สมาชิกเข้าสู่ระบบ

บทวิเคราะห์เผยโลกเริ่มไม่สนใจไทยสะท้อนภาพของเศรษฐกิจไทย

Economy of Thailand : เปิดบทวิเคราะห์ เมื่อไทยเริ่มไม่ใช่จุดสนใจของโลก เพราะไทยกำลังได้รับความสนใจลดลงในหลายมิติ ตั้งแต่การลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงิน การลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ และการสูญเสียความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออก

1) นักลงทุนต่างชาติมีสัญญาณขายสุทธิอย่างต่อเนื่องในตลาดหุ้นไทย ส่วนนักลงทุนไทยก็เริ่มออกไปลงทุนต่างประเทศมากขึ้นเรื่อย ๆ ในปี 2021 รับเพียงในไตรมาส 1 นักลงทุนไทยออกไปลงทุนในต่างชาติแล้วกว่า 3 แสนล้านบาท

2) ในปัจจุบันต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทยลดลงเรื่อย ๆ เมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาค ในขณะที่บริษัทไทยก็เริ่มออกไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้นเช่นกัน

3) ในปี 2021 การส่งออกทั่วภูมิภาคขยายตัวอย่างแข็งแกร่งตามเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวได้เร็ว แต่สัญญาณที่เราเห็นคือ การส่งออกของไทยฟื้นตัวได้ช้ากว่าหลายประเทศในโลก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งไทยมีสัดส่วนของสินค้าส่งออกที่ใช้เทคโนโลยีต่ำกว่าประเทศคู่แข่ง ซึ่งสะท้อนว่าไทยมีคู่แข่งที่น่ากลัวเพิ่มขึ้นและต่างชาติกำลังมีความต้องการสินค้าไทยลดน้อยลง

 

สินค้าเหล่านี้มีสัญญาณชะลอตัวลงหรือไม่สามารถขยายตัวได้ดีเท่ากับในอดีต มากกว่านั้น เมื่อพิจารณาความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ (Revealed Comparative Advantage) พบว่าสินค้าเกษตรโดยเฉพาะข้าวมีความสามารถในการแข่งขันที่ลดลงชัดเจนที่สุด

ส่วนแบ่งตลาดโลกในกลุ่มสินค้าหลักทั้งหมดเริ่มคงที่ในระยะหลัง ในขณะที่ประเทศคู่แข่งอย่าง "เวียดนาม" มีส่วนแบ่งตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นและแซงไทยในกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์

หนึ่งในปัญหาสำคัญอีกเรื่องคือ "ไทยไม่มีสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูง และทำหน้าที่เพียงรับจ้างผลิต"

เมื่อพิจารณาโครงสร้างการเติบโตของสินค้าส่งออกไทยในช่วงกว่า 25 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีการเติบโตในกลุ่มสินค้าเทคโนโลยีขั้นกลางเฉพาะรถยนต์ ในขณะที่ไม่มีทิศทางการพัฒนาไปสู่การส่งออกในกลุ่มสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงที่ชัดเจน

และนี่ยังไม่นับรวมถึง นโยบายของรัฐยังไม่สนับสนุนให้เกิดการพัฒนาระยะยาว

 

ทางออกอยู่ที่ไหน? KKP Research เสนอไว้ 4 ด้าน ดังนี้

1) การพัฒนาคุณภาพปัจจัยการผลิต ลดกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจ พัฒนาการศึกษาและคุณภาพแรงงานให้มีทักษะที่ภาคอุตสาหกรรมต้องการ

2) การเข้าถึงตลาดและเพิ่มขนาดของตลาด เพื่อขายสินค้าผ่านการทำข้อตกลงการค้าเสรี อย่างไรก็ตามไทยยังต้องพัฒนาเศรษฐกิจและสินค้าในประเทศให้ตรงกับความต้องการของตลาดโลก

3) โครงสร้างพื้นฐานและปัจจัยทางภูมิศาสตร์ที่ทันสมัย เช่น การขนส่ง การปรับปรุงกฎระเบียบด้านภาษีและการใช้สิทธิทางภาษีให้วางแผนและเข้าใจง่าย การเตรียมความพร้อมด้าน ICT และ High Speed Broadband

4) สถาบันเศรษฐกิจที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะการส่งเสริมการแข่งขันที่เสรี ปราศจากการคอร์รัปชัน ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจให้เกิดการลงทุนในสินค้ากลุ่มใหม่ ๆ ได้

 

ที่มา ; KKP Research กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร

บทความเกี่ยวข้องกัน

ถอดบทเรียน “ระบบเศรษฐกิจตลาดเพื่อสังคมกับการศึกษา” เหตุใดจึงนำพา “เยอรมนี” ให้รุ่งโรจน์

ดร.สิรีน อากาเทธ คาโร (Dr. Celine Agathe Caro)  ผู้แทนคอนราดอาเดนาวร์ ประจำประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญระบบเศรษฐกิจตลาดเพื่อสังคมกับการศึกษา ที่เยอรมนีใช้เป็นพื้นฐานในการจัดโครงสร้างเศรษฐกิจยุคใหม่ และสร้างความเติบโตก้าวหน้าให้เยอรมนีมากว่า 70 ปีที่ผ่านมา ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของ “หลักคิดและประสบการณ์ของระบบเศรษฐกิจตลาดเพื่อสังคมของเยอรมนี” ที่น่าสนใจและควรค่าแก่การเป็นแบบอย่างในการจัดการระบบการศึกษาไทยให้สร้างโอกาสเท่าเทียมกัน และผลิตบุคลากรที่สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรม

ตลาดเพื่อสังคมเชื่อมโยงกับหลักการของตลาดเสรีที่จะมุ่งบรรลุความเป็นธรรมทางสังคมและการดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์หลายประการตามมา ได้แก่ เกิดการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจ การเกิดขึ้นของวิสาหกิจที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และก่อให้เกิดเป้าหมายด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดีหลายเรื่อง

ที่เห็นชัดในเยอรมนีคือ 

หนึ่ง ทำให้มีอัตราการจ้างงานสูงและมีการส่งเสริมการศึกษาที่ดี มีระบบประกันสุขภาพที่เข้มแข็ง 

สอง ส่งผลดีต่อการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและต่อการจัดการให้เกิดสิ่งแวดล้อมที่สะอาดทั้งอากาศ ทรัพยากรดิน และน้ำ  

สาม โมเดลระบบเศรษฐกิจเพื่อตลาดเพื่อสังคมทำให้ภาครัฐต้องรับประกันว่าทั้งมิติทางเศรษฐกิจสังคมและสิ่งแวดล้อม จะได้รับการปกป้องคุ้มครองและขับเคลื่อนไปพร้อมกัน ระบบตลาดเพื่อสังคมที่ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจจะคุ้มครองปัจเจกบุคคลโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มที่เปราะบางทางสังคม ทั้งในประเด็นสิทธิการปกป้องกันการผูกขาด ไปจนถึงการปกป้องสิ่งแวดล้อม ฯลฯ

โดยรวมแล้วเศรษฐกิจระบบตลาดเพื่อสังคมเป็นระบบผสมหรือระบบไฮบริดที่ควบรวมระบบเศรษฐกิจเสรี ที่มุ่งผสานการแข่งขันเข้ากับการตระหนักถึงความก้าวหน้าทางสังคม โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การปกป้องส่งเสริมปัจเจกบุคคลให้มีศักยภาพ ส่งเสริมประชาชนให้ได้รับการศึกษา มีหลักประกันสุขภาพ และสามารถสะสมความมั่งคั่งที่เป็นธรรมผ่านการทำงาน ที่สำคัญคือส่งเสริมผู้คนให้เป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนเพื่อประโยชน์ร่วมกันของสังคมด้วย

ในเรื่อง “ระบบตลาดเพื่อสังคมกับมิติทางการศึกษา” ดร.สิลีน ชี้ว่า ถ้าพูดถึงเศรษฐกิจระบบตลาดเพื่อสังคมกับมิติทางการศึกษานั้น นับว่าช่วยสนับสนุนให้เกิดระบบการศึกษาที่ดี เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาบุคลากรของสังคมอย่างยิ่ง ทำให้เกิดการศึกษาที่ผู้คนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเพศสภาพใดหรือฐานะทางสังคมแบบใด หรือแม้ผู้ลี้ภัยต่างชาติและผู้พิการก็ตาม ทุกคนจะได้รับหลักประกันที่เข้าถึงการศึกษาโดยเท่าเทียม โดยการศึกษาจะเสริมสร้างเสรีภาพความภูมิใจในตัวเองและความรับผิดชอบสังคมร่วมกัน เป็นพื้นฐานที่สอนการพัฒนาเศรษฐกิจให้ผู้คนมีศักยภาพในการประกอบอาชีพ สังคมเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจและพลเมืองมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นี่คือผลที่เยอรมนีได้รับ

ด้าน “แนวทางการจัดการศึกษาในระบบเศรษฐกิจตลาดเพื่อสังคมของเยอรมัน” ดร.สิลีนชี้ว่า ทำอย่างไรให้เกิดความเท่าเทียมทางโอกาสโดยถ้วนหน้า เพื่อเข้าถึงการเป็นพลเมืองที่มีคุณวุฒิ-คุณลักษณะที่ดีนี้ เยอรมนีได้พัฒนาระบบการศึกษาที่เรียกว่าทวิภาคี ที่ผสมผสานการอาชีวศึกษาเข้ากับการฝึกอาชีพมุ่งเน้นการฝึกอบรมอาชีพให้เด็กมีทางเลือกตั้งแต่มัธยมปลายถึงมหาวิทยาลัย เมื่อจบการศึกษาพื้นฐานก็จะจับคู่การศึกษาเข้าการฝึกอาชีพ ที่ตอบความต้องการของตลาดแรงงานที่เป็นจริง ดังนั้นเมื่อปี พ.ศ 2558 เกือบครึ่งของวัยผู้ใหญ่ตอนต้นในเยอรมนีจะได้รับวุฒิการศึกษาผ่านระบบทวิภาคีหรืออาชีวศึกษา 1ใน 4 ของนักศึกษาฝึกงานมีอายุต่ำกว่า 17 ปี ณ วันที่เริ่มงาน

การจัดระบบทวิภาคีศึกษาหรืออาชีวศึกษาและการฝึกงาน เป็นไปเพื่อเตรียมคนรุ่นเยาว์ ให้พร้อมต่อชีวิตการทำงาน โดยจัดให้มีการฝึกงาน 2-3 ปีขึ้น การจัดการเรียนการสอนที่ดีในโรงเรียนต้องมีการฝึกปฏิบัติในบริษัทหรือองค์กรที่นักเรียนไปฝึกงานได้ และต้องใช้เวลา 3-4 วันต่อสัปดาห์ในการฝึกงาน นี่คือจุดเด่นของระบบทวิภาคีในเยอรมนี ที่มีงานอาชีพมากกว่า 300 ประเภทเข้าร่วมในระบบ ทั้งภาคบริการและการผลิต ตั้งแต่งานฝีมือไปจนถึงงานระบบไฮเทค โดยมี 10 กลุ่มงานที่ได้รับความนิยมในการฝึกงานมากที่สุดได้แก่ วิศวกร ช่างซ่อม ช่างเทคนิค พนักงานขาย พนักงานระบบไอที เชฟ ผู้จัดการ ผู้ช่วยแพทย์ พยาบาล ช่างทำผม และเสมียน

โดยหน่วยงานที่สามารถฝึกงานได้คือ บริษัทหรือภาคธุรกิจที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่รัฐกำหนด มีสัดส่วนราว 21% ของบริษัทเยอรมันที่เข้าร่วมเป็นแหล่งฝึกงานและรับคนเข้าทำงาน บริษัทจะรับผิดชอบการฝึกมุ่งเน้นการปฏิบัติเพื่อสร้างประสบการณ์ให้ผู้ฝึกงาน และต้องเตรียมตำแหน่งงานที่เหมาะสมจ่ายเงินเดือนให้นักศึกษาฝึกงาน ต้องรับผิดชอบเนื้อหาการสอนและการฝึกงานที่เน้นปฏิบัติจริง ซึ่งจะสร้างความคุ้มค่าให้กับบริษัทด้วย เพราะผู้เข้าฝึกงานจะมีประสบการณ์ตรงจากการที่ได้ฝึกงาน ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ หรือภาคการผลิตและบริการต่างๆ รวมทั้งมีทัศนคติที่ดีกับประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้มาด้วย การวัดผลความรู้เมื่อสิ้นสุดการฝึกงาน ทำโดยคณะกรรมการที่เรียกว่าสภา เช่น สภาทักษะฝีมือแรงงาน หรือสภาอุตสาหกรรมการค้า เป็นต้น

ภาครัฐจะช่วยวางกรอบเงื่อนไขสำหรับการดำเนินหลักสูตรฝึกงานและรับประกันคุณภาพมาตรฐานของหลักสูตร และส่งรัฐในท้องถิ่นเตรียมกรอบโครงสร้างแผนการสอนให้บรรลุจุดหมายของการศึกษา และระบุเนื้อหาสำหรับการสอนและฝึกงาน ค่าใช้จ่าย 2ใน 3 จากโครงการนี้ จ่ายโดยบริษัทหรือองค์กรผู้ซึ่งจะได้รับประโยชน์มากที่สุด ส่วน 1ใน3จ่ายโดยรัฐบาลกลางและมลรัฐต่างๆ ระบบอาชีวศึกษานั้นมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าโดยเปรียบเทียบกับระบบมหาวิทยาลัย การฝึกงานจะช่วยเยาวชนปรับตัวเข้าสู่โลกการทำงานได้ดีขึ้น มีประสบการณ์ตรงหลังจบการเรียนพื้นฐาน ช่วยสร้างหลักประกันว่าผู้จบการศึกษาจะมีคุณสมบัติตรงความต้องการของตลาดงาน ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในเยอรมนีคือ 2ใน 3 ของผู้ฝึกงานได้รับการจ้างงานต่อในบริษัทเดิม หลังจากสิ้นสุดการฝึกงาน

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นที่เป็นบทเรียนจากเยอรมนี

เรื่องโดย : Apichartology

ที่มา ; salika

สรุปสาระสำคัญ 

เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากการลดบทบาทในเวทีโลก ทั้งด้านการลงทุน การส่งออก และความสามารถในการแข่งขัน นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง ขณะที่นักลงทุนไทยนำเงินออกไปลงทุนต่างประเทศมากขึ้น และการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติในไทยลดลงเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาค ด้านการส่งออก ไทยฟื้นตัวช้ากว่าหลายประเทศ แม้เศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัว โดยมีข้อจำกัดสำคัญคือโครงสร้างสินค้าส่งออกยังพึ่งพาเทคโนโลยีระดับต่ำ และขาดสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูง ไทยมีบทบาทเป็น “ผู้รับจ้างผลิต” มากกว่าสร้างนวัตกรรมเอง ขณะที่ประเทศคู่แข่ง เช่น เวียดนาม มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นและแซงไทยในบางอุตสาหกรรม

สินค้าส่งออกสำคัญ เช่น ข้าว มีความสามารถในการแข่งขันลดลง และส่วนแบ่งตลาดโลกของไทยเริ่มทรงตัว ปัญหาหลักคือโครงสร้างเศรษฐกิจและนโยบายที่ยังไม่เอื้อต่อการพัฒนาเชิงรุกในระยะยาว

แนวทางแก้ไขประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่ (1) พัฒนาทักษะแรงงานและลดอุปสรรคธุรกิจ (2) ขยายตลาดผ่านข้อตกลงการค้าเสรี (3) พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและดิจิทัล (4) เสริมสถาบันเศรษฐกิจให้โปร่งใส ลดคอร์รัปชัน และส่งเสริมการแข่งขันเสรี เพื่อยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน

 

ข้อสอบ

ข้อ 1

ปัจจัยใดสะท้อนว่าประเทศไทย “ความน่าสนใจต่อการลงทุนลดลง” มากที่สุด
ก. การเพิ่มขึ้นของ GDP
ข. นักลงทุนไทยลงทุนในประเทศมากขึ้น
ค. FDI ในไทยลดลงเมื่อเทียบประเทศคู่แข่ง
ง. การส่งออกสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้น

เฉลย: ค
เหตุผล: บทความชี้ชัดว่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศลดลงเมื่อเทียบภูมิภาค เป็นตัวชี้วัดสำคัญของความน่าสนใจทางเศรษฐกิจ

 

ข้อ 2

ข้อใดเป็นจุดอ่อนสำคัญของโครงสร้างการส่งออกไทย
ก. พึ่งพาสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงมากเกินไป
ข. ขาดแรงงานภาคบริการ
ค. พึ่งพาสินค้าเทคโนโลยีต่ำและรับจ้างผลิต
ง. มีตลาดส่งออกมากเกินไป

เฉลย: ค
เหตุผล: ไทยยังขาดสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงและมีบทบาทเป็นผู้รับจ้างผลิต ทำให้แข่งขันเชิงนวัตกรรมต่ำ

 

ข้อ 3

ประเทศใดถูกยกเป็นตัวอย่างว่ามีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นแซงไทย
ก. มาเลเซีย
ข. เวียดนาม
ค. อินโดนีเซีย
ง. ฟิลิปปินส์

เฉลย: ข
เหตุผล: เวียดนามมีการเติบโตและแย่งส่วนแบ่งตลาดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์จากไทย

 

ข้อ 4

สินค้าไทยกลุ่มใดมีความสามารถในการแข่งขันลดลงชัดเจน
ก. อิเล็กทรอนิกส์
ข. ข้าว
ค. รถยนต์ไฟฟ้า
ง. ซอฟต์แวร์

เฉลย: ข
เหตุผล: รายงานระบุชัดว่าข้าวเป็นสินค้าที่มี RCA ลดลงเด่นชัด

 

ข้อ 5

แนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจไทยข้อใดเกี่ยวกับ “คนและทักษะ” มากที่สุด
ก. เพิ่มภาษีนำเข้า
ข. ลดกฎระเบียบและพัฒนาการศึกษาแรงงาน
ค. เพิ่มงบโฆษณาการท่องเที่ยว
ง. ขยายเขตอุตสาหกรรม

เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นการพัฒนาคุณภาพแรงงานให้ตรงความต้องการอุตสาหกรรม

 

ข้อ 6

เหตุใด “การเปิดเสรีทางการค้า” จึงสำคัญ
ก. ลดการแข่งขันภายในประเทศ
ข. เพิ่มกำแพงภาษี
ค. ขยายตลาดสินค้าไทยสู่ต่างประเทศ
ง. ลดการผลิตสินค้า

เฉลย: ค
เหตุผล: FTA ช่วยเพิ่มขนาดตลาดและโอกาสการส่งออก

 

ข้อ 7

ข้อใดเป็นปัจจัยโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุนเศรษฐกิจยุคใหม่
ก. ลดจำนวนโรงเรียน
ข. เพิ่มแรงงานไร้ทักษะ
ค. ระบบ High Speed Internet และโลจิสติกส์
ง. จำกัดการนำเข้าเทคโนโลยี

เฉลย: ค
เหตุผล: ICT และโครงสร้างพื้นฐานเป็นหัวใจของความสามารถแข่งขัน

 

ข้อ 8

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ไทยไม่มีสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงคือข้อใด
ก. การส่งออกมากเกินไป
ข. โครงสร้างอุตสาหกรรมไม่พัฒนาเชิงนวัตกรรม
ค. มีแรงงานมากเกินไป
ง. มีเงินลงทุนต่างชาติมาก

เฉลย: ข
เหตุผล: ไทยขาดการพัฒนาไปสู่ high-tech อย่างต่อเนื่อง

 

ข้อ 9

ปัจจัยใดส่งผลต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนโดยตรงมากที่สุด
ก. ราคาน้ำมัน
ข. การคอร์รัปชันและการแข่งขันไม่เสรี
ค. จำนวนประชากร
ง. อุณหภูมิประเทศ

เฉลย: ข
เหตุผล: สถาบันเศรษฐกิจที่ไม่โปร่งใสลดแรงจูงใจลงทุน

 

ข้อ 10

เป้าหมายสูงสุดของการพัฒนาเศรษฐกิจตามบทความคือข้อใด
ก. เพิ่มการนำเข้า
ข. ลดการผลิตในประเทศ
ค. ยกระดับความสามารถแข่งขันอย่างยั่งยืน
ง. ลดการศึกษาแรงงาน

เฉลย: ค
เหตุผล: มุ่งเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจระยะยาวอย่างยั่งยืนผ่านหลายมิติ

ความเห็นของผู้ชม