอารยะของเมืองนั้นๆ

ประเทศตะวันตกที่เจริญแล้วมีพิพิธภัณฑ์ที่ดีมากมายในหัวเมืองใหญ่ อาทิ สหรัฐ ที่มีพิพิธภัณฑ์ที่ดี ทั้งในด้านวิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ ธรรมชาติวิทยา ศิลปะ วัตถุโบราณมากมายในหัวเมืองใหญ่

ขณะที่อังกฤษ ถึงแม้จะเป็นประเทศที่ไม่ใหญ่มากเมื่อเทียบกับสหรัฐ แต่ก็มีพิพิธภัณฑ์มากมายกระจายอยู่ทั่วทั้งเมืองใหญ่และเล็ก ทั้งเอกชนและของรัฐ ขณะที่ประเทศอื่นๆ ในยุโรป อาทิ ฝรั่งเศส สเปน อิตาลี หรือที่อื่นๆ ในยุโรปก็มีพิพิธภัณฑ์ที่ดีในแต่ละเมืองเช่นกัน

ตัวอย่างที่ดีในการต่อยอดการพัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้สำหรับไทยคือ “จีน” โดยเฉพาะนครเซี่ยงไฮ้ ที่รัฐบาลให้ความสำคัญในการพัฒนาเมืองและพัฒนาสังคมอุดมปัญญาด้วยการใช้งบประมาณในการลงทุนสร้างพิพิธภัณฑ์ที่ทันสมัย 

พิพิธภัณฑ์ต่างๆ ในเซี่ยงไฮ้ ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์ทางธรรมชาติวิทยา พิพิธภัณฑ์ดาราศาสตร์ หรือพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ล้วนได้รับการอุดหนุนงบประมาณจำนวนมากจากรัฐ ภายในระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา

ทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปร่างหน้าตาของพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ที่ดูล้ำยุคทันสมัย ข้างในก็อัดแน่นเต็มไปด้วยความรู้ทั้งแบบดั้งเดิม อาทิ ไดโนเสาร์ ภาพวาด วัตถุโบราณ และยุคใหม่ อาทิ AR, VR, 3D Printing, หุ่นยนต์ และการนำเสนอความรู้เหล่านั้นก็ถูกออกแบบมาอย่างดี ไม่น่าเบื่อ

ทางการจีนเชื่อว่า หนึ่งในการพัฒนาให้ประเทศก้าวหน้านั้นจำต้องพัฒนาคน และจำต้องพัฒนาตั้งแต่วัยเด็ก การส่งเสริมให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้นอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกให้เยาวชนเรียนรู้เข้าใจโลกได้ง่าย แต่ยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนเพื่อจุดมุ่งหมายในอาชีพ ให้เยาวชนอยากเป็นคนเก่ง ซึ่งผลสัมฤทธิ์ก็เห็นอย่างเป็นรูปธรรมแล้วในความก้าวหน้าทางอวกาศของจีนที่ตอนนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าโลกตะวันตก ไม่ต้องพูดถึงเทคโนโลยีที่ตอนนี้จีนล้ำไปไกลมากแล้ว

การพัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้ของไทยนั้น เป็นไปอย่างช้ามาก เมื่อ 20-30 ปีก่อน ประเทศเราเคยมีสวนสัตว์ที่ดี เคยมีพิพิธภัณฑ์ที่ไม่แย่ แต่ก็ไม่ได้พัฒนาเท่าที่ควร การสร้างบรรยากาศให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้ของเรา จึงควรอาศัยกลยุทธ์ทางการตลาด หยิบฉวยโอกาสเช่นฝนดาวตกนี้ให้เป็นประโยชน์

ที่สำคัญคือ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมจำต้องช่วยกัน เพราะหากหวังจะพึ่งพิงจากงบประมาณของรัฐ ผลลัพธ์ก็คงออกมาอย่างที่เห็น 

ที่มา ; กรุงเทพธุรกิจ 11 ส.ค. 2566

สรุปสาระสำคัญ 

บทความกล่าวถึงปรากฏการณ์ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ในช่วงวันแม่ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ทางดาราศาสตร์ที่สามารถสร้างความตื่นเต้นและเป็นแรงบันดาลใจแก่เยาวชนได้ โดยการสังเกตทำได้ง่าย ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ เพียงเลือกสถานที่มืดและช่วงเวลาที่เหมาะสม ทำให้เห็นดาวตกได้ชัดเจนสูงสุดถึงประมาณ 100 ดวงต่อชั่วโมง

ผู้เขียนชี้ว่า ประเทศพัฒนาแล้วให้ความสำคัญกับปรากฏการณ์ธรรมชาติเหล่านี้ในฐานะ “สื่อการเรียนรู้” เพื่อกระตุ้นความสนใจด้านวิทยาศาสตร์และต่อยอดสู่เทคโนโลยี ซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศ เช่น การแข่งขันด้านอวกาศระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซียในอดีตที่นำไปสู่ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และการประยุกต์ใช้จริง

สังคมแห่งการเรียนรู้ในประเทศพัฒนาแล้วเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งครอบครัว รัฐ เอกชน และประชาสังคม โดยเฉพาะการสร้างพิพิธภัณฑ์ที่ทันสมัยและน่าสนใจ ซึ่งทำหน้าที่ทั้งให้ความรู้และสร้างแรงบันดาลใจ

ตัวอย่างเช่น จีน โดยเฉพาะเซี่ยงไฮ้ ที่ลงทุนพัฒนาพิพิธภัณฑ์ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และดาราศาสตร์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างเป็นรูปธรรม

ในทางกลับกัน ไทยยังพัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้ได้ช้า จึงควรใช้โอกาสจากปรากฏการณ์ธรรมชาติและความร่วมมือทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเอกชนและประชาสังคม เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนการเรียนรู้ที่ยั่งยืน

 

ข้อสอบ

ข้อ 1

จุดประสงค์สำคัญของผู้เขียนบทความนี้คือข้อใด
ก. อธิบายการเกิดฝนดาวตก
ข. ชวนชมปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์
ค. เสนอแนวทางพัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้
ง. วิจารณ์นโยบายด้านอวกาศของไทย

เฉลย: ค
เหตุผล: เนื้อหามุ่งเชื่อมปรากฏการณ์ธรรมชาติกับการพัฒนาการเรียนรู้ของสังคม

 

ข้อ 2

ฝนดาวตกถูกยกมาเป็นตัวอย่างในบทความเพื่ออะไร
ก. เพื่อท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ
ข. เพื่อศึกษาทางฟิสิกส์โดยตรง
ค. เพื่อสร้างความบันเทิงเท่านั้น
ง. เพื่อกระตุ้นความสนใจด้านวิทยาศาสตร์

เฉลย: ง
เหตุผล: ใช้เป็นเครื่องมือสร้างแรงจูงใจการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

 

ข้อ 3

ปัจจัยสำคัญที่สุดของการดูฝนดาวตกให้ชัดคืออะไร
ก. กล้องโทรทรรศน์
ข. สถานที่มืดและเวลาที่เหมาะสม
ค. การคำนวณทางดาราศาสตร์
ง. อุปกรณ์ถ่ายภาพคุณภาพสูง

เฉลย: ข
เหตุผล: บทความระบุว่าไม่ต้องใช้อุปกรณ์ แค่สถานที่มืดและเวลาเหมาะสม

 

ข้อ 4

บทเรียนจากการแข่งขันอวกาศสหรัฐฯ–รัสเซียคืออะไร
ก. การเมืองโลกมีผลต่อวิทยาศาสตร์
ข. การพัฒนาวิทยาศาสตร์นำไปสู่เทคโนโลยีและเศรษฐกิจ
ค. อวกาศเป็นเรื่องของทหารเท่านั้น
ง. ประเทศเล็กไม่สามารถแข่งขันได้

เฉลย: ข
เหตุผล: ชี้ว่าความรู้ทางวิทยาศาสตร์ต่อยอดสู่เทคโนโลยีและพาณิชย์

 

ข้อ 5

สังคมแห่งการเรียนรู้ที่เข้มแข็งต้องอาศัยอะไร
ก. ภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว
ข. ครอบครัวและโรงเรียน
ค. ความร่วมมือทุกภาคส่วน
ง. เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว

เฉลย: ค
เหตุผล: บทความเน้นความร่วมมือรัฐ เอกชน และประชาสังคม

 

ข้อ 6

พิพิธภัณฑ์ในประเทศพัฒนาแล้วมีบทบาทสำคัญอย่างไร
ก. เป็นแหล่งท่องเที่ยวเท่านั้น
ข. แสดงความเป็นอารยธรรมและสร้างการเรียนรู้
ค. เก็บวัตถุโบราณอย่างเดียว
ง. ใช้เพื่อการค้า

เฉลย: ข
เหตุผล: ทำหน้าที่ทั้งความรู้และสะท้อนความเจริญของเมือง

 

ข้อ 7

ตัวอย่างของประเทศที่พัฒนาพิพิธภัณฑ์อย่างก้าวหน้าคือ
ก. ไทย
ข. จีน (เซี่ยงไฮ้)
ค. อินเดีย
ง. เวียดนาม

เฉลย: ข
เหตุผล: บทความยกเซี่ยงไฮ้เป็นตัวอย่างชัดเจน

 

ข้อ 8

แนวคิดสำคัญของจีนในการพัฒนาประเทศคืออะไร
ก. ลงทุนด้านการทหาร
ข. เน้นการส่งออกสินค้า
ค. พัฒนาคนตั้งแต่วัยเด็ก
ง. พึ่งพาต่างประเทศ

เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตั้งแต่เด็ก

 

ข้อ 9

เหตุใดไทยจึงควรใช้โอกาสจากปรากฏการณ์ธรรมชาติ
ก. เพื่อสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว
ข. เพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม
ค. เพื่อกระตุ้นการเรียนรู้และสังคมอุดมปัญญา
ง. เพื่อแข่งขันกับต่างประเทศโดยตรง

เฉลย: ค
เหตุผล: ใช้เป็นเครื่องมือพัฒนาการเรียนรู้

 

ข้อ 10

ข้อเสนอสำคัญของบทความต่อการพัฒนาสังคมไทยคืออะไร
ก. เพิ่มงบรัฐด้านวิทยาศาสตร์
ข. ลดบทบาทภาคเอกชน
ค. พึ่งพารัฐอย่างเดียว
ง. ใช้กลยุทธ์และความร่วมมือเอกชน–ประชาสังคม

เฉลย: ง
เหตุผล: เน้นความร่วมมือและการใช้กลยุทธ์เชิงรุก ไม่พึ่งรัฐอย่างเดียว

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น