สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M123_ศธ. ทำความเข้าใจ-พัฒนาครู รองรับหลักสูตรฐานสมรรถนะ

น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำให้ ศธ. พัฒนาและสร้างความเข้าใจกับครู ในเรื่องของการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรสมรรถนะ ซึ่งครูถือเป็นหัวใจสำคัญในการถ่ายทอดหลักสูตรใหม่นี้ โดยหลักสูตรนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก เพราะได้เปลี่ยนรูปแบบการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้เด็กเข้าถึงสมรรถนะ

ซึ่งตนมอบหมายนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ทำความเข้าใจกับครู และจัดหลักสูตรเพื่อฝึกอบรมครูในเบื้องต้น ให้กับโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการนำร่องการใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา จำนวน 265 โรงเรียน ใน 8 จังหวัด พร้อมกับจัดทำแผนขยายการอบรมและสร้างความเข้าใจกับครูในโรงเรียนอื่นๆ นอกจากโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการด้วย เช่น โรงเรียนคุณภาพตำบล เป็นต้น

ทั้ง 265 โรงเรียนเริ่มใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะในช่วงชั้นที่ 1 ป.1-ป.3 ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ และคาดว่าจะใช้ระยะเวลา 3 ปี จะใช้หลักสูตรนี้ในโรงเรียนทั้งหมด แต่ถ้าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 คลี่คลาย อาจจะผลักดันได้ดีขึ้น” น.ส.ตรีนุช กล่าว 

  

 

 

สรุปสาระสำคัญ 

น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้กระทรวงศึกษาธิการเร่งพัฒนาและสร้างความเข้าใจกับครูเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรฐานสมรรถนะ โดยถือว่าครูเป็นกลไกสำคัญในการถ่ายทอดหลักสูตรรูปแบบใหม่นี้สู่ผู้เรียน หลักสูตรดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างจากการเน้นเนื้อหาไปสู่การพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียน ทำให้ต้องปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นในชีวิตจริง

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดำเนินการสร้างความเข้าใจแก่ครู พร้อมจัดอบรมเบื้องต้นแก่โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการนำร่องจำนวน 265 โรงเรียน ในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา 8 จังหวัด และวางแผนขยายผลไปยังโรงเรียนอื่น เช่น โรงเรียนคุณภาพตำบล

โรงเรียนนำร่องเริ่มใช้หลักสูตรในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1–3 ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 ปีในการขยายสู่ทุกโรงเรียนทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของการดำเนินงานขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งอาจมีผลต่อความต่อเนื่องและประสิทธิภาพของการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว

ข้อสอบ

ข้อ 1 นโยบายหลักของกระทรวงศึกษาธิการในข่าวนี้คือข้อใด
ก. เพิ่มงบประมาณการศึกษา
ข. ปรับหลักสูตรเป็นฐานสมรรถนะ
ค. ลดจำนวนครู
ง. เพิ่มเวลาเรียน

ข้อ 2 เหตุใด “ครู” จึงถูกระบุว่าเป็นหัวใจสำคัญ
ก. เป็นผู้บริหารงบประมาณ
ข. เป็นผู้กำหนดนโยบาย
ค. เป็นผู้ถ่ายทอดหลักสูตรสู่ผู้เรียน
ง. เป็นผู้ประเมินระดับประเทศ

ข้อ 3 การเปลี่ยนแปลงสำคัญของหลักสูตรคืออะไร
ก. เน้นสอบแข่งขัน
ข. เน้นท่องจำ
ค. เน้นกิจกรรมเสริม
ง. เน้นสมรรถนะผู้เรียน

ข้อ 4 หากครูไม่เข้าใจหลักสูตรใหม่ จะส่งผลอย่างไร
ก. นักเรียนสอบได้ดีขึ้น
ข. การจัดการเรียนรู้ไม่บรรลุเป้าหมาย
ค. โรงเรียนมีงบเพิ่ม
ง. หลักสูตรไม่เปลี่ยน

ข้อ 5 กลุ่มโรงเรียนนำร่องมีจำนวนเท่าใด
ก. 165 โรงเรียน
ข. 200 โรงเรียน
ค. 265 โรงเรียน
ง. 365 โรงเรียน

ข้อ 6 การเริ่มใช้หลักสูตรในระดับใดก่อน
ก. มัธยมปลาย
ข. มัธยมต้น
ค. ประถมปลาย
ง. ประถมต้น

ข้อ 7 หากเป็นผู้บริหาร ควรดำเนินการสิ่งใดก่อน
ก. ซื้ออุปกรณ์ใหม่
ข. จัดอบรมครู
ค. เพิ่มนักเรียน
ง. ลดวิชาเรียน

ข้อ 8 ปัจจัยใดอาจกระทบความสำเร็จของนโยบาย
ก. งบประมาณ
ข. จำนวนครู
ค. โควิด-19
ง. หลักสูตรเดิม

ข้อ 9 แนวคิดหลักของหลักสูตรฐานสมรรถนะคือข้อใด
ก. เรียนเพื่อสอบ
ข. เรียนเพื่อความจำ
ค. เรียนเพื่อปฏิบัติและใช้จริง
ง. เรียนตามหนังสือ

ข้อ 10 หากต้องขยายผลทั่วประเทศใน 3 ปี สิ่งใดสำคัญที่สุด
ก. การสอบกลาง
ข. การสั่งการจากส่วนกลาง
ค. ความร่วมมือของครูและโรงเรียน
ง. การลดเวลาเรียน

คลิกเฉลย >>> 

ความเห็นของผู้ชม