
(4 พฤศจิกายน 2564) นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนนโยบายการจัดการศึกษาในเชิงพื้นที่ของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ณ โรงแรมพีลูส จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อเตรียมขยายผลจากนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการไปขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาระดับภาคและกลุ่มจังหวัด ในรูปแบบของการจัดทำแผนเพื่อสนองต่อนโยบายได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (นายธนู ขวัญเดช, นายวีระ แข็งกสิการ, นายสุทิน แก้วพนา) ศึกษาธิการภาค/จังหวัด รวมทั้งผู้บริหารส่วนกลาง/ระดับพื้นที่ เข้าร่วมประชุม จำนวน 150 คน
ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า การขับเคลื่อนนโยบายการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ให้เกิดผลสัมฤทธิ์กับผู้เรียน ต้องดำเนินการภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายรัฐบาล จุดเน้นเชิงนโยบายการจัดการศึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ทั้ง 12 ด้าน และวาระเร่งด่วนทั้ง 7 ประเด็น ถือเป็นกรอบนโยบายที่สำคัญสำหรับให้ทุกส่วนราชการในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งส่วนกลางและส่วนกลางที่ตั้งในภูมิภาค ซึ่งปฏิบัติงานในระดับพื้นที่ ได้นำกรอบนโยบายที่สำคัญดังกล่าวไปขับเคลื่อนให้เกิดผลผลิตและผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
ประเด็นที่ผู้บริหารควรจะนำมาเป็นข้อพิจารณาสำหรับนำมาจัดทำแผนด้านการศึกษาในเชิงพื้นที่ และถือเป็น Agenda สำคัญที่กระทรวงศึกษาธิการจะต้องดำเนินการ คือ แผนการปฏิรูปประเทศ ซึ่งทุกหน่วยงานจะต้องดำเนินการตามกิจกรรมปฏิรูปประเทศที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ (Big Rock) ซึ่งเป็นแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ประกอบด้วย 5 กิจกรรมสำคัญ ได้แก่
Big Rock 1 : การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัย
Big Rock 2 : การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนสู่การเรียนรู้ฐานสมรรถนะ เพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21
Big Rock 3 : การสร้างระบบการผลิตและพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีคุณภาพ
Big Rock 4 : การจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีและระบบอื่น ๆ ที่เน้นการฝึกปฏิบัติอย่างเต็มรูปแบบ นำไปสู่การจ้างงานและการสร้างงาน
Big Rock 5: การปฏิรูปบทบาทการวิจัยและระบบธรรมาภิบาลของสถาบันอุดมศึกษา เพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศออกจากกับดักรายได้ปานกลาง
“จะเห็นได้ว่า Big Rock ที่ 1 2 3 และ 4 จะมีผลต่อการดำเนินงานของกระทรวงศึกษาธิการโดยตรง และเมื่อกระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการจนสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ที่แผนปฎิรูปประเทศด้านการศึกษาได้กำหนดไว้แล้ว จะส่งผลลัพธ์ให้ผู้เรียนทุกกลุ่มทุกวัยสามารถได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน และมีทักษะที่จำเป็นของโลกในอนาคตได้” ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าว
นายวีระ แข็งกสิการ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า การประชุมขับเคลื่อนนโยบายในครั้งนี้ จะสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาในเชิงพื้นที่ของรัฐบาล และเพื่อสร้างการรับรู้ถึงนโยบายการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ในระดับภาค กลุ่มจังหวัด และจังหวัด ให้แก่ผู้บริหารของกระทรวงศึกษาธิการ อีกทั้งผู้บริหารของกระทรวงศึกษาธิการจะได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการนำนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ไปสู่การจัดการศึกษาในระดับภาค กลุ่มจังหวัด และจังหวัด ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ชาติ และบริบทของแต่ละพื้นที่
นายธนู ขวัญเดช รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงทิศทางการขับเคลื่อนการบริหารงานบุคคล ว่า กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับกับบุคลากร เนื่องจากเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขับเคลื่อนการบริหารงานบุคคลในสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด และสำนักงานศึกษาธิการภาค ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างวางแผนสรรหาข้าราชการในตำแหน่งต่าง ๆ ตามหลักเกณฑ์การบริหารงานบุคคล เช่น ตำแหน่งศึกษาธิการจังหวัด ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) ระดับชำนาญการพิเศษ ซึ่งปัจจุบันมีอัตราว่างเดิม จำนวน 114 อัตรา อัตราว่างจากการเกษียณอายุราชการ จำนวน 35 อัตรา ซึ่งจะได้รับการจัดสรรคืนภายในเดือนพฤศจิกายน 2564 และระดับปฏิบัติการ ชำนาญการ ปฏิบัติงาน และชำนาญงาน อัตราว่างเดิม 195 อัตรา ดังนั้นผู้บริหารหน่วยงานจะต้องสื่อสารข้อมูลให้บุคลากรให้เกิดความเข้าใจ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
พร้อมทั้งย้ำแนวทางการดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน โดยผู้บริหารที่เป็นคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ต้องระมัดระวังการพิจารณาความผิด พร้อมศึกษาข้อกฎหมายและข้อมูลให้ละเอียดให้ถูกต้องชัดเจน
นายสุทิน แก้วพนา รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการคลัง และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยมีเป้าหมายให้ครูได้ชำระหนี้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ หรือรวมหนี้ครูมาไว้สถาบันการเงินแหล่งเดียว พร้อมทั้งกำหนดมาตรการที่เหมาะสมกับการผ่อนชำระหนี้ของครูให้ได้มากที่สุด ตลอดจนพัฒนาครูบรรจุใหม่และครูทุกกลุ่มให้มีความรู้ สร้างวินัยการบริหารจัดการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการขับเคลื่อนโครงการแก้ปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยใช้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูต้นแบบเป็นฐาน เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ร่วมกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูต้นแบบ จำนวน 12 แห่ง 4 ภาค ๆ ละ 3 แห่ง โดยทำงานร่วมกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐทุกแห่ง และส่วนราชการสังกัดกระทรวงศึกษาธิการในพื้นที่จังหวัด และขยายผลการดำเนินไปยังสหกรณ์ออมทรัพย์ครูทั่วประเทศที่มีความพร้อม ได้มีการถอดบทเรียนจากสหกรณ์ตัวอย่าง 2 แห่ง คือ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูสมุทรปราการ จำกัด และสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกำแพงเพชร จำกัด ซึ่งพบแนวทางการแก้ไขปัญหาในประเด็นสำคัญ ดังนี้
ที่มา ; ศธ 360 องศา
สรุปสาระสำคัญ
กระทรวงศึกษาธิการได้จัดประชุมขับเคลื่อนนโยบายการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ ปีงบประมาณ พ.ศ.2565 โดยมุ่งให้การดำเนินงานด้านการศึกษาบรรลุผลสัมฤทธิ์ต่อผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายรัฐบาล จุดเน้นเชิงนโยบาย 12 ด้าน และวาระเร่งด่วน 7 ประเด็น ผู้บริหารทุกระดับต้องนำกรอบดังกล่าวไปจัดทำแผนการศึกษาเชิงพื้นที่ให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละจังหวัดและกลุ่มจังหวัด
สาระสำคัญคือการขับเคลื่อนแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ซึ่งประกอบด้วย 5 กิจกรรมหลัก (Big Rock) ได้แก่ การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา การพัฒนาการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา การจัดอาชีวศึกษาที่เน้นการฝึกปฏิบัติ และการปฏิรูประบบอุดมศึกษา เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนทุกช่วงวัย
นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับการบริหารงานบุคคล การสื่อสารภายในองค์กร การป้องกันการทุจริต และการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู โดยใช้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูต้นแบบเป็นกลไกสำคัญ เพื่อสร้างเสถียรภาพทางการเงินและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการศึกษาอย่างยั่งยืน
ข้อสอบ
เป้าหมายสำคัญของการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ตามบทความนี้คือข้อใด
ก. การเพิ่มอำนาจการตัดสินใจให้ส่วนกลาง
ข. การจัดทำแผนที่ตอบสนองนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม
ค. การลดบทบาทศึกษาธิการจังหวัด
ง. การมุ่งประเมินผลเชิงเอกสารเป็นหลัก
Big Rock ใดมีผลต่อการดำเนินงานของกระทรวงศึกษาธิการโดยตรงมากที่สุด
ก. Big Rock 5
ข. Big Rock 4
ค. Big Rock 1–4
ง. Big Rock ทุกข้อเท่าเทียมกัน
สาระสำคัญของการประชุมขับเคลื่อนนโยบายครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของผู้บริหารการศึกษาในมิติใดมากที่สุด
ก. ผู้ควบคุมกฎระเบียบ
ข. ผู้จัดการทรัพยากร
ค. ผู้นำเชิงนโยบายสู่การปฏิบัติ
ง. ผู้ตรวจสอบการปฏิบัติงาน
แนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูในบทความ เน้นหลักการใดเป็นสำคัญ
ก. การเพิ่มเงินเดือนครู
ข. การพักชำระหนี้ระยะยาว
ค. การควบคุมวินัยทางการเงินและโครงสร้างหนี้
ง. การยกเลิกหนี้ครูทั้งหมด
หากสถานศึกษานำแนวคิดจากบทความไปใช้จริง การดำเนินการใดเหมาะสมที่สุด
ก. รอคำสั่งจากส่วนกลางก่อนทุกครั้ง
ข. จัดทำแผนพัฒนาการศึกษาโดยยึดบริบทพื้นที่
ค. เพิ่มโครงการพิเศษระยะสั้น
ง. มุ่งรายงานผลให้ครบถ้วนเป็นหลัก
สาระสำคัญของ “การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่” ตามบทความนี้ แตกต่างจากการบริหารแบบรวมศูนย์อย่างไร มากที่สุด
ก. เปิดโอกาสให้พื้นที่กำหนดนโยบายแทนส่วนกลาง
ข. มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างองค์กรระดับพื้นที่
ค. ใช้นโยบายเดียวกันแต่ปรับวิธีดำเนินการตามบริบท
ง. ลดบทบาทของกระทรวงศึกษาธิการในเชิงกำกับ
หากผู้บริหารสถานศึกษานำ Big Rock มาใช้เป็นกรอบวางแผนผิดพลาด ข้อใด ขัดกับเจตนารมณ์ของแผนปฏิรูปประเทศมากที่สุด
ก. มุ่งยกระดับผลสัมฤทธิ์เชิงคะแนนสอบอย่างเดียว
ข. พัฒนาการเรียนรู้ฐานสมรรถนะควบคู่ทักษะอาชีพ
ค. สร้างความเสมอภาคทางการศึกษาตั้งแต่ปฐมวัย
ง. เชื่อมโยงการเรียนรู้กับตลาดแรงงานและชุมชน
จากบทความ บทบาทของผู้บริหารระดับพื้นที่ที่สอดคล้องกับนโยบายมากที่สุดคือข้อใด
ก. ผู้ตรวจสอบการใช้งบประมาณให้ถูกต้อง
ข. ผู้แปลงนโยบายสู่แผนปฏิบัติที่วัดผลได้
ค. ผู้รักษากฎระเบียบและคำสั่งส่วนกลาง
ง. ผู้จัดทำรายงานผลเพื่อการประเมิน
มาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูในบทความ สะท้อนมุมมองการบริหารเชิงระบบในข้อใดชัดเจนที่สุด
ก. ใช้มาตรการเร่งด่วนระยะสั้น
ข. มุ่งลดภาระหนี้โดยไม่เปลี่ยนพฤติกรรม
ค. บูรณาการการเงิน วินัย และโครงสร้างหนี้
ง. ให้สหกรณ์เป็นผู้รับผิดชอบเพียงฝ่ายเดียว
หากต้องเลือก “ตัวชี้วัดความสำเร็จ” ของการขับเคลื่อนนโยบายเชิงพื้นที่ตามบทความ ข้อใดเหมาะสมที่สุด
ก. จำนวนโครงการที่ดำเนินการได้ตามแผน
ข. ความครบถ้วนของเอกสารรายงาน
ค. การเปลี่ยนแปลงคุณภาพผู้เรียนตามบริบทพื้นที่
ง. จำนวนคำสั่งและประกาศที่ออกโดยหน่วยงาน
คลิกเฉลย >>>
