
เด็กวัยอนุบาลไปจนถึงวัยประถมเป็นวัยแห่งการตั้งคำถามและอยู่ในช่วงของการเรียนรู้สิ่งรอบตัว เมื่อความต้องการอยากเรียนรู้เกิดขึ้นจากภายใน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องฝึกฝนให้เด็กเล็กสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองได้ การเรียนรู้ด้วยตนเองช่วยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเลือกกระบวนการ ทักษะ เนื้อหา เส้นทางการเรียนรู้ ผลลัพธ์ทั้งหมดด้วยตนเอง แต่การเรียนรู้ด้วยตนเองในเด็กเล็กจะประสบความสำเร็จได้ต้องมีเพื่อน คุณครู ผู้ปกครอง ช่วยสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ บทความนี้จะเชิญชวนคุณครูและผู้ปกครอง มาดูกันว่าเราจะฝึกฝนให้เด็กเล็กเรียนรู้ด้วยตนเองได้อย่างไร
ออกแบบวิธีการเรียนรู้ใหม่ - เสริมทักษะการเรียนรู้ตัวเอง
ถ้าอยากฝึกการเรียนรู้ด้วยตนเองให้ผู้เรียน คุณครูจะต้องออกแบบกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ผู้เรียนและสนับสนุนการเรียนรู้ของผู้เรียนให้มากที่สุดโดยเฉพาะในเด็กเล็กที่ต้องเข้าใจข้อจำกัดการเรียนรู้ของเขามากเป็นพิเศษ บทความนี้ จะลองเสนอโมเดลการออกแบบที่เรียกว่า Modern Classroom Project ของ Kareemและ Rob ที่เปิดตัวเมื่อปี 2018 การใช้วิธีการนี้แพร่หลายในสหรัฐอเมริกาแล้วพบว่าสร้างการเรียนรู้ด้วยตนเองในเด็กเล็กได้จริง เริ่มต้นจาก
Blended Instruction คือ การสร้างวิดีโอเนื้อหาการเรียนรู้ของคุณครูให้ผู้เรียนเข้าถึง โดยได้จำแนกออกเป็นบทเรียนเพื่อให้ผู้เรียนได้ศึกษาด้วยตนเองในบทเรียนที่ผู้เรียนสนใจ คำแนะนำเพิ่มเติมคือการจัดเรียงบทเรียนจากง่ายไปยากจะช่วยให้ผู้เรียนจัดลำดับการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น
Self-Pace Structure คือ ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเองในแต่ละหน่วยการเรียนรู้
Mastery-Based Grading คือ การดูความก้าวหน้าในการเรียนรู้ของผู้เรียน
เคล็ดลับที่สำคัญที่จะช่วยให้เด็กเล็กมีแรงจูงใจในการเรียนรู้ด้วยตนเองนั่นก็คือ การสร้างกิจกรรมให้ผู้เรียนเช็กความก้าวหน้าของตนเองอย่างสม่ำเสมอ เช่น การทำสื่อการเรียนรู้ที่เน้นภาพ เน้นในรูปแบบเกม ที่ให้ผู้เรียนได้ลองท้าทายตัวเอง ยิ่งเรียนรู้มากผู้เรียนจะไต่ไประดับที่ขึ้น ช่วยสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้ผู้เรียนได้มากขึ้น เพื่อให้เห็นภาพกิจกรรมการเรียนรู้ ขอยกตัวอย่างกิจกรรม 1 DAY ALONE ของคุณครูปรางชิด เส้นสุข กิจกรรมนี้ให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนการจัดการตนเองอย่างเป็นระบบโดยมี 4 ขั้นตอน 5 กิจกรรม
Step 1 รู้เกี่ยวกับคุณลักษณะผู้เรียนของตน จำนวนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในการใช้เพื่อการศึกษาที่พร้อมใช้ รวมไปถึงความสามารถในการใช้เทคโนโลยีของผู้เรียน
Step 2 วางจุดประสงค์การเรียนรู้ของกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลัก K S A ตัวอย่างของคุณครูปรางชิดคือจุดประสงค์การเรียนรู้เชิงสมรรถนะ
Step 3 ส่วนนี้เป็นส่วนของกิจกรรมที่คุณครูมีการวางไว้เป็นด่านกิจกรรม
กิจกรรมที่ 1 รู้จักฉัน ชื่นชมเธอ ให้ผู้เรียนได้แบ่งกลุ่มทำกิจกรรมและเขียนเล่าว่าแต่ละวันผู้เรียนทำอะไรบ้าง จากนั้นให้เพื่อนได้อ่านและแสดงความคิดเห็นชื่นชมกิจกรรมที่ได้เล่าพร้อมแลกเปลี่ยนกิจกรรมระหว่างกัน
กิจกรรมที่ 2 คิด สำรวจ ให้ผู้เรียนวางแผนกิจกรรมที่อยากลองท้าทายตัวเองใน 1 วัย
กิจกรรมที่ 3 ซ้อมก่อนลุย ให้ผู้เรียนไปซ้อมกิจจกรรมที่ตนเองยังทำไม่ได้ โดยมีผู้ปกครองคอยช่วย
กิจกรรมที่ 4 1 DAY ALONE ปฏิบัติตามแผนที่วางไว้และบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้น
กิจกรรมที่ 5 นำเสนอผลงาน มีการนำเสนอของแต่ละกลุ่มและร่วมกันสะท้อนคิด
Step 4 เป็นการดูพัฒนาการของผู้เรียนที่คุณครูสามารถสังเกตได้ผ่านแต่ละกิจกรรม กิจกรรมนี้สามารถนำไปปรับใช้กับห้องเรียนของคุณครูได้โดยประยุกต์และออกแบบให้เหมาะสมกับผู้เรียนของตนเอง
วิธีการฝึกการเรียนรู้ด้วยตนเองที่บ้าน
Modern Classroom ของคุณครูที่ได้กล่าวไปข้างต้นค่อนข้างจะใช้ในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเองในด้านวิชาการในโรงเรียน ในส่วนของการเรียนรู้นอกห้องเรียนสามารถทำได้เช่นกัน โดยผู้ปกครองสามารถเข้ามาสนับสนุนได้ เริ่มต้นจาก Mindset ของผู้ปกครองเองที่เชื่อมั่นว่าเด็ก ๆ ของเราเรียนรู้ด้วยตนเองได้ จากนั้นลองปล่อยให้เขาได้เรียนรู้อย่างอิสระโดยที่เราไม่ต้องไปบังคับ เมื่อเราสังเกตเห็นว่าเด็ก ๆ ชอบหรือสนใจเรื่องไหนเป็นพิเศษ ท่านสามารถสร้างโอกาสให้เขาได้เรียนรู้ให้มากที่สุดอย่างค่อยเป็นค่อยไป เช่น หากสนใจเรื่องศิลปะ การพาเด็ก ๆ ไป Workshop งานศิลปะก็เป็นการสร้างโอกาสในการเรียนรู้ของเขา หรืออาจแนะนำสื่อที่น่าสนใจให้เขาได้ลองทำ สนับสนุนอุปกรณ์ให้เขาได้ทดลองออกแบบผลงานศิลปะของตัวเอง หากผู้ปกครองสนับสนุนและอำนวยความสะดวกการเรียนรู้ของเด็ก ๆ ได้ดี จะยิ่งทำให้เขากล้าที่จะเรียนรู้ด้วยตนเองได้มากขึ้น
จากที่กล่าวมาเชื่อมั่นได้เลยว่า ไม่ว่าวัยไหนก็สามารถเรียนรู้ด้วยตนเองได้ แต่สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้จะต้องใช้กลวิธีที่เหมาะสม รวมไปถึงการสนับสนุน การช่วยเหลือ และร่วมมือกันของคนรอบตัวที่อำนวยความสะดวกการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนมากที่สุด เชื่อเลยว่าไม่ว่าจะในห้องเรียนหรือนอกห้องเรียน ถ้าผู้เรียนมีแรงจูงใจและมีอิสระในการเรียนรู้ รู้สึกว่าการเรียนรู้เป็นเรื่องสนุก ไม่ว่าวัยไหนก็เรียนรู้ด้วย
ตนเอง ได้อย่างแน่นอน
อ้างอิง
ที่มา ; EDUCA
บทความนี้กล่าวถึงความสำคัญของการส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยถึงประถมศึกษาเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self-directed Learning) ซึ่งสอดคล้องกับธรรมชาติของเด็กที่ชอบตั้งคำถามและเรียนรู้สิ่งรอบตัว หากได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสม เด็กจะสามารถพัฒนาทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีครู ผู้ปกครอง และเพื่อนเป็นผู้เอื้ออำนวย
แนวทางสำคัญคือการออกแบบการเรียนรู้ตามแนว Modern Classroom Project ซึ่งประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ การจัดการเรียนรู้ผ่านสื่อวิดีโอ (Blended Instruction) เพื่อให้ผู้เรียนเรียนรู้ตามความสนใจ การเรียนรู้แบบกำหนดจังหวะเอง (Self-Paced Structure) และการประเมินตามความเชี่ยวชาญ (Mastery-Based Grading) เพื่อวัดพัฒนาการจริงของผู้เรียน
นอกจากนี้ การสร้างแรงจูงใจผ่านกิจกรรมที่ให้ผู้เรียนติดตามความก้าวหน้าของตนเอง เช่น เกมหรือภารกิจ จะช่วยให้เด็กเกิดความท้าทายและสนุกกับการเรียนรู้ ตัวอย่างกิจกรรม “1 DAY ALONE” เน้นให้ผู้เรียนวางแผน ทดลอง และสะท้อนคิดผ่านกระบวนการ 4 ขั้นตอน ได้แก่ การรู้จักตนเอง การกำหนดเป้าหมาย การฝึกปฏิบัติ และการประเมินผล
ในบริบทบ้าน ผู้ปกครองควรมีทัศนคติที่เชื่อว่าเด็กเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง พร้อมสนับสนุนอย่างเหมาะสม เช่น การเปิดโอกาสให้ทดลองตามความสนใจ เพื่อเสริมความมั่นใจและแรงจูงใจในการเรียนรู้ระยะยาว
แนวคิดสำคัญที่สุดของบทความคือข้อใด
ก. การเพิ่มการบ้านให้เด็กฝึกความรับผิดชอบ
ข. การใช้เทคโนโลยีแทนครูในห้องเรียน
ค. การส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้ด้วยตนเองโดยมีผู้สนับสนุน
ง. การประเมินผลแบบสอบปลายภาคเป็นหลัก
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความเน้น self-directed learning ที่มีครูและผู้ปกครองเป็นผู้เอื้ออำนวย ไม่ใช่แทนที่ครูหรือเน้นสอบ
Blended Instruction ในบทความหมายถึงข้อใด
ก. การสอนแบบกลุ่มย่อย
ข. การใช้วิดีโอให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเอง
ค. การสอบออนไลน์แทนสอบในห้องเรียน
ง. การเรียนแบบแข่งขันระหว่างนักเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: คือการใช้สื่อวิดีโอแบ่งบทเรียนให้ผู้เรียนเรียนตามความสนใจ
Self-Paced Structure มีความหมายตรงกับข้อใด
ก. ครูกำหนดเวลาเรียนเท่ากันทุกคน
ข. ผู้เรียนเรียนตามจังหวะของตนเอง
ค. การเรียนแบบเร่งรัด
ง. การเรียนแบบกลุ่มเท่านั้น
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นให้ผู้เรียนควบคุมความเร็วในการเรียนเอง
Mastery-Based Grading เน้นอะไรเป็นหลัก
ก. คะแนนสอบปลายภาค
ข. เวลาเรียนในชั้น
ค. ความก้าวหน้าและความเชี่ยวชาญของผู้เรียน
ง. การเปรียบเทียบระหว่างนักเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นการประเมินตามความสามารถที่แท้จริง ไม่ใช่แข่งขันคะแนน
เหตุใดการใช้เกมหรือกิจกรรมติดตามความก้าวหน้าจึงสำคัญ
ก. ทำให้ครูสอนง่ายขึ้น
ข. เพิ่มความสนุกและแรงจูงใจในการเรียนรู้
ค. ลดเวลาเรียนในห้องเรียน
ง. ใช้แทนการสอนทั้งหมด
เฉลย: ข
เหตุผล: ช่วยสร้างแรงจูงใจและความต่อเนื่องในการเรียนรู้
กิจกรรม “1 DAY ALONE” เน้นทักษะใดมากที่สุด
ก. การท่องจำ
ข. การแข่งขัน
ค. การจัดการตนเองและการเรียนรู้ด้วยตนเอง
ง. การสอบวัดผล
เฉลย: ค
เหตุผล: มุ่งพัฒนาการวางแผน ปฏิบัติ และสะท้อนคิดด้วยตนเอง
ขั้นตอนแรกของกิจกรรม 1 DAY ALONE คือข้อใด
ก. ปฏิบัติกิจกรรมจริง
ข. วางแผนเป้าหมาย
ค. รู้จักคุณลักษณะของตนเอง
ง. นำเสนอผลงาน
เฉลย: ค
เหตุผล: เริ่มจากการรู้จักผู้เรียนและความพร้อมของตนเอง
บทบาทของผู้ปกครองที่เหมาะสมคือข้อใด
ก. บังคับให้เด็กเรียนทุกวิชาเท่ากัน
ข. ปล่อยให้เด็กทำทุกอย่างลำพังโดยไม่สนใจ
ค. สนับสนุนและเปิดโอกาสตามความสนใจของเด็ก
ง. เปรียบเทียบผลการเรียนกับเด็กคนอื่น
เฉลย: ค
เหตุผล: ผู้ปกครองต้องเป็นผู้สนับสนุน ไม่ควบคุมหรือเปรียบเทียบ
การเรียนรู้ด้วยตนเองจะสำเร็จได้ดีที่สุดเมื่อใด
ก. มีการแข่งขันสูง
ข. ไม่มีครูเกี่ยวข้องเลย
ค. มีแรงจูงใจและการสนับสนุนจากรอบตัว
ง. ใช้การสอบเป็นตัวกำหนดทั้งหมด
เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องมีทั้งแรงจูงใจภายในและการสนับสนุนจากครู/ผู้ปกครอง
ผลลัพธ์สำคัญของการเรียนรู้ด้วยตนเองตามบทความคือข้อใด
ก. นักเรียนสอบได้คะแนนสูงขึ้นอย่างเดียว
ข. นักเรียนรู้สึกว่าการเรียนเป็นเรื่องยาก
ค. นักเรียนมีความสนุกและความมั่นใจในการเรียนรู้
ง. นักเรียนต้องพึ่งครูตลอดเวลา
เฉลย: ค
เหตุผล: เป้าหมายคือให้ผู้เรียนสนุก มั่นใจ และเรียนรู้ได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน