
การดำเนินการทางวินัยกับข้าราชการที่ถูกที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐาน “ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด” ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน ปี ๒๕๕๑ เกิดปัญหาอยู่ประการหนึ่งว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่ได้ชี้มูลความผิดทางวินัยฐาน “ทุจริตต่อหน้าที่ราชการ” เช่นนี้แล้ว หน่วยงานของรัฐซึ่งเป็นต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ที่ถูกชี้มูลรายนั้นจะต้องลงโทษทางวินัยตามการชี้มูลของคณะกรรมการป.ป.ช. ได้เลย หรือมติคณะกรรมการ ป.ป.ช.ดังกล่าวไม่ผูกพันให้ต้องถือเอาสำนวนการไต่สวนมาเป็นสำนวนการสอบสวนทางวินัย
บันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องการดำเนินการทางวินัยแก่ข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรม กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดทางวินัยตามาตรา ๘๕ (๑) ต์แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน. พ.ศ. ๒๕๕๑ (เรื่องเสร็จที่ ๔๕๖/๒๕๖๕)
คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๑) ได้วินิจฉัยในประเด็นนี้ไว้ว่า มาตรา ๒๘ (๒) และมาตรา ๙๑ ตแห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ ได้บัญญัติขอบเขตหน้าที่และอำนาจ ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. พร้อมทั้งกำหนดกระบวนการและขั้นตอนที่จะต้องดำเนินการไว้โดยชัดแจ้งแล้ว ว่าหากคณะกรรมการป.ป.ช. ไต่สวนและชี้มูลความผิด แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ถ้ามีมูลความผิดทางอาญาให้ส่งอัยการสูงสุด ถ้ามีมูลความผิดทางวินัยให้ส่งสำนวนให้กับผู้บังคับบัญชา หรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนเพื่อดำเนินการต่อไปโดยให้ถือสำนวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นหลัก
กรณีตามข้อหารือนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้วินิจฉัยชี้มูลว่า ผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และมีมูลความผิดทั้งทางอาญาและวินัย โดยมาตรา ๑๕๗ ของประมวลกฎหมายอาญา และมาตรา ๘๕ (๑) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ มีองค์ประกอบความผิดเดียวกัน การที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดวินัยและส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป ตามมาตรา ๙๑ และเป็นการชอบแล้วผู้บังคับบัญชาจึงมีหน้าที่ต้องดำเนินการต่อไปตามมาตรา ๙๘ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ
ชมรมคนรักคดีปกครองมีข้อสังเกตว่า กรณีตามข้อหารือนี้เป็นกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน
หากเป็นข้าราชการประเภทอื่น จะต้องพิจารณากฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการ ประเภทนั้น ๆ ประกอบด้วยว่ามีองค์ประกอบเช่นเดียวกับประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๕๗ ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลด้วยหรือไม่
ที่มา ; FB #ชมรมคนรักคดีปกครอง
เกี่ยวข้องกัน
ผู้บังคับบัญชาจะลงโทษผู้เกษียณราชการเกินกว่า ๓ ปี ไม่ได้
เป็นคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ก.พ.ค. ครั้งที่ ๑/๒๕๖๕ กรณี ป.ป.ช. ชี้มูลวินัยร้ายแรงข้าราชการที่ออกจากราชการเพราะเหตุเกษียณราชการเกินกว่า ๓ ปี ผู้บังคับบัญชาลงโทษไม่ได้ (เดิมสำนักงาน ก.พ. ตอบข้อหารือว่าลงโทษได้เพราะเป็นการชี้มูลในขณะที่มาตรา ๑๐๐/๑ มีผลใช้บังคับแล้ว)










หมายเหตุ : คิดถึงคดีของพนักงานส่วนท้องถิ่น คดีแรกที่คณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ตั้งข้อสังเกตและมีความเห็นประเด็นนี้ (เรื่องเสร็จ ๑๐๓๓/๒๕๖๔) ก่อนหารือกฤษฎีกาได้เคยมีความเห็นว่า ถ้าพนักงานส่วนท้องถิ่นออกจากราชการเกินสามปีแม้ ป.ป.ช.ชี้ทุจริต มาในขณะที่ข้อ ๒๘/๑ มีผลใช้บังคับแล้ว นายก อปท. ก็ลงโทษก็ลงโทษไม่ได้
เกี่ยวข้องกัน
การดำเนินการทางวินัยเมื่อถูกคณะกรรมการชี้มูลผิดวินัย >>>
ลงโทษตามปปช.ชี้มูลย้อนหลังคนออกจากราชการเกิน 3 ปีแล้วไม่ได้ >>>

เกี่ยวข้องกัน