
การทำรายงาน คือ การเรียบเรียงสิ่งต่างๆ ที่ได้ศึกษา ค้นคว้าด้วยตนเอง ก่อนมานำเสนอต่อครูอาจารย์ หรือหัวหน้า แน่นอนว่านักเรียน หรือนักศึกษาหลายคนจะต้องผ่านการทำรายงานในแต่ละวิชาเรียน เพื่อนำเสนอครูอาจารย์ด้วยเช่นกัน หากใครที่ยังสับสนกับวิธีเขียนรายงาน รูปแบบ หรือองค์ประกอบภายใน สามารถติดตามได้ในบทความนี้
วิธีเขียนรายงานที่ถูกต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง
การเขียนรายงานประกอบด้วยองค์ประกอบ ดังนี้
· ปกใส
· ปกนอก
· รองปกหน้า (กระดาษเปล่า)
· ปกใน
· คำนำ
· สารบัญ
· เนื้อเรื่อง
· บรรณานุกรม
· ภาคผนวก
· รองปกหลัง (กระดาษเปล่า)
· ปกหลัง
· ปกใส
รูปแบบของการเขียนรายงาน
การเขียนรายงานค่อนข้างที่จะมีรูปแบบที่ตายตัว ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนต้น ส่วนเนื้อหา และส่วนท้าย โดยในแต่ละส่วนจะประกอบด้วยองค์ประกอบ ดังนี้
· องค์ประกอบส่วนต้น ประกอบด้วย หน้าปก (ปกนอก) หน้ารองปก หน้าปกใน คำขอบคุณ (ถ้ามี) คำนำ สารบัญ และสารบัญภาพหรือตาราง (ถ้ามี)
· องค์ประกอบส่วนเนื้อหา ประกอบด้วย เนื้อหาส่วนนำ เนื้อหาส่วนกลาง และเนื้อหาตอนท้าย
· องค์ประกอบส่วนท้าย ประกอบด้วย บรรณานุกรม หรือภาคผนวก (ถ้ามี)
วิธีเขียนรายงาน หน้าปก
หน้าปก หรือปกนอก ควรเลือกกระดาษที่มีลวดลายสวยงาม ความหนาพอดี จะต้องประกอบด้วยรายละเอียด ดังนี้
· ชื่อเรื่อง
· ชื่อผู้จัดทำ พร้อมชั้น เลขที่
· ชื่อครูอาจารย์
· ชื่อรายวิชา โรงเรียน ภาคการศึกษา และปีการศึกษา
วิธีเขียนรายงาน คำนำ
คำนำ คือ การเกริ่นถึงเนื้อหาภายในรายงาน จะต้องมีการบรรยายถึงวัตถุประสงค์ของรายงาน ความสำคัญ ขอบเขตเนื้อหน้า และจะต้องลงท้ายคำนำด้วย ชื่อและนามสกุล ระบุคำลงท้ายว่าผู้จัดทำ ตามด้วยวัน เดือน ปีเกิดที่เขียน
วิธีเขียนรายงาน เนื้อหา
เนื้อหาภายในรายงานจะคล้ายคลึงกับการเขียนเรียงความ คือจะต้องประกอบด้วย ส่วนนำ เนื้อหา และส่วนสรุป เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพรวมของเนื้อหาในช่วงแรก และอ่านรายละเอียดแต่ละประเด็นได้อย่างเข้าใจง่าย ก่อนจะปิดท้ายด้วยการสรุปสั้นๆ อีกครั้ง เพื่อเน้นย้ำถึงผลของรายงานครั้งนี้
วิธีเขียนรายงาน บรรณานุกรม
บรรณานุกรม หรือเอกสารอ้างอิง ระบุถึงที่มาของเอกสารที่ใช้การค้นคว้าหาความรู้ หรืออ้างถึงภายในส่วนของเนื้อหา โดยจะต้องระบุแหล่งข้อมูลให้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจากหนังสือ เว็บไซต์ บทความ หรือเอกสารอื่นๆ
วิธีเขียนรายงาน Word จัดหน้ากระดาษอย่างไร
การเขียนรายงานใน Microsoft Word หรือการเขียนรายงานโดยทั่วไปแล้ว จะต้องเว้นระยะห่างหน้ากระดาษ ดังนี้
· ขอบด้านซ้าย เว้นระยะห่าง 1.5 นิ้ว
· ขอบด้านขวา เว้นระยะห่าง 1 นิ้ว
· ขอบด้านบน เว้นระยะห่าง 1.5 นิ้ว
· ขอบด้านล่าง เว้นระยะห่าง 1 นิ้ว
วิธีเขียนรายงานมีรูปแบบที่ค่อนข้างตายตัว สามารถนำรายละเอียดในข้างต้นไปปรับใช้กับการทำรายงานของตนเองกันได้ อย่างไรก็ดี องค์ประกอบอื่นๆ ภายในรายงานหรือขนาดตัวอักษรอาจมีการเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับครูอาจารย์ผู้สอนกำหนด
ที่มา ; ไทยรับออนไลน์
เกี่ยวข้องกัน
วิธีเขียน "คํานํา" รายงานแบบง่ายๆ เขียนอย่างไรให้น่าสนใจ
"คำนำ" เป็นส่วนแรกที่เราจะได้เห็นเมื่อเปิดอ่านรายงานสักเล่ม ถือเป็นส่วนสำคัญที่ผู้เขียนไม่ควรมองข้าม เพราะคำนำจะช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจภาพรวมแบบกว้างๆ เกี่ยวกับรายงานมากยิ่งขึ้น การเขียนคำนำให้น่าสนใจทำได้ไม่ยาก หากรู้จักนำเทคนิคต่อไปนี้ปรับใช้ให้เหมาะสม
รู้จัก "คำนำ" คืออะไร
คํานํา คือ ส่วนแรกของรายงานที่อธิบายให้ผู้อ่านเห็นภาพรวมว่าจะทำรายงานเกี่ยวกับอะไร เกริ่นถึงวัตถุประสงค์ ที่มาที่ไป ขอบเขตของการทำรายงาน รวมถึงประโยชน์ที่ผู้อ่านจะได้รับ ในส่วนท้ายของคำนำมักกล่าวขอบคุณอาจารย์ผู้สอนและผู้ที่มีความเกี่ยวข้อง การเขียนบทคำนำที่ดีจะช่วยให้ผู้อ่านมีความสนใจและติดตามอ่านรายงานของเรามากขึ้น
8 วิธีเขียนคํานํารายงานแบบง่ายๆ เขียนอย่างไรให้น่าอ่าน?
การเขียนคํานํารายงานมีหลายวิธีด้วยกัน ขึ้นอยู่กับเนื้อหาของรายงานที่เราทำ การนำเทคนิคการเขียนและการเล่าเรื่องมาปรับใช้ จะช่วยให้เริ่มต้นเขียนคำนำได้ง่ายขึ้น
1. การเขียนคำนำแบบอธิบายชื่อเรื่อง
2. การเขียนคำนำแบบเล่าเรื่อง
3. การเขียนคำนำแบบอธิบายความหมายของเรื่อง
4. การเขียนคำนำแบบบอกจุดประสงค์ของเรื่องที่เขียน
5. การเขียนคำนำแบบบอกใจความสำคัญของเรื่องที่เขียน
6. การเขียนคำนำแบบใช้คำพังเพย หรือสุภาษิตที่เกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่อง
7. การเขียนคำนำแบบตั้งคำถามถึงปัญหาที่สนใจ
8. การเขียนคำนำแบบขึ้นต้นด้วยคำกล่าวของบุคคลสำคัญ
สิ่งที่ไม่ควรทำในการเขียนคำนำ
- ไม่ควรเขียนอธิบายแก่นสำคัญของเนื้อหา จนทำให้ผู้อ่านไม่สนใจเนื้อหาในเล่ม
- ไม่ควรเขียนอธิบายความเยิ่นเย้อเกินไป ยาวเกินไปจับประเด็นไม่ได้
- ไม่ควรเขียนประโยคซ้ำๆ กัน ทั้งในส่วนต้นและส่วนท้ายของคำนำ
- ไม่ควรเขียนถึงสิ่งที่ไม่ได้อยู่ในเนื้อหา หรือไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา
ตัวอย่างการเขียนคํานํา
ในหน้าคำนำ ควรมีตัวอักษรคำว่า "คำนำ" เขียนไว้ส่วนบนกึ่งกลางของหน้ากระดาษ เว้นระยะขอบข้างบนให้เหมาะสม หลังจากนั้นในส่วนเนื้อหาให้บอกถึงเนื้อหาที่เขียน วัตถุประสงค์ในการเขียน จัดทำรายงานเล่มนี้เพื่ออะไร และปิดท้ายด้วยการกล่าวของคุณผู้ที่เกี่ยวข้อง พร้อมลงชื่อผู้จัดทำและวันที่ ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น
รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยมีจุดประสงค์ในการศึกษาและรวบรวมสำนวนไทย ที่ใช้บ่อยในชีวิตประจำวัน เพื่อให้ผู้อ่านได้รู้ความหมายที่ถูกต้อง รวมถึงสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม
ผู้จัดทำได้เลือกหัวข้อสำนวนไทยในการทำรายงาน เนื่องจากเป็นเรื่องที่สนใจ และเห็นว่ามักมีผู้นำสำนวนไทยไปใช้อย่างผิดความหมายบนสื่อสังคมออนไลน์ ผู้จัดทำต้องขอขอบคุณ (ชื่อครูผู้สอนและผู้ที่เกี่ยวข้อง) ที่ให้คำปรึกษา หวังว่ารายงานฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน
อย่างไรก็ตาม แม้คำนำจะไม่ใช่เนื้อหาหลัก แต่ก็เป็นส่วนประกอบสำคัญของรายงานที่ไม่ควรมองข้าม ผู้เขียนสามารถเพิ่มเทคนิคการเขียนอื่นๆ เพื่อให้คำนำมีความน่าสนใจขึ้นได้
ที่มา : www.msu.ac.th