
12 มกราคม 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบแผนการใช้เงินของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ประจำปีงบประมาณ 2565 รวมวงเงินทั้งสิ้น 7,635.67 ล้านบาทประกอบด้วย 9 แผนงาน ได้แก่ นวัตกรรมและการวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาวงเงิน 364 ล้านบาท , ส่งเสริมโอกาสและพัฒนาคุณภาพนักเรียนวงเงิน 4,847.52 ล้านบาท, สร้างนวัตกรรมการพัฒนาครูและสถานศึกษาวงเงิน 459.15 ล้านบาท พัฒนากลไกจังหวัดและระบบช่วยเหลือเด็กปฐมวัยที่ยากจนและเด็กนอกระบบการศึกษาวงเงิน 386 ล้านบาท ,สร้างต้นแบบระบบการผลิตและพัฒนาครูวงเงิน 298.73 ล้านบาท, สร้างนวัตกรรมสายอาชีพสร้างโอกาสนักเรียนอัจฉริยะที่มีฐานะยากจนหรือด้อยโอกาสได้เรียนต่อระดับสูงและพัฒนาประชากรวัยแรงงานด้อยโอกาสวงเงิน 856.44 ล้านบาท , สร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติและวิเทศสัมพันธ์วงเงิน 39.20 ล้านบาท, งานรณรงค์เพื่อการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายและระดมความร่วมมือทางสังคมวงเงิน 68.50 ล้านบาท และงานด้านการบริหารและพัฒนาระบบงานวงเงิน 316.13 ล้านบาท
ขณะเดียวกันครม.ยังได้เห็นชอบให้เพิ่มอัตราเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข (ทุนเสมอภาค) โดย กสศ.ระบุว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ได้ส่งผลให้ครัวเรือนของนักเรียนยากจนพิเศษมีรายได้ลดลงและเกิดการว่างงาน ประกอบกับผลวิเคราะห์จากโครงการวิจัยพัฒนาระบบบัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาแห่งชาติ มีข้อเสนอว่า อัตราเงินทุนเสมอภาคในปัจจุบันยังไม่ครอบคลุมเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาสำหรับครัวเรือนของนักเรียนยากจนพิเศษ ดังนั้นจึงเห็นควรให้เพิ่มอัตราเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษตั้งแต่ปีการศึกษา 2565 เป็นต้นไป เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคม ลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระหว่างนักเรียนจากครอบครัวที่มีรายได้แตกต่างกัน และป้องกันความเสี่ยงในการหลุดออกจากระบบการศึกษาของประชากรกลุ่มนี้ในระยะยาว
สำหรับอัตราเงินอุดหนุนใหม่มี ดังนี้ คือ
ทั้งนี้ ตามนิยามของเด็กนักเรียนยากจนพิเศษ จะหมายถึง นักเรียนยากจนที่ผ่านเกณฑ์การคัดกรองผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ด้วยวิธีการวัดรายได้ทางอ้อมแบบPMT หรือ Proxy Means Testจากระบบปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และอยู่ในกลุ่มค่าคะแนนความยากจนอยู่ในเกณฑ์ยากจนพิเศษ หรือ ครอบครัวที่มีรายได้เฉลี่ย 1,200 บาทต่อคนต่อเดือน
ที่มา ; แนวหน้า วันอังคาร ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2564
ข่าวเดียวกัน
เมื่อวันที่ 12 ม.ค. นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ในการประชุมการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง เมื่อเร็วๆนี้ ตนต้องการให้เกิดความเชื่อมต่อกับสำนักงบประมาณถึงการจัดทำแผนยกระดับการศึกษาระดับจังหวัดของ ศธ. ซึ่งขณะนี้มีความชัดเจนแล้วที่เราจะนำร่องยกระดับการศึกษาที่จังหวัดภูเก็ตด้วยการสร้างโรงเรียนดีในชุมชน การสร้างโรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง ซึ่งสำนักงบฯ พร้อมสนับสนุนแผนการศึกษาดังกล่าวของ ศธ. และมองว่าเป็นแผนการศึกษาที่ดี เพราะหากดำเนินการได้จริงจะเกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาเป็นอย่างมาก แต่สำนักงบฯ มีข้อเสนอแนะว่าแผนการดำเนินการนี้ของ ศธ. ถือเป็นแผนงานที่ใหญ่ ดังนั้นจึงอยากให้มีการกำหนดตัวชี้วัด เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณมีความคุ้มค่ามากที่สุด
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า สำหรับแผนยกระดับการศึกษาจังหวัดที่จะเริ่มนำร่องปักธงที่จังหวัดภูเก็ตเป็นแห่งแรกนั้น ขณะนี้กำลังเร่งจัดทำแผนการสร้างโรงเรียนดีในชุมชน และโรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง เพื่อจัดส่งแผนการดำเนินงานให้สำนักงบประมาณพิจารณา โดยเบื้องต้นได้สรุปงบประมาณที่จะใช้ดำเนินการอยู่ในกรอบวงเงินจำนวน 80-100 ล้านบาท ซึ่งในงบประมาณจำนวนนี้ไม่อยากให้มองว่าเป็นการทุ่มใช้งบประมาณจำนวนมาก แต่จะเป็นงบผูกพันที่มีระยะเวลา 2 ปีด้วยการเติมเต็มศักยภาพของโรงเรียนไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำ อาคารเรียน สนามกีฬา สื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัย ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ โดยเชื่อว่าแนวทางนี้จะทำให้สำนักงบฯ เห็นภาพการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาที่แท้จริงอย่างแน่นอน
“การจัดสรรงบประมาณปี 65 ภาพรวมของศธ.ต้องถือว่ามีรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไปจากการจัดสรรงบประมาณในปีที่ผ่านมา เนื่องจากเราต้องการเดินหน้ายกระดับการศึกษาจังหวัดด้วยการสร้างโรงเรียนดีในชุมชน โรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง รวมถึงการจัดสรรงบส่วนหนึ่งให้แก่โรงเรียนขนาดเล็กที่ดำรงอยู่ได้ด้วยตัวเอง (Stan Alone) ดังนั้นแม้งบประมาณในปี 65 อาจจะดำเนินการจัดสรรให้ได้ไม่ครบทั้งประเทศ แต่จังหวัดนำร่องจะเป็นตัวอย่างให้เห็นภาพการพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่ชัดเจน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สำนักงบฯ ได้ว่าแผนยกระดับการศึกษาจังหวัดของ ศธ.ไม่ใช่ภาพลวงตาแต่ทำให้เกิดขึ้นจริงได้ ทั้งนี้แผนนำร่องการศึกษาจังหวัดที่ภูเก็ตจะส่งให้สำนักงบฯ พิจารณาในวันที่ 15 ม.ค.นี้” รมว.ศธ.กล่าว...
ที่มา ; เดลินิวส์
สรุปสาระสำคัญ
คณะรัฐมนตรีเห็นชอบแผนการใช้เงินกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ปีงบประมาณ 2565 วงเงิน 7,635.67 ล้านบาท ครอบคลุม 9 แผนงาน โดยเน้นการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ทั้งด้านโอกาส คุณภาพผู้เรียน การพัฒนาครู นวัตกรรม และกลไกช่วยเหลือเด็กยากจนและนอกระบบ นอกจากนี้ยังปรับเพิ่ม “ทุนเสมอภาค” สำหรับนักเรียนยากจนพิเศษ เพื่อให้สอดคล้องกับผลกระทบโควิด-19 ที่ทำให้รายได้ครัวเรือนลดลง โดยเพิ่มอัตราอุดหนุนระดับประถม ม.ต้น และโดยเฉพาะ ม.ปลาย/อาชีวะอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อป้องกันการหลุดออกจากระบบการศึกษา ทั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายคัดกรองด้วย PMT และมีรายได้เฉลี่ยไม่เกิน 1,200 บาท/คน/เดือน
ขณะเดียวกัน กระทรวงศึกษาธิการผลักดันแผนยกระดับการศึกษาระดับจังหวัด นำร่องที่ภูเก็ต ผ่านการพัฒนา “โรงเรียนดีในชุมชน” และ “โรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง” โดยใช้งบ 80–100 ล้านบาทแบบผูกพัน 2 ปี เพื่อเสริมโครงสร้างพื้นฐานและสื่อการเรียนรู้ พร้อมกำหนดตัวชี้วัดเพื่อให้ใช้งบอย่างคุ้มค่า แนวทางนี้มุ่งสร้างต้นแบบการปฏิรูปการศึกษาเชิงพื้นที่ ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพอย่างเป็นรูปธรรม
ข้อ 1 จุดมุ่งหมายหลักของแผน กสศ. ปี 2565 คือข้อใด
ก. เพิ่มรายได้ครู
ข. ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
ค. สร้างอาคารเรียนใหม่ทั้งหมด
ง. เพิ่มจำนวนนักเรียน
ข้อ 2 เหตุผลสำคัญในการเพิ่มทุนเสมอภาคคือข้อใด
ก. เงินเฟ้อทั่วไป
ข. ความต้องการของโรงเรียน
ค. ผลกระทบโควิด-19 ต่อรายได้ครัวเรือน
ง. นโยบายต่างประเทศ
ข้อ 3 ระดับใดได้รับการเพิ่มเงินอุดหนุนมากที่สุด
ก. อนุบาล
ข. ประถม
ค. ม.ต้น
ง. ม.ปลาย/อาชีวะ
ข้อ 4 PMT ใช้เพื่ออะไร
ก. วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ข. คัดกรองความยากจน
ค. ประเมินครู
ง. จัดสรรงบโรงเรียน
ข้อ 5 แผนนำร่องยกระดับการศึกษาเริ่มที่จังหวัดใด
ก. เชียงใหม่
ข. ขอนแก่น
ค. ภูเก็ต
ง. ชลบุรี
ข้อ 6 หลักการสำคัญในการใช้งบประมาณคือข้อใด
ก. ใช้ให้หมด
ข. เน้นปริมาณ
ค. มีตัวชี้วัดความคุ้มค่า
ง. กระจายเท่าเทียมทุกพื้นที่
ข้อ 7 หากโรงเรียนต้องการลดการหลุดออกจากระบบ ควรเน้นมาตรการใด
ก. เพิ่มการบ้าน
ข. เพิ่มทุนช่วยเหลือ
ค. ลดเวลาเรียน
ง. เพิ่มข้อสอบ
ข้อ 8 แผน “โรงเรียนดีในชุมชน” มุ่งเน้นอะไร
ก. การแข่งขัน
ข. การรวมศูนย์
ค. ยกระดับคุณภาพพื้นที่
ง. ลดงบประมาณ
ข้อ 9 กลุ่มเป้าหมายยากจนพิเศษมีรายได้ประมาณเท่าใด
ก. 2,000 บาท/เดือน
ข. 1,500 บาท/เดือน
ค. 1,200 บาท/คน/เดือน
ง. 800 บาท/เดือน
ข้อ 10 หากเป็นผู้บริหาร ควรใช้ข้อมูลนี้อย่างไร
ก. เพิ่มงบฝ่ายเดียว
ข. วางแผนช่วยนักเรียนยากจนเชิงระบบ
ค. ลดกิจกรรม
ง. เปลี่ยนครู
คลิกเฉลย >>>