สมาชิกเข้าสู่ระบบ

พระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ยกระดับการเรียนรู้ใน EEC

สืบเนื่องจากคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) เห็นว่าตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 54 วรรคหนึ่ง กำหนดให้รัฐต้องเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย โดยที่ผ่านมาได้มีความพยายามปฏิรูปการศึกษา แต่ยังประสบปัญหาและอุปสรรคในการปฏิรูปหลายประการ

กอปศ. จึงได้ดำเนินการศึกษาปัญหาคุณภาพการศึกษาไทย เพื่อนำมาวิเคราะห์ประกอบการจัดทำร่างกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติและร่างกฎหมายการศึกษาอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งได้ดำเนินการร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการในการวางแผนจัดทำโครงการนวัตกรรมทางการศึกษาต่างๆ เช่นการจัดตั้งสถาบันพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอนและการจัดทำหลักสูตรแกนกลางที่มีสมรรถนะเป็นฐาน

จากการศึกษาปัญหาคุณภาพการศึกษาไทยดังกล่าว กอปศ. เห็นว่าการปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมามีจุดอ่อนสำคัญอย่างน้อยสามประการ

  • ประการแรก ยังไม่มีการบูรณาการการทำงานระหว่างองค์กรที่ทำหน้าที่ในด้านหลักสูตร สื่อการสอน การทดสอบและการประเมินผลการบริหารบุคลากรครู การเงิน และการบริหารจัดการ
  • ประการที่สอง ยังขาดกลไกและกระบวนการนำนโยบายไปปฏิบัติให้เป็นไปตามเจตนารมณ์และเป้าหมายของกฎหมาย เช่น กฎหมายกำหนดให้เขตพื้นที่การศึกษาทำหน้าที่สนับสนุนการดำเนินงานของสถานศึกษาเพื่อให้เกิดการกระจายอำนาจในการจัดการศึกษา แต่ในทางปฏิบัติเขตพื้นที่การศึกษาหลายแห่งกลับมุ่งดำเนินนโยบายจากส่วนกลางแทนการสนับสนุนการดำเนินการของสถานศึกษา ทำให้การบริหารการศึกษายังมีลักษณะสั่งการจากบนลงล่าง หรือปัญหาจากการดำเนินงานของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) (สมศ.) ซึ่งนอกจากจะไม่สะท้อนถึงคุณภาพของสถานศึกษาที่ได้รับการประเมิน ยังสร้างภาระการทำเอกสาร ส่งผลให้ครูมีเวลาสอนในห้องเรียนน้อยลงอีกด้วย และประการที่สาม ไม่มีกลไกให้สามารถนำนวัตกรรมทางการศึกษาไปขยายผลเพื่อใช้กับสถานศึกษาอื่นได้

เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง มีทัศนคติการเรียนที่ดี (Attitude) มีทักษะสำคัญ (Skill) และมีความรู้พื้นฐาน (Knowledge) พร้อมสำหรับการสร้างเศรษฐกิจไทย 4.0 และอุตสาหกรรมใหม่แห่งอนาคต (New S-Curve) จึงมีความจำเป็นต้องสร้างกลไกให้เกิดนวัตกรรมทางการศึกษาที่สามารถขยายผลนำไปใช้ได้อย่างทั่วถึง เช่น การจัดการเรียนรู้แบบปฏิบัติจริง (Active Learning) ซึ่งส่งเสริมทักษะการทำงานเป็นทีม การคิดสร้างสรรค์ และการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน การออกแบบซอฟต์แวร์เพื่อการเรียนรู้การเขียนโปรแกรม (Coding) หรือการสร้างชุมชนการเรียนรู้ของครูออนไลน์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของครู กอปศ. จึงเห็นว่ามีความจำเป็นต้องจัดตั้ง เขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา” เป็นพื้นที่การปฏิรูปที่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จในพื้นที่และพัฒนานโยบายและแนวปฏิบัติด้านต่างๆ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาและการขยายผลนวัตกรรมการเรียนรู้ในสถานศึกษาจนเกิดผลลัพธ์การเรียนรู้ที่ดีต่อนักเรียน และนำเสนอแนวปฏิบัติดังกล่าวสู่นโยบายการศึกษาแห่งชาติ ตัวอย่างการบริหารเขตพื้นที่การศึกษา รวมทั้งขยายนวัตกรรมการเรียนรู้สู่สถานศึกษาอื่น

 

สาระสำคัญของพระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562

1. กำหนดให้มีคณะกรรมการนโยบายเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ รองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นรองประธานกรรมการ กรรมการโดยตำแหน่ง และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ มีหน้าที่และอำนาจที่สำคัญในการให้คำแนะนำแก่คณะรัฐมนตรีในการกำหนดเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา กำหนดนโยบาย กำกับดูแล และประเมินผลการดำเนินงานและการบริหารจัดการเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาและการดำเนินงานของคณะกรรมการบริหาร เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีให้มีการนำแนวปฏิบัติที่ดีในการจัดการศึกษาในเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาไปใช้ในการจัดการศึกษาหรือเพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย ตลอดจนเสนอแนะแนวทางต่างๆ ต่อคณะรัฐมนตรี เช่น แนวทางการประเมินผลสัมฤทธิ์ในการดำเนินงานของเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา หรือแนวทางการปรับปรุงแก้ไขการดำเนินงานหรือยุบเลิกเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เป็นต้น

 

2. กำหนดสาระในการจัดการศึกษาภายในเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ดังนี้

2.1 กำหนดวัตถุประสงค์ของการจัดการศึกษาภายในเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา โดยต้องเป็นไปเพื่อ

2.1.1. เพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพในการจัดการศึกษา

2.1.2 ลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษา

2.1.3 รัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอกชน และประชาสังคม ร่วมกันจัดการศึกษา

2.1.4 คิดค้นและพัฒนานวัตกรรมด้านการศึกษา และดำเนินการให้มีการนำนวัตกรรมนั้นไปใช้ในสถานศึกษาอื่นในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ

2.2 กำหนดให้คณะรัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการนโยบายเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษากำหนดให้พื้นที่ใดเป็นเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

2.3 กำหนดให้ในแต่ละเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา มีคณะกรรมการบริหารเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษานำร่องผู้แทนครูและบุคลากรทางการศึกษา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่เขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษานั้นตั้งอยู่ นายกเทศมนตรีหรือนายกองค์การบริหารส่วนตำบลที่สถานศึกษานำร่องตั้งอยู่ มีหน้าที่และอำนาจประการสำคัญในการวางหลักเกณฑ์การกำหนดหลักสูตร และตำรา หรือสื่อการเรียนการสอนของสถานศึกษานำร่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษานำร่อง พัฒนาคุณภาพและศักยภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษาของสถานศึกษานำร่อง ออกแบบทดสอบผู้เรียนซึ่งต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการจัดการศึกษาในเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ประเมินผลการจัดการศึกษาของสถานศึกษานำร่อง ตลอดจนออกระเบียบต่างๆ เช่น การบริหารจัดการ การบริหารงานบุคคล การเงิน และการพัสดุของสำนักงาน หรือสถานศึกษานำร่อง เป็นต้น

2.4 กำหนดให้การกำหนดหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษานำร่องอย่างน้อยต้องครอบคลุมสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนและมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ โดยต้องจัดสาระสำคัญการเรียนรู้รายวิชาให้หลากหลายและสอดคล้องกับบุคลิก ลักษณะ ความถนัด หรือความสนใจของผู้เรียน

2.5 กำหนดให้แต่ละเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษามีสำนักงานคณะกรรมการบริหารเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาแห่งหนึ่ง ทำหน้าที่รับผิดชอบงานวิชาการและธุรการของคณะกรรมการบริหาร และปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการบริหารมอบหมาย โดยสำนักงานดังกล่าวเป็นหน่วยงานของรัฐที่มิใช่ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจและมีฐานะเป็นนิติบุคคล

 

3. กำหนดหลักเกณฑ์ต่างๆ เกี่ยวกับสถานศึกษานำร่อง ดังนี้

3.1 กำหนดให้สถานศึกษาที่อยู่ในเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของสถานศึกษา อาจขออนุมัติต่อคณะกรรมการบริหารเพื่อเป็นสถานศึกษานำร่องได้

3.2 ในการจัดการศึกษาของสถานศึกษานำร่อง ในกรณีที่โครงการกิจกรรม หรือภารกิจใด อาจทำให้การจัดการศึกษาของสถานศึกษานำร่องไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตามมาตรา 7 คณะกรรมการบริหารอาจขอยกเว้นการดำเนินโครงการ กิจกรรม หรือภารกิจนั้น หรือให้ดำเนินโครงการ กิจกรรม หรือภารกิจที่คณะกรรมการบริหารกำหนดแทน แล้วแต่กรณีได้ ให้สถานศึกษานำร่องแต่ละแห่งจัดหลักสูตรตามหลักเกณฑ์ที่ได้รับอนุมัติ และจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรโดยสอดคล้องกับบุคลิก ลักษณะ ความถนัด หรือความสนใจของผู้เรียนและสภาพภูมิสังคม โดยต้องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น นอกจากนี้ การจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษานำร่องอาจดำเนินการร่วมกับหน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ทั้งในประเทศและต่างประเทศได้

3.3 เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคเพื่อการศึกษาให้แก่สถานศึกษานำร่องในกรณีที่เป็นสถานศึกษาของรัฐหรือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้สามารถนำไปใช้จ่ายเพื่อพัฒนาหลักสูตร หรือปรับปรุงคุณภาพและประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการสอน หรือตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาคได้ตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารกำหนด โดยไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน

3.4 คณะรัฐมนตรีโดยข้อเสนอของคณะกรรมการ นโยบาย จะมีมติให้จัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไปแก่สถานศึกษานำร่องที่ประสงค์จะขอรับเงินอุดหนุนดังกล่าวเพื่อนำไปใช้จ่ายในการดำเนินการ รวมทั้งการให้สิทธิประโยชน์อื่นแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามความเหมาะสมและจำเป็นก็ได้ 

* อ้างอิงจากเจตนารมณ์พระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 กองกฎหมายการศึกษาและวัฒนธรรม สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  

ที่มา ; SALIKA

สรุปสาระสำคัญ 

คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) พบว่าการจัดการศึกษาของไทยตามรัฐธรรมนูญยังไม่สามารถบรรลุคุณภาพและความเสมอภาคได้ แม้รัฐจะกำหนดให้เด็กได้รับการศึกษา 12 ปีอย่างมีคุณภาพโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่การปฏิรูปที่ผ่านมาเผชิญปัญหาหลายด้าน โดยเฉพาะการขาดเอกภาพในการทำงานของหน่วยงานด้านหลักสูตร การสอน การประเมินผล และการบริหารบุคลากร รวมถึงการขาดกลไกนำนโยบายไปปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้การบริหารยังเป็นแบบรวมศูนย์และสร้างภาระงานเอกสารแก่ครู อีกทั้งยังไม่มีระบบขยายผลนวัตกรรมทางการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม

กอปศ. จึงเสนอแนวคิด “เขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา” เพื่อเป็นพื้นที่ทดลองและพัฒนานวัตกรรม เช่น Active Learning การเรียนโค้ดดิ้ง และชุมชนการเรียนรู้ครูออนไลน์ โดยมีเป้าหมายเพิ่มคุณภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของรัฐ อปท. เอกชน และประชาสังคม

พระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 กำหนดโครงสร้างการบริหาร เช่น คณะกรรมการนโยบายระดับชาติ คณะกรรมการบริหารพื้นที่ และสถานศึกษานำร่อง โดยให้อำนาจยืดหยุ่นด้านหลักสูตร การประเมิน และการบริหารจัดการ รวมทั้งเปิดโอกาสให้ใช้งบประมาณและทรัพยากรอย่างคล่องตัว เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนสู่ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 และรองรับเศรษฐกิจอนาคต

 

ข้อสอบ

ข้อ 1

จุดอ่อนสำคัญที่สุดของการปฏิรูปการศึกษาตามบทความคือข้อใด
ก. ขาดงบประมาณสนับสนุน
ข. ขาดการบูรณาการการทำงานของหน่วยงาน
ค. ครูไม่มีคุณวุฒิ
ง. นักเรียนไม่สนใจเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: ปัญหาหลักคือความไม่เชื่อมโยงของหน่วยงานด้านหลักสูตร การประเมิน และการบริหาร

 

ข้อ 2

เป้าหมายสำคัญของ “เขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา” คือข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนโรงเรียน
ข. เพิ่มการแข่งขันระหว่างโรงเรียน
ค. เพิ่มคุณภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างนวัตกรรม
ง. ลดบทบาทของรัฐ
เฉลย: ค
เหตุผล: มุ่งพัฒนาคุณภาพ ความเสมอภาค และนวัตกรรมทางการศึกษา

 

ข้อ 3

ปัญหาการดำเนินงานของเขตพื้นที่การศึกษาที่สำคัญคือข้อใด
ก. ขาดเทคโนโลยี
ข. เน้นสั่งการจากส่วนกลาง
ค. ไม่มีนักเรียน
ง. ไม่มีครู
เฉลย: ข
เหตุผล: ยังเป็นระบบรวมศูนย์ ไม่กระจายอำนาจตามเจตนารมณ์

 

ข้อ 4

แนวคิดการเรียนรู้แบบ Active Learning เน้นอะไร
ก. การท่องจำ
ข. การสอบแข่งขัน
ค. การเรียนรู้เชิงปฏิบัติและแก้ปัญหา
ง. การเรียนออนไลน์เท่านั้น
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นลงมือทำ คิดวิเคราะห์ และแก้ปัญหา

 

ข้อ 5

ใครเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ข. นายกรัฐมนตรี
ค. เลขาธิการ กอปศ.
ง. ผู้ว่าราชการจังหวัด
เฉลย: ข
เหตุผล: นายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการระดับนโยบาย

 

ข้อ 6

บทบาทของสถานศึกษานำร่องคือข้อใด
ก. ใช้หลักสูตรเดียวกันทั่วประเทศ
ข. ทดลองและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้
ค. ไม่ต้องประเมินผล
ง. ไม่ต้องมีครู
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นพื้นที่ทดลองนวัตกรรมและแนวปฏิบัติใหม่

 

ข้อ 7

ข้อใดเป็นเป้าหมายด้านผู้เรียนที่สำคัญ
ก. ท่องจำเก่ง
ข. สอบได้คะแนนสูง
ค. มีทักษะ ความรู้ และทัศนคติที่ดี
ง. แข่งขันสูงสุด
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้น KSA (Knowledge, Skill, Attitude)

 

ข้อ 8

ข้อใดเป็นความยืดหยุ่นของสถานศึกษานำร่อง
ก. ห้ามปรับหลักสูตร
ข. ต้องใช้ตำราเดียวกัน
ค. สามารถออกแบบการเรียนตามผู้เรียน
ง. ต้องใช้แบบทดสอบส่วนกลางเท่านั้น
เฉลย: ค
เหตุผล: สามารถปรับตามความถนัดและบริบทผู้เรียนได้

 

ข้อ 9

สำนักงานคณะกรรมการบริหารเขตพื้นที่มีสถานะใด
ก. ส่วนราชการ
ข. รัฐวิสาหกิจ
ค. นิติบุคคลของรัฐที่ไม่ใช่ส่วนราชการ
ง. องค์กรเอกชน
เฉลย: ค
เหตุผล: กฎหมายกำหนดให้เป็นหน่วยงานของรัฐรูปแบบพิเศษ

 

ข้อ 10

เหตุผลสำคัญในการจัดตั้งเขตพื้นที่นวัตกรรมคือข้อใด
ก. ลดจำนวนครู
ข. เพิ่มการแข่งขันโรงเรียน
ค. ขยายผลนวัตกรรมสู่ระบบการศึกษาทั้งประเทศ
ง. ลดงบประมาณการศึกษา
เฉลย: ค
เหตุผล: เพื่อทดลองและขยายผลนวัตกรรมไปใช้ระดับชาติ

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น