สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ยุคออนไลน์ นักศึกษาเข้าถึงข้อมูลง่าย แต่ความรู้ลดลง

6 ม.ค. 2568 ผศ.ดร.เข็มทอง ต้นสกุลรุ่งเรือง อาจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Khemthong Tonsakulrungruang” เนื้อหาดังนี้

เทอมนี้อ่านรายงานนิสิตแล้วพบว่า พวกเขาใช้แหล่งอ้างอิงจากออนไลน์แทบจะร้อยละร้อยในรายงาน ปัญหาคือพวกเขาใช้การค้นหาจาก Google ซึ่งแหล่งข้อมูล โดยเฉพาะภาษาไทย ไม่ได้เยอะขนาดนั้น ที่เยอะที่สุดน่าจะเป็นพวกรายงานเอกัตศึกษาของพวกหลักสูตรพิเศษในศาลรัฐธรรมนูญหรือพระปกเกล้า ทำให้คุณภาพของงานลดต่ำลงอย่างมาก ไม่มีความลุ่มลึก ไม่มีแหล่งอ้างอิงปฐมภูมิเลย

สมัยก่อน ข้อมูลในอินเตอร์เน็ตมีไม่เยอะมาก ตอนทำรายงาน นอกจากห้องสมุดคณะนิติศาสตร์แล้ว ตอนนั้นยังต้องเดินไปห้องสมุดรัฐศาสตร์ หอกลาง แล้วก็อักษร ยืมหนังสือมาอ่าน ถ้าค้นหาข้อมูลออนไลน์ ตอนนั้นถูกบังคับให้ใช้ WestLaw กับ LexisNexis 

เรื่องการพึ่งพาแหล่งข้อมูลจากออนไลน์เป็นหลัก น่าจะมีจากหลายสาเหตุ ทั้งความจำกัดของเวลา เนื่องจากรายงานหลายฉบับน่าจะเขียนไม่เกินห้าถึงเจ็ดวัน เลยไม่มีเวลาค้นข้อมูลลึกซึ้งอะไรมาก หลายคนเลิกมามหาวิทยาลัยแล้ว เลยนั่งอยู่หน้าจอ กับเทคโนโลยีที่หลอกให้เราเชื่อว่าทุกอย่างอยู่ในอินเตอร์เน็ต มาบรรจบกัน แทนที่โลกในยุคสารสนเทศจะทำให้เราเข้าถึงความรู้ได้ง่ายขึ้น เยอะขึ้น ดีขึ้น คุณภาพความรู้ที่ได้กลับเลวร้ายลง 

อินเตอร์เน็ตทำให้โลกแคบลง ทุกอย่างมาอยู่ที่ปลายนิ้ว แต่เส้นขอบฟ้าของเราก็แคบลงเร็วกว่าอินเตอร์เน็ตเสียด้วย 

ที่มา ; แนวหน้า วันจันทร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2568

สรุปสาระสำคัญ

บทความสะท้อนปัญหาคุณภาพงานวิชาการของนักศึกษาในยุคดิจิทัล โดยพบว่านักศึกษาส่วนใหญ่ใช้แหล่งอ้างอิงจากอินเทอร์เน็ตเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะการค้นหาผ่าน Google ทำให้ข้อมูลที่ได้มีข้อจำกัด โดยเฉพาะภาษาไทยที่ยังมีปริมาณไม่มากและกระจุกตัวอยู่ในรายงานหรือเอกสารเฉพาะบางสถาบัน ส่งผลให้งานขาดความลุ่มลึกและขาดการอ้างอิงแหล่งข้อมูลปฐมภูมิ

ผู้เขียนเปรียบเทียบกับอดีตที่การทำรายงานต้องอาศัยการค้นคว้าในห้องสมุดหลายแห่งและฐานข้อมูลเฉพาะ เช่น Westlaw และ LexisNexis ซึ่งช่วยให้เข้าถึงข้อมูลเชิงลึกมากกว่า ขณะที่ปัจจุบันความสะดวกของอินเทอร์เน็ตกลับทำให้ผู้เรียนพึ่งพาข้อมูลออนไลน์เพียงผิวเผิน

สาเหตุสำคัญมาจากข้อจำกัดด้านเวลาในการทำรายงาน และพฤติกรรมการเรียนที่เน้นความรวดเร็ว อีกทั้งเทคโนโลยีทำให้เกิด “ภาพลวง” ว่าทุกข้อมูลอยู่ในอินเทอร์เน็ต ส่งผลให้ผู้เรียนลดการค้นคว้าเชิงลึก

แม้อินเทอร์เน็ตจะทำให้การเข้าถึงความรู้สะดวกขึ้น แต่กลับทำให้คุณภาพความรู้ลดลง เพราะผู้เรียนมี “ขอบเขตการเรียนรู้แคบลง” และขาดการสืบค้นเชิงวิพากษ์อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นความย้อนแย้งของสังคมข้อมูลในยุคปัจจุบัน

 

ข้อสอบ

ข้อ 1

ปัญหาหลักที่ผู้เขียนพบในงานของนักศึกษาคือข้อใด
ก. ใช้หนังสือมากเกินไป
ข. ขาดการใช้ภาษาอังกฤษ
ค. ใช้แหล่งข้อมูลออนไลน์เป็นหลักโดยขาดปฐมภูมิ
ง. ไม่มีการส่งงานตามกำหนด
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความระบุว่านักศึกษาใช้ Google และออนไลน์เกือบทั้งหมด ทำให้ขาดแหล่งปฐมภูมิ

 

ข้อ 2

ผลกระทบสำคัญของการใช้ข้อมูลออนไลน์อย่างเดียวคือข้อใด
ก. งานมีความลึกซึ้งมากขึ้น
ข. งานมีคุณภาพลดลงและขาดความลุ่มลึก
ค. ใช้เวลาในการทำงานมากขึ้น
ง. การอ้างอิงมีความหลากหลายขึ้น
เฉลย: ข
เหตุผล: ผู้เขียนชี้ว่าคุณภาพงานลดลงและไม่มีความลุ่มลึก

 

ข้อ 3

ฐานข้อมูลใดที่ผู้เขียนยกตัวอย่างว่าเคยใช้ในการค้นคว้า
ก. Google Scholar
ข. Wikipedia
ค. Westlaw และ LexisNexis
ง. Facebook และ YouTube
เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นฐานข้อมูลวิชาการเฉพาะด้านกฎหมายที่มีคุณภาพสูง

 

ข้อ 4

สาเหตุสำคัญที่นักศึกษาใช้แหล่งข้อมูลออนไลน์เป็นหลักคืออะไร
ก. ไม่มีหนังสือในห้องสมุด
ข. ความสะดวกและข้อจำกัดด้านเวลา
ค. อาจารย์บังคับให้ใช้
ง. อินเทอร์เน็ตมีเฉพาะข้อมูลวิชาการ
เฉลย: ข
เหตุผล: บทความกล่าวถึงเวลาจำกัดและความสะดวกเป็นปัจจัยหลัก

 

ข้อ 5

“ภาพลวงของอินเทอร์เน็ต” ในบทความหมายถึงอะไร
ก. อินเทอร์เน็ตไม่มีข้อมูล
ข. ทุกอย่างดูเหมือนมีอยู่บนอินเทอร์เน็ตทั้งหมด
ค. อินเทอร์เน็ตใช้ไม่ได้
ง. อินเทอร์เน็ตทำให้ข้อมูลหายไป
เฉลย: ข
เหตุผล: ผู้เรียนเข้าใจผิดว่าทุกความรู้มีอยู่ในอินเทอร์เน็ต

 

ข้อ 6

ข้อใดสะท้อนการเรียนรู้เชิงลึกได้ดีที่สุด
ก. ค้น Google แล้วคัดลอก
ข. ใช้บทความสรุปจากเว็บเดียว
ค. ค้นคว้าหลายแหล่งรวมทั้งปฐมภูมิ
ง. ใช้เฉพาะสไลด์เรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: การใช้หลายแหล่งรวมปฐมภูมิช่วยให้ลึกและน่าเชื่อถือ

 

ข้อ 7

ผลของการพึ่งพาอินเทอร์เน็ตมากเกินไปคือข้อใด
ก. ขอบเขตความรู้กว้างขึ้น
ข. ความรู้มีคุณภาพดีขึ้น
ค. ขอบเขตการเรียนรู้แคบลง
ง. การวิเคราะห์ดีขึ้น
เฉลย: ค
เหตุผล: ผู้เขียนระบุว่าเส้นขอบฟ้าความรู้แคบลง

 

ข้อ 8

ข้อใดเป็นลักษณะของแหล่งข้อมูลปฐมภูมิ
ก. บทความสรุปจากบล็อก
ข. รายงานวิจัยต้นฉบับ
ค. ข่าวจากโซเชียลมีเดีย
ง. บทความวิกิพีเดีย
เฉลย: ข
เหตุผล: ปฐมภูมิหมายถึงข้อมูลต้นฉบับหรือผลการวิจัยโดยตรง

 

ข้อ 9

แนวคิดสำคัญที่ผู้เขียนต้องการสะท้อนคือข้อใด
ก. อินเทอร์เน็ตทำให้การเรียนดีขึ้นเสมอ
ข. การเข้าถึงข้อมูลง่ายขึ้นแต่คุณภาพอาจลดลง
ค. หนังสือไม่จำเป็นอีกต่อไป
ง. ห้องสมุดไม่มีประโยชน์
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นความย้อนแย้งของยุคดิจิทัล

 

ข้อ 10

ข้อใดเป็นแนวทางแก้ปัญหาที่สอดคล้องกับบทความมากที่สุด
ก. ใช้เฉพาะ Google ในการค้นคว้า
ข. ลดเวลาการทำรายงานให้สั้นลง
ค. ส่งเสริมการใช้แหล่งข้อมูลหลากหลายและเชิงลึก
ง. ห้ามใช้อินเทอร์เน็ตในการเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องเพิ่มคุณภาพด้วยการใช้แหล่งข้อมูลที่หลากหลายและลึกซึ้ง