
เมื่อวันที่ 22 พ.ย.ดร.สุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ในการมาร่วมประชุมสมัยสามัญของยูเนสโก ครั้งที่ 41 ณ สำนักงานใหญ่องค์การยูเนสโก กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส พร้อมกับ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เมื่อเร็วๆนี้ ตนได้พบกับ Mr. Andreas Schleicher ผู้อำนวยการด้านการศึกษาและทักษะองค์การความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organization for Economic Cooperation and Development : OECD ) ซึ่งได้หารือถึงการเตรียมความพร้อมการประเมินนักเรียนร่วมกับนานาชาติ หรือ (Program for International Student Assessment (PISA) ในปี 2022 ซึ่งตนได้ฝาก Mr. Andreas ในประเด็นดังกล่าวว่าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ส่งผลให้ประเทศไทยไม่สามารถจัดการเรียนการสอนในรูปแบบปกติได้ โดยในช่วง2ปีของการระบาดของโควิด-19ที่ผ่านมาการเรียนการสอนของนักเรียนกลุ่มอายุ 15 ปี หรือนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 2 ซึ่งเป็นกลุ่มที่จะต้องเข้ารับการสอบพิซาเรียนผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมดจึงทำให้เรียนได้ไม่เต็มที่ ซึ่งในประเด็นนี้ Mr. Andreas เข้าใจและรับทราบสถานการณ์การเรียนออนไลน์เป็นทุกโรงเรียนทั่วโลก ดังนั้น OECD พร้อมที่จะปรับข้อสอบพิซาให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์การเรียนของเด็กในช่วงโควิด
ปลัดศธ.กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้การสอบพิซาจะเน้นโจทย์ข้อสอบด้วยการคิดวิเคราะห์ ซึ่งเรื่องนี้เป็นจุดอ่อนในการเรียนการสอนของประเทศไทย ซึ่ง Mr. Andreas ให้คำแนะนำว่าเราจะต้องมีการพัฒนาครูให้ปรับวิธีการเรียนการสอนด้วยการคิดวิเคราะห์ให้มากขึ้น โดยตนได้ขอให้ OECD ช่วยแนะนำประเทศที่มีการพัฒนาครูในด้านการเรียนการสอนในลักษณะดังกล่าว เพื่อที่เราจะนำมาเป็นต้นแบบและดำเนินการนำร่องพัฒนาครูในโรงเรียนของประเทศไทย ทั้งนี้แม้ประเทศไทยกำลังปรับการเรียนการสอนด้วยการเรียนในรูปแบบActive Learning หรือกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนได้ลงมือทำและได้ใช้กระบวนการคิดก็ตาม แต่ยังปูพรมได้ไม่ทั้งหมด ดังนั้นจึงอยากมีตัวอย่างโรงเรียนนำร่อง เพื่อเป็นต้นแบบระดับมาตรฐานสากลด้วย
ที่มา ; เดลินิวส์ 22 พฤศจิกายน 2564
ปลัดกระทรวงศึกษาธิการเปิดเผยผลการหารือกับผู้อำนวยการด้านการศึกษาและทักษะของ OECD ระหว่างการประชุมยูเนสโก ครั้งที่ 41 ณ กรุงปารีส โดยประเด็นสำคัญคือการเตรียมความพร้อมการประเมิน PISA ปี 2022 ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ซึ่งทำให้การเรียนการสอนของนักเรียนไทย โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 15 ปี ต้องปรับเป็นระบบออนไลน์ ส่งผลต่อคุณภาพการเรียนรู้ OECD รับทราบข้อจำกัดดังกล่าวและพร้อมปรับข้อสอบให้เหมาะสมกับบริบทโลก อย่างไรก็ตาม การสอบ PISA ยังคงเน้นทักษะการคิดวิเคราะห์ ซึ่งเป็นจุดอ่อนของประเทศไทย จึงมีข้อเสนอให้พัฒนาครูให้สามารถจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์มากขึ้น พร้อมทั้งขอความร่วมมือ OECD แนะนำประเทศต้นแบบด้านการพัฒนาครู เพื่อนำมาปรับใช้ในบริบทไทย นอกจากนี้ แม้ประเทศไทยจะเริ่มใช้แนวทาง Active Learning แต่ยังดำเนินการไม่ครอบคลุมทั่วถึง จึงจำเป็นต้องมีโรงเรียนนำร่องที่เป็นต้นแบบมาตรฐานสากล เพื่อขยายผลการพัฒนาการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพและยกระดับคุณภาพผู้เรียนในระยะยาว
ข้อ 1 ข้อใดเป็นผลกระทบหลักของโควิด-19 ต่อการเตรียมสอบ PISA ของไทย
ก. ขาดแคลนครู
ข. นักเรียนต้องเรียนออนไลน์ทำให้เรียนได้ไม่เต็มที่
ค. งบประมาณลดลง
ง. หลักสูตรล้าสมัย
ข้อ 2 จุดเน้นสำคัญของข้อสอบ PISA คืออะไร
ก. การท่องจำ
ข. การปฏิบัติการทดลอง
ค. การคิดวิเคราะห์
ง. การทำงานกลุ่ม
ข้อ 3 OECD มีบทบาทอย่างไรในสถานการณ์นี้
ก. ออกข้อสอบแทนไทย
ข. ปรับข้อสอบให้เหมาะสมกับสถานการณ์
ค. ยกเลิกการสอบ
ง. ลดจำนวนผู้สอบ
ข้อ 4 กลุ่มเป้าหมายของ PISA คือใคร
ก. ม.6
ข. ป.6
ค. อายุ 15 ปี
ง. ครู
ข้อ 5 จุดอ่อนของการศึกษาไทยตามบทความคือข้อใด
ก. เทคโนโลยี
ข. ภาษาอังกฤษ
ค. การคิดวิเคราะห์
ง. วินัยนักเรียน
ข้อ 6 แนวทางพัฒนาครูที่เสนอคืออะไร
ก. เพิ่มเงินเดือน
ข. ลดภาระงาน
ค. ปรับการสอนเน้นคิดวิเคราะห์
ง. เพิ่มชั่วโมงสอน
ข้อ 7 Active Learning มีลักษณะอย่างไร
ก. ครูบรรยาย
ข. ผู้เรียนลงมือทำและคิด
ค. ใช้หนังสือเท่านั้น
ง. เน้นสอบ
ข้อ 8 เหตุผลที่ต้องมีโรงเรียนนำร่องคืออะไร
ก. เพื่อแข่งขัน
ข. เพื่อเป็นต้นแบบมาตรฐาน
ค. เพื่อเพิ่มนักเรียน
ง. เพื่อทดลองหลักสูตรใหม่
ข้อ 9 บทบาทของ OECD ต่อไทยเพิ่มเติมคืออะไร
ก. สนับสนุนงบประมาณ
ข. แนะนำประเทศต้นแบบ
ค. จัดครูต่างชาติ
ง. จัดสอบแทน
ข้อ 10 หากเป็นผู้บริหาร ควรดำเนินการอย่างไร
ก. เพิ่มข้อสอบ
ข. ส่งเสริม Active Learning และพัฒนาครู
ค. ลดเวลาเรียน
ง. เน้นท่องจำ
คลิกเฉลย >>>