
ครูหลายคนคงจะเคยจินตนาการถึงชั้นเรียนในฝัน ที่เด็ก ๆ ตั้งใจเรียน ฟังสิ่งที่ตนเองเตรียมมาสอนเป็นอย่างดี แต่ในความเป็นจริง ห้องเรียนโดยทั่วไปไม่ได้เป็นแบบนั้น สิ่งที่จะช่วยเสกชั้นเรียนให้เป็นห้องเรียนในฝันได้ก็คือ เทคนิคการคุมชั้นเรียน ที่ดีและเหมาะสมกับนักเรียนในห้องนั้น ซึ่งจะช่วยดึงความสนใจจากนักเรียนให้เปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น การพูดคุยเสียงดัง เป็นการให้ความสำคัญและสนใจครูที่อยู่หน้าห้องมากขึ้น
1. เรียกและตอบกลับ
วิธีหนึ่งที่จะช่วยให้ครูคุมชั้นเรียนได้ คือ ครูเริ่มต้นด้วยการพูดคำหรือวลีหนึ่ง แล้วให้นักเรียนตอบกลับตามคำสั่ง เช่น ปรบมือ 1 ครั้ง ดีดนิ้ว 1 ที เอามือจับหัว เอานิ้วแตะจมูก ซึ่งสามารถเพิ่มความท้าทายได้โดยให้ครูตกลงกับนักเรียนก่อนว่าถ้าได้ยินคำนี้ ให้ตอบกลับในลักษณะใด เช่น ครูใช้เพลง “หากพวกเรากำลังสบาย” แล้วระบุสิ่งที่ต้องการให้นักเรียนทำลงไปในเนื้อเพลง “หากพวกเรากำลังสบาย จง…พลัน” หรือหากเด็กที่โตขึ้นหน่อยอาจใช้คำผวน ครูพูดว่าสวีดัด แล้วนักเรียนตอบกลับมาว่าสวัสดี เพื่อเพิ่มความสนุกสนานได้
2. ยกมือขึ้นแล้วชูห้านิ้ว
ครูเริ่มต้นด้วยการยกมือสูงขึ้นเพื่อให้นักเรียนสังเกตเห็น จากนั้นแบมือ เมื่อนักเรียนสังเกตเห็นครูแบมือ นักเรียนก็ต้องทำอย่างนั้นด้วย รอจนกว่านักเรียนทุกคนจะยกมือขึ้นและแบมือ เทคนิคนี้สามารถเพิ่มความตื่นเต้นได้โดยให้นักเรียนช่วยกันดูว่ากว่าจะยกมือครบทุกคนนั้นใช้เวลานานเท่าไร และท้าทายให้พวกเด็ก ๆ เอาชนะเวลาเดิมที่เคยทำได้ในครั้งถัดไป ซึ่งหากทำครั้งแรก นักเรียนก็อาจมีอาการงุนงงไปบ้าง ดังนั้นครูจึงต้องมีการตกลงร่วมกันกับนักเรียนให้ชัดเจนเสียก่อน
3. นับถอยหลังทั้งชั้นเรียน
ครูเริ่มต้นด้วยการนับถอยหลัง อาจจะเริ่มต้นจาก 10 เมื่อนักเรียนได้ยินครูนับถอยหลัง พวกเขาก็ต้องช่วยนับถอยหลังจนกว่าจะถึง 0 ด้วย เมื่อนับถึง 0 นักเรียนทุกคนก็จะเงียบและกลับมาสนใจครูอีกครั้ง โดยระยะเวลาสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมของชั้นเรียน แต่อย่าให้นานจนเกินไปเพราะอาจทำให้เด็กที่กลับมาโฟกัสไวรู้สึกเบื่อ
4. ไฟจราจรกำหนดระดับเสียงของชั้นเรียน
ครูสามารถพูดถึงสัญลักษณ์ของไฟจราจรคู่กับระดับการใช้เสียงในชั้นเรียนได้ และทำป้ายเพื่อชูบอกให้นักเรียนทราบ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อครูชูป้ายสีเขียว แสดงว่านักเรียนสามารถพูดคุยและปรึกษากันในห้องได้ตามปกติ เมื่อครูชูป้ายสีเหลือง แสดงว่านักเรียนต้องลดระดับเสียงลง อาจจะยังกระซิบกันได้ แต่เมื่อครูชูป้ายสีแดง แสดงว่านักเรียนต้องหยุดคุยกันและตั้งใจฟังสิ่งที่ครูหรือเพื่อนกำลังพูด
5. ใช้ตัวจับเวลาหรือเพลงมาช่วย
เทคนิคการจัดการชั้นเรียนนี้สามารถใช้ได้ดีเมื่อนักเรียนทำกิจกรรมคู่หรือกลุ่ม เมื่อเด็ก ๆ เริ่มทำกิจกรรม ให้จับเวลาโดยให้นักเรียนเห็นเวลาที่เหลือได้ อาจจะแสดงผ่านจอโปรเจ็กเตอร์ หรือเริ่มเปิดเพลงขึ้น เมื่อเวลาหมดลงหรือเพลงจบลง ให้นักเรียนเข้าใจตรงกันว่าหมดเวลาในการทำกิจกรรมแล้ว ทุกคนต้องวางมือจากสิ่งที่ทำอยู่แล้วหันมาสนใจครูเพื่อเตรียมฟังกิจกรรมต่อไป
6. แน่จริง ทำตามครูสิ!
ครูสามารถทำให้นักเรียนกลับมาโฟกัสโดยเริ่มจากการสอนรูปแบบท่าทางต่าง ๆ ที่จะให้นักเรียนทำตาม เช่น เอามือจับหัว เอานิ้วแตะจมูก หรือครูอาจร่วมกันคิดกับนักเรียนเพื่อเพิ่มความสนุกสนานได้ วิธีการใช้เทคนิคนี้ คือ เมื่อบรรยากาศในชั้นเรียนเริ่มหลุดโฟกัสและนักเรียนส่งเสียงดังกว่าปกติ ครูจะเริ่มทำท่าเหล่านั้น นักเรียนก็จะต้องทำตาม รอจนกว่านักเรียนทุกคนจะอยู่ในท่านั้น ณ เวลานั้นห้องเรียนก็จะอยู่ในบรรยากาศที่เอื้อต่อการสอนบทเรียนต่อไปแล้ว
7. คุยกับกระดานให้เด็กดู
เทคนิคการคุมชั้นเรียนนี้ ครูต้องกล้าทำในสิ่งที่เหนือความคาดหมายหรือแสดงอารมณ์ขันกับเด็ก ๆ เช่น หันไปพูดคุยกับกระดานที่ตนเองกำลังเขียนอยู่ด้วยความสนุกสนาน ให้เด็ก ๆ ได้ยิน เมื่อมีนักเรียนคนหนึ่งสังเกตเห็นและถามว่าทำไมครูถึงพูดกับกระดานล่ะ ครูก็สามารถตอบไปว่า “เพราะกระดานเป็นสิ่งเดียวที่ฟังครูพูด” หลังจากนั้นบรรยากาศในชั้นเรียนก็คงจะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ และเด็ก ๆ ก็จะกลับมาสนใจครูอีกครั้ง
ครูสามารถนำเทคนิคที่ได้นำเสนอไปในบทความไปประยุกต์ใช้กับห้องเรียนของตนได้ แต่ละชั้นเรียนอาจจะได้ผลต่างกัน ถึงแม้จะเป็นวิธีเดียวกัน เช่น เทคนิคนับถอยหลังทั้งชั้นเรียนอาจจะใช้ได้ผลกับห้อง 1 แต่ใช้ไม่ได้ผลกับห้อง 2 ฉะนั้นการนำไปใช้และสังเกตพฤติกรรมของเด็ก ๆ จะทำให้ครูสามารถเลือกใช้เทคนิคต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสมกับธรรมชาติของนักเรียนของตน
แหล่งอ้างอิง
บทความโดย เอกปวีร์ สีฟ้า
ที่มา ; EDUCA
การจัดการชั้นเรียนเป็นทักษะสำคัญของครูในการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ แม้ในความจริงห้องเรียนมักมีความวุ่นวาย แต่ครูสามารถใช้เทคนิคการคุมชั้นเรียนเพื่อดึงความสนใจและปรับพฤติกรรมนักเรียนให้เหมาะสมได้ บทความนำเสนอ 7 เทคนิคหลัก ได้แก่ 1) การเรียกและตอบกลับ เช่น การใช้คำสั่ง เสียง เพลง หรือคำผวน เพื่อกระตุ้นการตอบสนองร่วมกัน 2) การยกมือและชูนิ้วห้านิ้วเพื่อให้เกิดสัญญาณเงียบและการสังเกต 3) การนับถอยหลังทั้งชั้นเรียนเพื่อกำหนดจุดหยุดกิจกรรม 4) การใช้สัญลักษณ์ไฟจราจรควบคุมระดับเสียง 5) การใช้ตัวจับเวลาหรือเพลงกำหนดช่วงกิจกรรม 6) การให้เด็กทำท่าทางตามครูเพื่อดึงความสนใจกลับมา 7) การใช้อารมณ์ขัน เช่น การพูดกับกระดาน เพื่อสร้างความผ่อนคลายและเรียกความสนใจกลับ เทคนิคเหล่านี้ต้องเลือกใช้ให้เหมาะกับบริบทของผู้เรียนแต่ละห้อง และอาศัยการสังเกตพฤติกรรมเพื่อปรับวิธีให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เป้าหมายสำคัญคือการสร้างวินัยเชิงบวก ลดพฤติกรรมรบกวน และเพิ่มการมีส่วนร่วมของนักเรียนอย่างยั่งยืนในชั้นเรียน
เทคนิค “เรียกและตอบกลับ” มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร
ก. เพิ่มคะแนนนักเรียน
ข. ดึงความสนใจและสร้างการมีส่วนร่วม
ค. ลดการบ้าน
ง. เพิ่มเวลาสอน
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นการกระตุ้นให้นักเรียนโฟกัสและตอบสนองร่วมกันทันที
ข้อใดเป็นตัวอย่างของการใช้ “สัญญาณเงียบ” ในชั้นเรียน
ก. แจกใบงาน
ข. นับคะแนน
ค. ยกมือและชูนิ้วห้านิ้ว
ง. เปิดเพลง
เฉลย: ค
เหตุผล: ใช้ท่าทางเป็นสัญญาณให้นักเรียนหยุดพูดและสังเกตครู
การนับถอยหลังในชั้นเรียนมีจุดประสงค์สำคัญอย่างไร
ก. เพิ่มความเร็วในการสอน
ข. กำหนดจุดสิ้นสุดกิจกรรมและเรียกความสนใจ
ค. วัดคะแนนนักเรียน
ง. เพิ่มความยากของบทเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: ใช้เป็นสัญญาณเปลี่ยนพฤติกรรมและจุดโฟกัสใหม่
การใช้ไฟจราจรในการจัดการชั้นเรียนเกี่ยวข้องกับเรื่องใด
ก. การบ้าน
ข. ระดับเสียงและพฤติกรรม
ค. คะแนนสอบ
ง. ตารางเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: สีไฟกำหนดระดับการพูดคุยของนักเรียน
ตัวจับเวลาหรือเพลงในชั้นเรียนเหมาะใช้ในสถานการณ์ใด
ก. สอบปลายภาค
ข. กิจกรรมกลุ่มหรือคู่
ค. ประชุมผู้ปกครอง
ง. สอนออนไลน์
เฉลย: ข
เหตุผล: ใช้ควบคุมเวลาและจังหวะการทำกิจกรรมร่วมกัน
ข้อใดเป็นเป้าหมายของการให้เด็ก “ทำท่าตามครู”
ก. เพิ่มความเหนื่อย
ข. เพิ่มคะแนน
ค. ดึงความสนใจกลับมา
ง. เพิ่มการบ้าน
เฉลย: ค
เหตุผล: ใช้เปลี่ยนพฤติกรรมและรวมสมาธินักเรียน
การ “คุยกับกระดาน” ของครูมีจุดประสงค์ใด
ก. สอนเนื้อหาเพิ่ม
ข. ใช้แทนสไลด์
ค. สร้างอารมณ์ขันและดึงความสนใจ
ง. ประเมินผล
เฉลย: ค
เหตุผล: ใช้ความขบขันเพื่อเรียกสมาธินักเรียนกลับมา
สิ่งสำคัญที่สุดในการเลือกใช้เทคนิคคุมชั้นเรียนคืออะไร
ก. ความยากของวิชา
ข. ความเหมาะสมกับนักเรียน
ค. จำนวนการบ้าน
ง. เวลาเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: แต่ละห้องมีบริบทต่างกัน ต้องปรับใช้ให้เหมาะสม
หากเทคนิคนับถอยหลังใช้ไม่ได้ผล ครูควรทำอย่างไร
ก. เลิกสอน
ข. ใช้วิธีอื่นแทน
ค. เพิ่มการบ้าน
ง. ลงโทษทันที
เฉลย: ข
เหตุผล: ต้องปรับเปลี่ยนตามพฤติกรรมผู้เรียน
แนวคิดสำคัญที่สุดของบทความนี้คือข้อใด
ก. การสอนต้องใช้เทคโนโลยี
ข. การคุมชั้นเรียนสำคัญกว่าการสอน
ค. เทคนิคคุมชั้นเรียนช่วยสร้างวินัยเชิงบวก
ง. นักเรียนต้องเงียบตลอดเวลา
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นการจัดการพฤติกรรมเชิงบวกและการมีส่วนร่วมอย่างเหมาะสม