
ข่าวเกี่ยวกัน
ก.ค.ศ. เห็นชอบ การแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
ตามที่ ก.ค.ศ. ได้ประกาศใช้หลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (ว7/2564) ต่อมาพบว่าเกิดประเด็นปัญหาในทางปฏิบัติเกี่ยวกับการกำหนดสัดส่วนตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาที่จะรับย้ายแล้วใช้การแต่งตั้งจากบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือก
ดังนั้น เพื่อให้การบริหารอัตรากำลังที่ว่างหรือตำแหน่งที่คาดว่าจะว่างจากการเกษียณอายุราชการเพื่อให้สถานศึกษามีผู้บริหารสถานศึกษาเข้ามาจัดการและพัฒนาคุณภาพได้ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ คือ วันที่ 1 ตุลาคม ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารอัตรากำลังผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการและโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัยเป็นไปอย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ จึงมีมติให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ว7/2564 ดังนี้
หลักเกณฑ์และวิธีการย้าย (ว7/2564) และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ ง. จำนวน 3 ประเด็น ดังนี้
· ข้อ (1) กำหนดให้นำตำแหน่งที่คาดว่าจะว่างจากการเกษียณอายุราชการ มากำหนดสัดส่วนรวมกับตำแหน่งว่างในปัจจุบันได้ โดยมีเงื่อนไขว่า “ตำแหน่งที่คาดว่าจะว่างจากการเกษียณอายุราชการนั้นต้องเป็นตำแหน่งที่ไม่มีเงื่อนไขการใช้ตำแหน่งและคาดว่าจะได้รับจัดสรรคืนจากคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.)”
· ข้อ (4) การกำหนดสัดส่วนกรณีมีตำแหน่งว่างเกิดขึ้นภายหลัง เห็นควรเพิ่มเติมข้อความให้ชัดเจน “(4) กรณีมีตำแหน่งว่างเกิดขึ้นภายหลังจากที่ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ แล้วแต่กรณี ได้พิจารณากำหนดสัดส่วนหรือพิจารณาย้ายเสร็จสิ้นแล้ว (เช่น ลาออก เปลี่ยนตำแหน่ง ย้ายไปต่างเขตพื้นที่การศึกษา ย้ายกรณีอื่น ฯลฯ) ให้นำไปดำเนินการตามข้อ (1) ข้อ (2) และหรือข้อ (3) ใหม่ ทั้งนี้ ไม่รวมถึงตำแหน่งที่ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ แล้วแต่กรณี ได้กำหนดสัดส่วนที่จะใช้ในการรับย้าย หรือจะใช้ในการบรรจุและแต่งตั้งจากบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกหรือจะใช้สำหรับการคัดเลือกที่กำหนดไว้เดิมแล้ว”
· การย้ายสังกัดส่วนราชการอื่น หากกำหนดให้มีการกำหนดสัดส่วน และประสงค์จะนำตำแหน่งที่คาดว่าจะว่างเนื่องจากการเกษียณอายุราชการมากำหนดสัดส่วนด้วย ต้องเพิ่มเติมเงื่อนไขการใช้ตำแหน่งว่า “ตำแหน่งที่คาดว่าจะว่างจากการเกษียณอายุราชการนั้น ต้องเป็นตำแหน่งที่ไม่มีเงื่อนไขการใช้ตำแหน่งและคาดว่าจะได้รับจัดสรรคืนจากคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.)”
“บทเฉพาะกาล
· กรณี อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษหรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง แล้วแต่กรณี มีตำแหน่งที่คาดว่าจะว่างจากการเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2566 และยังไม่ได้นำมากำหนดสัดส่วนเพื่อจะใช้ในการรับย้ายและใช้ในการบรรจุและแต่งตั้งจากบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกหรือจะใช้สำหรับการคัดเลือก ให้ดำเนินการตามข้อ ง. ของการแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ตามสิ่งที่ส่งมาด้วย เพื่อใช้ในการพิจารณาย้ายครั้งแรกภายในวันที่ 30 กันยายน 2566 และให้มีผลไม่ก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2566
2. ผู้ขอย้ายที่ยื่นคำร้องขอย้ายประจำปี พ.ศ. 2566 ระหว่างวันที่ 1 – 15 กรกฎาคม 2566 ไปแล้วและ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้งแล้วแต่กรณี มีการกำหนดสัดส่วนตำแหน่งว่างกรณีตามข้อ 1 เพิ่มเติม หากผู้ขอย้ายที่ยื่นคำร้องขอย้ายประจำปี มีความประสงค์จะขอย้ายไปดำรงตำแหน่งในสถาศึกษาดังกล่าว สามารถทำบันทึกแจ้งความประสงค์ขอย้ายไปดำรงตำแหน่งในสถานศึกษาดังกล่าวได้ ภายในวันที่ 30 สิงหาคม 2566
ทั้งนี้ หาก อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง แล้วแต่กรณี ได้นำตำแหน่งที่คาดว่าจะว่างจากการเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2566 ไปกำหนดสัดส่วนเพื่อจะใช้ในการรับย้ายและใช้ในการบรรจุและแต่งตั้งจากบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกหรือจะใช้สำหรับการคัดเลือกแล้ว ให้ถือว่าเป็นการดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนดแล้ว”
ที่มา : ศธ 360 องศา
คลิก การแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ 2566