สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M340_เล็งปรับแผนการศึกษาแห่งชาติ เป็นแผนระดับ 2

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม นายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า น..ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการ ศธได้มีหนังสือเรียน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่ได้พิจารณามอบหมายให้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พิจารณาเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปรับแผนการศึกษาแห่งชาติเป็นแผนระดับ 2 แล้ว สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้เสนอต่อ ครมให้ความเห็นชอบให้มีแผน 3 ระดับ โดยไม่ได้จัดให้แผนการศึกษาแห่งชาติ เป็นแผนระดับ 2 ในทางปฏิบัติแผนการศึกษาแห่งชาติจึงถูกจัดไปเป็นแผนระดับ 3 เทียบเท่ากับแผนระดับหน่วยงาน 

นายอรรถพลกล่าวต่อว่า เมื่อได้ใช้แผนการศึกษาแห่งชาติ มาแล้วในช่วงที่ 2-3 ปีที่ผ่านมาพบว่า ส่งผลต่อการขับเคลื่อนแผนการศึกษาแห่งชาติ เนื่องจากหน่วยงานมักจะยึดแผนของหน่วยงานเป็นแผนหลักที่จะขับเคลื่อนและอาจไม่เชื่อมโยงกับแผนการศึกษาแห่งชาติ แม้จะเชื่อมโยงกับแผนยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แต่อาจไม่ได้มีการดำเนินงานในประเด็นที่ลึก เนื่องจากแผนการศึกษาแห่งชาติ มีรายละเอียดที่พุ่งเป้าการพัฒนาการศึกษาที่ลงลึกมากกว่าแผนระดับ 1 อีกทั้ง แผนการศึกษาเห่งชาติมีความสำคัญอย่างมาก กล่าวคือ  

1.เป็นแผนเดียวที่ถูกกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 โดยกำหนดไว้ในมาตรา 54 วรรค 3 ซึ่งการมุ่งเน้นขับเคลื่อนให้บรรลุแผนการศึกษาแห่งชาติจึงเป็นการแสดงถึงเจตจำนงที่จะดำเนินการในรัฐธรรมนูญด้วย 

2.แม้จะใช้ชื่อว่าแผนการศึกษาแห่งชาติ แต่ในทางปฏิบัติเป็นแผนข้าม sectors ที่เชื่อมโยงทั้งภาคการศึกษา แรงงาน และภาคส่วนอื่นๆ ซึ่งแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับก่อนหน้านี้ เช่น ฉบับที่ 11 ก็เคยกล่าวถึงการมุ่งเน้นให้การพัฒนาคนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา ด้วยเป็นฐานในการพัฒนาทุก Sectors และ 

3.มีหน่วยงานที่จัดการศึกษาที่ต้องยึดแผนการศึกษาเป็นแม่บทในการขับเคลื่อนตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมากกว่า 12 กระทรวง 

เรื่องนี้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จะได้ประสานกับสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติต่อไป ผมในฐานะปลัด ศธเห็นว่าเรื่องนี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะการยกระดับแผนการศึกษาแห่งชาติเป็นแผนระดับ 2 จะช่วยให้การขับเคลื่อนแผนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และหวังว่าสภาพัฒน์จะพิจารณาดำเนินการโดยเร็ว เนื่องจากเป็นการดำเนินการให้เป็นไปตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญที่เป็นรูปธรรม” นายอรรถพลกล่าว  

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 31 ตุลาคม 2565

ข่าวเกี่ยวกัน

อรรถพล’ เล็งหารือสภาพัฒน์ ทบทวนใช้โอเน็ตวัดค่ามาตรฐานการศึกษาประเทศ

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม นายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า หลังจากที่ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ ได้เสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบกำหนดตัวชี้วัดค่ามาตรฐานการศึกษาแห่งชาติ โดยกำหนดตัวชี้วัดสัดส่วนนักเรียนชั้น ม.3 จะต้องมีผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต ร้อยละ 50 ขึ้นไป ซึ่งการกำหนดให้เอาคะแนนโอเน็ต เป็นตัวชี้วัดอาจจะขัดแย้งกับประกาศศธ. เรื่อง นโยบายการใช้ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐานเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการตัดสินผลการเรียนของผู้เรียนที่จบการศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ที่ยกเลิกไม่นำคะแนนสอบโอเน็ตมาเป็นองค์ประกอบในการตัดสินผลการเรียน ดังนั้นในวันที่ 20 ธันวาคม ศธ.จะหารือร่วมกับผู้แทนจากสภาพัฒน์ เพื่อหารือเรื่องดังกล่าวร่วมกันอีกครั้ง โดยศธ. จะเสนอให้วัดการทดสอบอย่างอื่นแทนโอเน็ต เช่น วัดคุณภาพนักเรียนในทักษะด้านภาษา หรือทักษะคุณภาพด้านการศึกษาอื่นๆ แทน 

นายอรรถพล กล่าวต่อว่า จากการพูดคุยนอกรอบ ผู้แทนจากสภาพัฒน์ ก็เข้าใจ และจะนำประเด็นนี้มาทบทวนอีกครั้ง นอกจากจะทบทวนเรื่องคะแนนโอเน็ตแล้ว ศธ.จะเสนอให้สภาพัฒน์ ปรับแผนการศึกษาแห่งชาติเป็นแผนระดับ 2 ด้วย เนื่องจากก่อนหน้านี้สภาพัฒน์ ได้เสนอครม. ให้ความเห็นชอบ ให้ประเทศมีแผนการดำเนินงาน 3 ระดับ คือ แผนระดับ 1 ยุทธศาสตร์ชาติ แผนระดับ 2 จะเป็นแผนแม่บท และแผนการปฏิรูปประเทศ และ แผนระดับ 3 เป็นแผนการทำงานเทียบเท่ากับแผนระดับหน่วยงาน โดยที่ผ่านมาสภาพัฒน์ กำหนดแผนการศึกษาแห่งชาติ เป็นแผนระดับ 3 เทียบเท่ากับแผนระดับหน่วยงาน เมื่อได้ใช้แผนการศึกษาแห่งชาติ มาระยะหนึ่งพบว่า มีปัญหาในการขับเคลื่อนอย่างมาก เพราะหน่วยงานต่างๆ มักจะยึดแผนของหน่วยงานของตนเป็นแผนหลักทำให้การขับเคลื่อนงานไม่เชื่อมโยงกับแผนการศึกษาแห่งชาติได้ดีเท่าที่ควร จึงจะเสนอให้สภาพัฒน์ ยกแผนการศึกษาแห่งชาติ เป็นแผนระดับ 2 เพื่อให้การทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาสามารถขับเคลื่อนไปด้วยกันได้ดีขึ้น 

เมื่อแผนการศึกษาแห่งชาติ เป็นแผนระดับ 2 จะทำให้ทิศทางการพัฒนาการศึกษาที่ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาผู้สูงวัย ซึ่งที่ผ่านมาสำนักเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ได้ทำวิจัยทักษะที่จำเป็นต้องการจัดการศึกษาให้กับคนทุกช่วงวัย ดังนั้นทุกกระทรวง ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะสามารถนำวิจัยของสกศ. มาขับเคลื่อนพัฒนาคนสูงวัย ให้เป็นคนสูงวัยที่แม้จะแก่ แต่ไม่จน มีสังคมของตน หากคุยกับสภาพัฒน์ ลงตัวแล้ว ผมจะเร่งหารือกับภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องว่าภาคเอกชนเห็นด้วยหรือไม่ และจะสนับสนุนพัฒนาการศึกษาอย่างไร” นายอรรถพล กล่าว  

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 19 ธันวาคม 2565 

สรุปสาระสำคัญ 

บทความสะท้อน สถานการณ์เชิงนโยบายการศึกษาของไทย ที่ประสบปัญหาการขับเคลื่อน “แผนการศึกษาแห่งชาติ” อย่างไม่เป็นเอกภาพ เนื่องจากถูกจัดอยู่ในฐานะ แผนระดับ 3 เทียบเท่าแผนของหน่วยงาน ทำให้หลายหน่วยงานยึดแผนของตนเป็นหลัก ส่งผลให้การพัฒนาการศึกษาไม่เชื่อมโยงและไม่ลึกซึ้งเท่าที่ควร

หลักการสำคัญ คือการยึดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 54 ที่กำหนดให้มีแผนการศึกษาแห่งชาติเป็นกรอบหลักของการพัฒนาคน ซึ่งเป็นแผนเดียวที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ และมีลักษณะเป็น แผนข้ามภาคส่วน (Cross-sector) ครอบคลุมการศึกษา แรงงาน และการพัฒนาคนตลอดช่วงวัย

แนวคิดเชิงนโยบาย มุ่งยกระดับแผนการศึกษาแห่งชาติเป็น แผนระดับ 2 เพื่อทำหน้าที่เป็นแผนแม่บท เชื่อมโยงยุทธศาสตร์ชาติ งานวิจัย และการปฏิบัติของกว่า 12 กระทรวง ให้ไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมทบทวนการใช้ คะแนน O-NET เป็นตัวชี้วัดคุณภาพการศึกษา เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดการวัดสมรรถนะที่หลากหลาย 

แนวปฏิบัติทางการศึกษา เน้นการใช้ข้อมูลวิจัยของ สกศ. การพัฒนาคนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ และการกำหนดตัวชี้วัดที่สะท้อนคุณภาพการเรียนรู้จริงมากกว่าคะแนนสอบเพียงอย่างเดียว 

ข้อสอบ 

ข้อ 1 ปัญหาหลักของการขับเคลื่อนแผนการศึกษาแห่งชาติในช่วงที่ผ่านมา คือข้อใด
ก. แผนมีรายละเอียดมากเกินไป
ข. ขาดหน่วยงานรับผิดชอบหลัก
ค. ถูกจัดอยู่ในระดับแผนที่หน่วยงานไม่ยึดเป็นกรอบหลัก
ง. ไม่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ

ข้อ 2 เหตุผลใด “มีน้ำหนักเชิงกฎหมาย” มากที่สุดในการเสนอให้ยกระดับแผนการศึกษาแห่งชาติเป็นแผนระดับ 2
ก. เป็นแผนที่มีผลต่อการพัฒนาคนทุกช่วงวัย
ข. เป็นแผนเดียวที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ
ค. เป็นแผนที่เชื่อมโยงหลายกระทรวง
ง. เป็นแผนที่มีงานวิจัยรองรับ

ข้อ 3 ลักษณะ “แผนข้ามภาคส่วน (Cross-sector)” ของแผนการศึกษาแห่งชาติ สะท้อนแนวคิดใด
ก. การบริหารแบบรวมศูนย์
ข. การพัฒนาคนเป็นฐานของการพัฒนาทุกมิติ
ค. การมุ่งเน้นเฉพาะระบบโรงเรียน
ง. การกระจายอำนาจสู่สถานศึกษา

ข้อ 4 การทบทวนการใช้คะแนน O-NET เป็นตัวชี้วัดมาตรฐานการศึกษา มีเป้าหมายหลักเพื่ออะไร
ก. ลดภาระการสอบของนักเรียน
ข. เพิ่มความเข้มข้นของการแข่งขัน
ค. สอดคล้องกับนโยบายการประเมินสมรรถนะที่หลากหลาย
ง. ยกเลิกการประเมินคุณภาพการศึกษา

ข้อ 5 หากท่านเป็นผู้บริหารสถานศึกษา การที่แผนการศึกษาแห่งชาติถูกยกระดับเป็นแผนระดับ 2 จะส่งผลต่อการบริหารโรงเรียนอย่างไร
ก. โรงเรียนต้องรอคำสั่งจากส่วนกลางมากขึ้น
ข. แผนโรงเรียนจะต้องยึดทิศทางเดียวกับการพัฒนาคนเชิงระบบ
ค. ลดบทบาทของสถานศึกษาในการวางแผน
ง. ทำให้การจัดการเรียนรู้ขาดความยืดหยุ่น
 

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น