สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M134_ขับเคลื่อนนโยบายการจัดการศึกษาในเชิงพื้นที่ของ ศธ.

(4 พฤศจิกายน 2564) นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนนโยบายการจัดการศึกษาในเชิงพื้นที่ของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ณ โรงแรมพีลูส จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อเตรียมขยายผลจากนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการไปขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาระดับภาคและกลุ่มจังหวัด ในรูปแบบของการจัดทำแผนเพื่อสนองต่อนโยบายได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (นายธนู ขวัญเดช, นายวีระ แข็งกสิการ, นายสุทิน แก้วพนา) ศึกษาธิการภาค/จังหวัด รวมทั้งผู้บริหารส่วนกลาง/ระดับพื้นที่ เข้าร่วมประชุม จำนวน 150 คน

ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า การขับเคลื่อนนโยบายการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ให้เกิดผลสัมฤทธิ์กับผู้เรียน ต้องดำเนินการภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายรัฐบาล จุดเน้นเชิงนโยบายการจัดการศึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ทั้ง 12 ด้าน และวาระเร่งด่วนทั้ง 7 ประเด็น ถือเป็นกรอบนโยบายที่สำคัญสำหรับให้ทุกส่วนราชการในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งส่วนกลางและส่วนกลางที่ตั้งในภูมิภาค ซึ่งปฏิบัติงานในระดับพื้นที่ ได้นำกรอบนโยบายที่สำคัญดังกล่าวไปขับเคลื่อนให้เกิดผลผลิตและผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

ประเด็นที่ผู้บริหารควรจะนำมาเป็นข้อพิจารณาสำหรับนำมาจัดทำแผนด้านการศึกษาในเชิงพื้นที่ และถือเป็น Agenda สำคัญที่กระทรวงศึกษาธิการจะต้องดำเนินการ คือ แผนการปฏิรูปประเทศ ซึ่งทุกหน่วยงานจะต้องดำเนินการตามกิจกรรมปฏิรูปประเทศที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ (Big Rock) ซึ่งเป็นแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ประกอบด้วย 5 กิจกรรมสำคัญ ได้แก่

Big Rock 1 : การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัย

Big Rock 2 : การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนสู่การเรียนรู้ฐานสมรรถนะ เพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21

Big Rock 3 : การสร้างระบบการผลิตและพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีคุณภาพ

Big Rock 4 : การจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีและระบบอื่น ๆ ที่เน้นการฝึกปฏิบัติอย่างเต็มรูปแบบ นำไปสู่การจ้างงานและการสร้างงาน

Big Rock 5: การปฏิรูปบทบาทการวิจัยและระบบธรรมาภิบาลของสถาบันอุดมศึกษา เพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศออกจากกับดักรายได้ปานกลาง

จะเห็นได้ว่า Big Rock ที่ 1 2 3 และ 4 จะมีผลต่อการดำเนินงานของกระทรวงศึกษาธิการโดยตรง และเมื่อกระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการจนสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ที่แผนปฎิรูปประเทศด้านการศึกษาได้กำหนดไว้แล้ว จะส่งผลลัพธ์ให้ผู้เรียนทุกกลุ่มทุกวัยสามารถได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน และมีทักษะที่จำเป็นของโลกในอนาคตได้” ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าว

นายวีระ แข็งกสิการ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า การประชุมขับเคลื่อนนโยบายในครั้งนี้ จะสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาในเชิงพื้นที่ของรัฐบาล และเพื่อสร้างการรับรู้ถึงนโยบายการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ในระดับภาค กลุ่มจังหวัด และจังหวัด ให้แก่ผู้บริหารของกระทรวงศึกษาธิการ อีกทั้งผู้บริหารของกระทรวงศึกษาธิการจะได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการนำนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ไปสู่การจัดการศึกษาในระดับภาค กลุ่มจังหวัด และจังหวัด ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ชาติ และบริบทของแต่ละพื้นที่

นายธนู ขวัญเดช รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงทิศทางการขับเคลื่อนการบริหารงานบุคคล ว่า กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับกับบุคลากร เนื่องจากเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขับเคลื่อนการบริหารงานบุคคลในสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด และสำนักงานศึกษาธิการภาค ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างวางแผนสรรหาข้าราชการในตำแหน่งต่าง ๆ ตามหลักเกณฑ์การบริหารงานบุคคล เช่น ตำแหน่งศึกษาธิการจังหวัด ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) ระดับชำนาญการพิเศษ ซึ่งปัจจุบันมีอัตราว่างเดิม จำนวน 114 อัตรา อัตราว่างจากการเกษียณอายุราชการ จำนวน 35 อัตรา ซึ่งจะได้รับการจัดสรรคืนภายในเดือนพฤศจิกายน 2564 และระดับปฏิบัติการ ชำนาญการ ปฏิบัติงาน และชำนาญงาน อัตราว่างเดิม 195 อัตรา ดังนั้นผู้บริหารหน่วยงานจะต้องสื่อสารข้อมูลให้บุคลากรให้เกิดความเข้าใจ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

พร้อมทั้งย้ำแนวทางการดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน โดยผู้บริหารที่เป็นคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ต้องระมัดระวังการพิจารณาความผิด พร้อมศึกษาข้อกฎหมายและข้อมูลให้ละเอียดให้ถูกต้องชัดเจน

นายสุทิน แก้วพนา รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการคลัง และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยมีเป้าหมายให้ครูได้ชำระหนี้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ หรือรวมหนี้ครูมาไว้สถาบันการเงินแหล่งเดียว พร้อมทั้งกำหนดมาตรการที่เหมาะสมกับการผ่อนชำระหนี้ของครูให้ได้มากที่สุด ตลอดจนพัฒนาครูบรรจุใหม่และครูทุกกลุ่มให้มีความรู้ สร้างวินัยการบริหารจัดการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการขับเคลื่อนโครงการแก้ปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยใช้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูต้นแบบเป็นฐาน เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ร่วมกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูต้นแบบ จำนวน 12 แห่ง 4 ภาค ๆ ละ 3 แห่ง โดยทำงานร่วมกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐทุกแห่ง และส่วนราชการสังกัดกระทรวงศึกษาธิการในพื้นที่จังหวัด และขยายผลการดำเนินไปยังสหกรณ์ออมทรัพย์ครูทั่วประเทศที่มีความพร้อม ได้มีการถอดบทเรียนจากสหกรณ์ตัวอย่าง 2 แห่ง คือ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูสมุทรปราการ จำกัด และสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกำแพงเพชร จำกัด ซึ่งพบแนวทางการแก้ไขปัญหาในประเด็นสำคัญ ดังนี้

  • ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของสหกรณ์ออมทรัพย์ให้ต่ำลงไม่เกิน 3%
  • ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สหกรณ์ และสถาบันการเงินให้สอดคล้องกับสินเชื่อที่มีอัตราความเสี่ยงต่ำ 4.5-5%
  • จัดสรรผลกำไรมาเพิ่มเงินเฉลี่ยคืนเงินกู้ให้มากขึ้น ไม่น้อยกว่า 30% ของผลกำไร
  • นำเงินปันผลมาหักชำระหนี้เพื่อลดยอดหนี้รายเดือน
  • การบริหารความเสี่ยง การสร้างหลักประกันเงินกู้ ปรับลดบุคคลค้ำประกัน และปรับลดการซื้อประกันภัยในส่วนที่ไม่จำเป็น
  • ปรับปรุงโครงสร้างหนี้
  • จัดทำฐานข้อมูลสมาชิกและการเชื่อมโยงฐานข้อมูลกับสถาบันการเงินและต้นสังกัด
  • ร่วมกับส่วนราชการต้นสังกัด หัก ณ ที่จ่าย ควบคุมยอดหนี้ไม่ให้เกินความสามารถในการชำระหนี้ของสมาชิกสหกรณ์ จะต้องมีเงินเดือนเหลือไม่น้อยกว่า 30%
  • ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ สร้างระบบพัฒนาและดูแลสมาชิก ให้ความรู้เสริมสร้างวินัยและการวางแผนทางด้านการเงิน การสร้างอาชีพเสริม ลดรายจ่าย เพิ่มการออม และไม่ก่อหนี้เพิ่ม

ที่มา ; ศธ 360 องศา

สรุปสาระสำคัญ

กระทรวงศึกษาธิการได้จัดประชุมขับเคลื่อนนโยบายการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ ปีงบประมาณ พ.ศ.2565 โดยมุ่งให้การดำเนินงานด้านการศึกษาบรรลุผลสัมฤทธิ์ต่อผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายรัฐบาล จุดเน้นเชิงนโยบาย 12 ด้าน และวาระเร่งด่วน 7 ประเด็น ผู้บริหารทุกระดับต้องนำกรอบดังกล่าวไปจัดทำแผนการศึกษาเชิงพื้นที่ให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละจังหวัดและกลุ่มจังหวัด

สาระสำคัญคือการขับเคลื่อนแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ซึ่งประกอบด้วย 5 กิจกรรมหลัก (Big Rock) ได้แก่ การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา การพัฒนาการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา การจัดอาชีวศึกษาที่เน้นการฝึกปฏิบัติ และการปฏิรูประบบอุดมศึกษา เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนทุกช่วงวัย 

นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับการบริหารงานบุคคล การสื่อสารภายในองค์กร การป้องกันการทุจริต และการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู โดยใช้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูต้นแบบเป็นกลไกสำคัญ เพื่อสร้างเสถียรภาพทางการเงินและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการศึกษาอย่างยั่งยืน

ข้อสอบ

ข้อ 1

เป้าหมายสำคัญของการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ตามบทความนี้คือข้อใด
ก. การเพิ่มอำนาจการตัดสินใจให้ส่วนกลาง
ข. การจัดทำแผนที่ตอบสนองนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม
ค. การลดบทบาทศึกษาธิการจังหวัด
ง. การมุ่งประเมินผลเชิงเอกสารเป็นหลัก

 

ข้อ 2

Big Rock ใดมีผลต่อการดำเนินงานของกระทรวงศึกษาธิการโดยตรงมากที่สุด
ก. Big Rock 5
ข. Big Rock 4
ค. Big Rock 1–4
ง. Big Rock ทุกข้อเท่าเทียมกัน

 

ข้อ 3

สาระสำคัญของการประชุมขับเคลื่อนนโยบายครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของผู้บริหารการศึกษาในมิติใดมากที่สุด
ก. ผู้ควบคุมกฎระเบียบ
ข. ผู้จัดการทรัพยากร
ค. ผู้นำเชิงนโยบายสู่การปฏิบัติ
ง. ผู้ตรวจสอบการปฏิบัติงาน

 

ข้อ 4

แนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูในบทความ เน้นหลักการใดเป็นสำคัญ
ก. การเพิ่มเงินเดือนครู
ข. การพักชำระหนี้ระยะยาว
ค. การควบคุมวินัยทางการเงินและโครงสร้างหนี้
ง. การยกเลิกหนี้ครูทั้งหมด

 

ข้อ 5

หากสถานศึกษานำแนวคิดจากบทความไปใช้จริง การดำเนินการใดเหมาะสมที่สุด
ก. รอคำสั่งจากส่วนกลางก่อนทุกครั้ง
ข. จัดทำแผนพัฒนาการศึกษาโดยยึดบริบทพื้นที่
ค. เพิ่มโครงการพิเศษระยะสั้น
ง. มุ่งรายงานผลให้ครบถ้วนเป็นหลัก

 

ข้อ 6

สาระสำคัญของ “การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่” ตามบทความนี้ แตกต่างจากการบริหารแบบรวมศูนย์อย่างไร มากที่สุด

ก. เปิดโอกาสให้พื้นที่กำหนดนโยบายแทนส่วนกลาง
ข. มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างองค์กรระดับพื้นที่
ค. ใช้นโยบายเดียวกันแต่ปรับวิธีดำเนินการตามบริบท
ง. ลดบทบาทของกระทรวงศึกษาธิการในเชิงกำกับ

 

ข้อ 7

หากผู้บริหารสถานศึกษานำ Big Rock มาใช้เป็นกรอบวางแผนผิดพลาด ข้อใด ขัดกับเจตนารมณ์ของแผนปฏิรูปประเทศมากที่สุด

ก. มุ่งยกระดับผลสัมฤทธิ์เชิงคะแนนสอบอย่างเดียว
ข. พัฒนาการเรียนรู้ฐานสมรรถนะควบคู่ทักษะอาชีพ
ค. สร้างความเสมอภาคทางการศึกษาตั้งแต่ปฐมวัย
ง. เชื่อมโยงการเรียนรู้กับตลาดแรงงานและชุมชน

 

ข้อ 8

จากบทความ บทบาทของผู้บริหารระดับพื้นที่ที่สอดคล้องกับนโยบายมากที่สุดคือข้อใด

ก. ผู้ตรวจสอบการใช้งบประมาณให้ถูกต้อง
ข. ผู้แปลงนโยบายสู่แผนปฏิบัติที่วัดผลได้
ค. ผู้รักษากฎระเบียบและคำสั่งส่วนกลาง
ง. ผู้จัดทำรายงานผลเพื่อการประเมิน

 

ข้อ 9

มาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูในบทความ สะท้อนมุมมองการบริหารเชิงระบบในข้อใดชัดเจนที่สุด

ก. ใช้มาตรการเร่งด่วนระยะสั้น
ข. มุ่งลดภาระหนี้โดยไม่เปลี่ยนพฤติกรรม
ค. บูรณาการการเงิน วินัย และโครงสร้างหนี้
ง. ให้สหกรณ์เป็นผู้รับผิดชอบเพียงฝ่ายเดียว

 

ข้อ 10

หากต้องเลือก “ตัวชี้วัดความสำเร็จ” ของการขับเคลื่อนนโยบายเชิงพื้นที่ตามบทความ ข้อใดเหมาะสมที่สุด

ก. จำนวนโครงการที่ดำเนินการได้ตามแผน
ข. ความครบถ้วนของเอกสารรายงาน
ค. การเปลี่ยนแปลงคุณภาพผู้เรียนตามบริบทพื้นที่
ง. จำนวนคำสั่งและประกาศที่ออกโดยหน่วยงาน
 

คลิกเฉลย >>> 

ความเห็นของผู้ชม