
ไทยเป็นเจ้าภาพประชุมรัฐมนตรีศึกษาเอเชีย-ยุโรป ครั้งที่ 8 แบบออนไลน์ 50 ประเทศร่วมตั้งเข็มทิศการศึกษาอาเซม 2030 เน้นเป้าหมาย 4 หัวข้อใหญ่ “ตรีนุช” ลั่นไทยพร้อมดำเนินการตามยุทธศาสตร์
น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.ที่ผ่านมา กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้เป็นเจ้าภาพจัดประชุมรัฐมนตรีศึกษาเอเชีย-ยุโรป ครั้งที่ 8 (ASEM Education Ministers' Meeting : ASEMME 8) ในรูปแบบทางไกล ผ่านโปรแกรม Microsoft Team โดยมีรัฐมนตรีศึกษาจากประเทศสมาชิกอาเซม ทั้งเอเชีย และยุโรป ผู้แทนสหภาพยุโรป (European Union) อาเซียน (ASEAN Secretariat) และภาคีเครือข่ายด้านการศึกษาของอาเชม 50 ประเทศ กว่า 120 คนเข้าร่วมประชุม ภายใต้หัวข้อ "ASEM Education 2030 : Towards more resilient, prosperous and sustainable futures" หรือ “ การศึกษาอาเซม พ.ศ.2573 : สู่อนาคตที่ยืดหยุ่น มั่งคั่ง และยั่งยืนมากขึ้น”
รมว.ศธ.กล่าวว่า การประชุมรัฐมนตรีศึกษาอาเซม จัดขึ้นทุก 2 ปี เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินความร่วมมือในสาขาการศึกษาและกำหนดแนวทางการดำเนินความร่วมมือระหว่างกัน โดยได้จัดเป็นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.2008 หรือพ.ศ.2551 และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 8 ซึ่งไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพ และเป็นการประชุมต่อเนื่องจากการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการศึกษาของอาเซม ครั้งที่ 2 (ASEM Education Senior Officials' Meeting: SOM2) ซึ่งจัดไปเมื่อวันที่ 13- 14 ธ.ค.64 ในส่วนของการประชุม ASEMME 8 นี้ เป็นเวทีให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่รับผิดชอบงานด้านการศึกษาของประเทศสมาชิกได้รับทราบผลการดำเนินความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการสร้างโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพระหว่างกัน พร้อมทั้งร่วมกันกำหนดแนวทางและกิจกรรมที่จะดำเนินการร่วมกันไปจนถึงปี ค.ศ.2030
“ที่ประชุม ASEMME 8 ได้รับรองยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการด้านการศึกษาของอาเซม 2030 ซึ่งเป็นการกำหนดทิศทางที่สำคัญมากของความร่วมมือด้านการศึกษาภายใต้กรอบอาเซมในอนาคต โดยยุทธศาสตร์ด้านการศึกษาของอาเซม เน้นเป้าหมาย 4 หัวข้อใหญ่คือ
อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการรับมือกับความท้าทายของโลกปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เป็นต้น” รมว.ศธ.กล่าว
น.ส.ตรีนุช กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้รับรองข้อสรุป หรือ Chair's Conclusions ซึ่งเน้นย้ำความร่วมมือของประเทศสมาชิกอาเซมและเครือข่ายด้านการศึกษาของอาเซมในการดำเนินตามยุทธศาสตร์ด้านการศึกษา การส่งเสริมข้อริเริ่มกิจกรรมและโครงการที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ การดำเนินการของเครือข่ายด้านการศึกษาของอาเซม ซึ่งประเทศไทย โดยกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีความพร้อมและความเชื่อมั่นที่จะดำเนินการตามยุทธศาสตร์ และให้การสนับสนุนความร่วมมือด้านการศึกษาของอาเซมอย่างเต็มที่
ที่มา ; สยามรัฐออนไลน์ 16 ธันวาคม 2564
สรุปสาระสำคัญ
ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมรัฐมนตรีศึกษาเอเชีย-ยุโรป ครั้งที่ 8 (ASEMME 8) ในรูปแบบออนไลน์ มีผู้แทนจาก 50 ประเทศกว่า 120 คนเข้าร่วม ภายใต้แนวคิด “ASEM Education 2030: สู่อนาคตที่ยืดหยุ่น มั่งคั่ง และยั่งยืน” การประชุมจัดขึ้นทุก 2 ปี เพื่อกำหนดทิศทางและติดตามความร่วมมือด้านการศึกษา โดยครั้งนี้ได้ต่อยอดจากการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสก่อนหน้า
ที่ประชุมได้ “รับรองยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการการศึกษาอาเซม 2030” ซึ่งกำหนด 4 เป้าหมายสำคัญ ได้แก่ (1) การประกันคุณภาพและการรับรองคุณวุฒิ (2) การมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม (3) การแลกเปลี่ยนอย่างสมดุลระหว่างเอเชีย-ยุโรป และ (4) การเรียนรู้ตลอดชีวิตรวมถึงอาชีวศึกษา นอกจากนี้ยังเน้นการรับมือความท้าทายร่วมสมัย เช่น โควิด-19 และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล
ผลลัพธ์สำคัญอีกประการคือการรับรอง Chair’s Conclusions ที่ย้ำความร่วมมือ การขับเคลื่อนโครงการ และบทบาทเครือข่ายการศึกษา โดยประเทศไทยแสดงความพร้อมในการดำเนินการตามยุทธศาสตร์และสนับสนุนความร่วมมืออย่างเต็มที่ เพื่อยกระดับโอกาสและคุณภาพการศึกษาในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน
ข้อ 1 เป้าหมายหลักของการประชุม ASEMME คือข้อใด
ก. กำหนดงบประมาณการศึกษา
ข. กำหนดและติดตามความร่วมมือด้านการศึกษา
ค. จัดอันดับมหาวิทยาลัย
ง. แลกเปลี่ยนครูระยะสั้น
ข้อ 2 ยุทธศาสตร์ ASEM 2030 ไม่ครอบคลุมข้อใด
ก. การประกันคุณภาพ
ข. การมีส่วนร่วมภาคธุรกิจ
ค. การเพิ่มจำนวนนักเรียนเท่านั้น
ง. การเรียนรู้ตลอดชีวิต
ข้อ 3 แนวคิด “ยืดหยุ่น มั่งคั่ง ยั่งยืน” สะท้อนอะไร
ก. เศรษฐกิจเท่านั้น
ข. การศึกษาเชิงแข่งขัน
ค. การพัฒนาระบบการศึกษารอบด้าน
ง. การลดค่าใช้จ่าย
ข้อ 4 การมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจช่วยอะไร
ก. ลดบทบาทโรงเรียน
ข. เพิ่มความสอดคล้องตลาดแรงงาน
ค. ลดคุณภาพ
ง. ลดหลักสูตร
ข้อ 5 การแลกเปลี่ยนอย่างสมดุลหมายถึง
ก. ส่งนักเรียนออกอย่างเดียว
ข. รับนักเรียนอย่างเดียว
ค. แลกเปลี่ยนสองทิศทางเท่าเทียม
ง. ยกเลิกการแลกเปลี่ยน
ข้อ 6 บทบาท Chair’s Conclusions คือ
ก. รายงานงบประมาณ
ข. ยืนยันความร่วมมือและแนวทางดำเนินงาน
ค. จัดอันดับประเทศ
ง. กำหนดสอบ
ข้อ 7 การเรียนรู้ตลอดชีวิตสำคัญเพราะ
ก. ใช้เฉพาะผู้สูงอายุ
ข. รองรับการเปลี่ยนแปลงของโลก
ค. ลดเวลาเรียน
ง. ใช้เฉพาะอาชีวะ
ข้อ 8 ความท้าทายที่เน้นในยุทธศาสตร์คือ
ก. สงครามการค้า
ข. โควิด-19 และดิจิทัล
ค. การเมืองท้องถิ่น
ง. การท่องเที่ยว
ข้อ 9 หากเป็นผู้บริหารสถานศึกษา ควรนำไปใช้ข้อใด
ก. ลดความร่วมมือ
ข. พัฒนาหลักสูตรเชื่อมอุตสาหกรรม
ค. ยกเลิกเทคโนโลยี
ง. จำกัดการเรียนรู้
ข้อ 10 บทบาทประเทศไทยในเวทีนี้คือ
ก. ผู้สังเกตการณ์
ข. ผู้กำหนดกฎหมายโลก
ค. เจ้าภาพและผู้ขับเคลื่อนความร่วมมือ
ง. ผู้รับนโยบายเท่านั้น
คลิกเฉลย >>>