สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M158_สมศ.ปลื้มประเมินคุณภาพภายนอกปี 2564 ทะลุเป้า

วันที่ 8 ธันวาคม 2564 ดร.นันทา หงวนตัด  รักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. แถลงผลการประเมินคุณภาพภายนอกในรอบปีงบประมาณ 2564 ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ด้วยรูปแบบการประเมินแบบออนไลน์ 100% ซึ่งในภาพรวมมีจำนวนสถานศึกษาเข้ารับการประเมินจำนวน 21,277 แห่ง ถือว่าเกินกว่าเป้าหมาย ถึง 20%  ที่ จากที่ สมศ.ตั้งเป้าไว้จากเดิม 17,000 แห่ง

รักษาการ ผอ.สมศ. กล่าวต่อว่า การประเมินในปีนี้ พบว่าสถานศึกษาส่วนใหญ่มีผลการประเมินตามมาตรฐานอยู่ในระดับ “ดี” ทั้ง 3 ด้าน คือ

1.คุณภาพของเด็ก ผู้เรียน

2.การบริหารและการจัดการ และ

3.การจัดประสบการณ์ หรือการจัดการเรียนการสอนที่เน้นเด็ก ผู้เรียนเป็นสำคัญ

โดย สมศ.ได้แบ่งสถานศึกษาที่เข้ารับการประเมิน ได้แก่ ศูนย์พัฒนาเด็ก เข้ารับการประเมิน 7,698 แห่ง พบว่าอยู่ในระดับคุณภาพดีทั้ง 3 ด้าน คิดเป็น  65.6%  ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เข้ารับการประเมิน 12,189  แห่ง พบว่าอยู่ในระดับคุณภาพดีทั้ง 3 ด้าน คิดเป็น  95.5%  ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประเภทวัตถุประสงค์พิเศษ  เข้ารับการประเมิน  709 แห่ง พบว่าอยู่ในระดับคุณภาพดีทั้ง 3 ด้าน คิดเป็น  78% ด้านการอาชีวศึกษา เข้ารับการประเมิน 451 แห่ง  พบว่าอยู่ในระดับคุณภาพดีทั้ง 3 ด้าน คิดเป็น  78.85% นอกจากนี้ สมศ. ยังได้ประเมินคุณภาพภายนอกระดับอุดมศึกษา ตามแผนที่ได้กำหนดไว้ 13 แห่ง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรับรองผลและแจ้งไปยังสถาบันอุดมศึกษาต่อไป

นอกจากนี้ สมศ. ยังได้สำรวจความพึงพอใจจากกลุ่มสถานศึกษาที่เข้ารับการประเมินคุณภาพภายนอก ในปีงบประมาณ  2564 ซึ่งได้จากการประเมินผ่านระบบ QC100 พบว่าเกือบ 100% ให้ความเห็นว่า การประเมินคุณภาพภายนอกด้วยเทคโนโลยีออนไลน์ เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้สถานศึกษาให้ความร่วมมือเข้ารับการประเมินกับ สมศ. เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากขั้นตอนและระยะเวลาของการประเมินที่มีความรวดเร็ว ช่วยลดภาระและอุปสรรคการทำงานในช่วงการจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ เนื่องจากในการเข้าถึงระบบต่าง ๆ นั้นมีความง่ายและไม่ซับซ้อน พร้อมกันนี้ การประเมินในรอบปีงบประมาณ  2564 ยังเป็นการสะท้อนถึงการทำงานของตัวผู้ประเมินที่สถานศึกษาต่างลงความเห็นว่า ผู้ประเมินส่วนใหญ่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ สามารถแนะนำในส่วนที่ต้องพัฒนา หรือแนวทางการนำผลประเมินไปใช้ให้กับสถานศึกษาได้อย่างตรงจุดมากกว่าทุกรอบที่ผ่านมา รวมถึงยังทำให้เกิดการแบ่งปันแนวทางที่ประสบความสำเร็จจากสถานศึกษาที่ได้รับผลการประเมินในระดับที่ดีไปยังสถานศึกษาต่าง ๆ ที่กำลังพัฒนาระบบการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ได้อีกด้วย” รักษาการ ผอ.สมศ. กล่าว 

ดร.นันทา กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปีงบประมาณ 2565 สมศ. ยังคงมุ่งสู่บทบาทในการช่วยยกระดับสถานศึกษา ด้วยการทำหน้าที่สะท้อนระบบการศึกษาผ่านกระบวนการประเมินคุณภาพภายนอก และยังคงเดินหน้าใช้การประเมินภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ด้วยรูปแบบการประเมินแบบออนไลน์เช่นเดิม

โดยวางเป้าหมายให้สถานศึกษาเข้ารับการประเมินในปีงบประมาณ 2565 ทั้งสิ้น 18,050 แห่ง แบ่งออกเป็น ศูนย์พัฒนาเด็ก 6,376 แห่ง ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 10,468 แห่ง การศึกษาขั้นพื้นฐาน ประเภทวัตถุประสงค์พิเศษ 326 แห่ง การศึกษาขั้นพื้นฐาน (โรงเรียนนานาชาติ) 50 แห่ง การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 360 แห่ง ด้านการอาชีวศึกษา 440 แห่ง ระดับอุดมศึกษา 30 แห่ง

และตามมติที่ประชุมคณะกรรมการ สมศ. ครั้งที่ 12 เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2564 ให้ปรับคำที่ใช้ในการสรุปผลการประกันคุณภาพภายนอก ในระดับดี  ดีมาก และดีเยี่ยม ปรับเป็น “เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด” และ ในระดับ พอใช้ และปรับปรุง ปรับเป็น “ควรได้รับการพัฒนาให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด” ทั้งนี้ เพื่อลดการนำผลการประเมินคุณภาพภายนอกไปใช้ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์

พร้อมกันนี้ สมศ. ยังได้กำหนด 3 กลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้การประเมินมีประสิทธิภาพ ได้แก่ เทคโนโลยีที่ใช้ในการประเมิน ซึ่งจะเน้นการนำระบบดิจิทัลเข้ามาช่วยตั้งแต่การประเมินระยะที่ 1 หรือการประเมินผ่าน SAR และระยะที่ 2 ที่เป็นการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมแบบออนไลน์ พร้อมนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ได้รับการพัฒนาเข้ามาสนับสนุนการตรวจเยี่ยมต่าง ๆ เช่น กิจกรรมสำรวจห้องเรียน การสัมภาษณ์ผู้เรียน ฯลฯ ให้มีประสิทธิภาพในยุคที่เทคโนโลยีเสมือนจริงและการสื่อสารทางไกลกำลังทวีบทบาทมากยิ่งขึ้น รวมถึงยังเดินหน้าพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับผู้ประเมิน (Mobile Application) เพื่อใช้สำหรับกรณีที่มีสถานศึกษาร้องขอให้มีการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจริง โดยแอปพลิเคชันดังกล่าว จะมีความสามารถในการบันทึกเสียงพร้อมรายงานออกมาเป็นตัวอักษร และการบันทึกสภาพแวดล้อม ฯลฯ โดยขณะนี้แอปพลิเคชันดังกล่าวได้พัฒนาพร้อมใช้งานแล้วสำหรับศูนย์พัฒนาเด็ก และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งแอปพลิเคชันดังกล่าวกำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาเพิ่มเติมเพื่อรองรับการประเมินคุณภาพภายนอกในด้านการอาชีวศึกษา

การยกระดับผู้ประเมิน ซึ่งจะพัฒนาให้มีประสิทธิภาพตั้งแต่ความสามารถและความเชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยี การผลักดันให้มีการอบรมกับหน่วยงาน หรือสถาบันวิจัยที่มีชื่อเสียงที่เป็นที่ยอมรับ เพื่อให้เกิดศักยภาพในด้านการให้คำปรึกษาสำหรับการจัดการเรียนการสอนในปัจจุบัน การปรับตัวในอนาคต ตลอดจนแนวทางการนำผลประเมินที่สามารถนำไปใช้ได้จริงกับบริบทต่าง ๆ เช่น ผู้เรียน การพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ นอกจากนี้ ยังมุ่งสร้างความรู้ความเข้าใจในการเตรียมตัวก่อนและหลังการประเมิน - การตรวจเยี่ยม เพื่อให้เกิดความไว้วางใจกับสถานศึกษาที่มีต่อผู้ประเมิน

การผลักดันให้สถานศึกษานำผลประเมินไปใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอน ซึ่ง สมศ. จะมีการติดตามให้สถานศึกษานำข้อเสนอแนะที่ได้หลังจากการประเมิน ไปปรับปรุงและพัฒนาทั้งในด้านคุณภาพผู้เรียน มาตรฐานผู้สอน การจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับยุคปัจจุบัน ซึ่งในส่วนนี้จะดำเนินอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากตระหนักดีว่าหลาย ๆ สถานศึกษายังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนของสถานการณ์ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ยังคงแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง 

ที่มา; แนวหน้า วันพุธ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2564

สรุปสาระสำคัญ

วันที่ 8 ธันวาคม 2564 ดร.นันทา หงวนตัด รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) แถลงผลการประเมินคุณภาพภายนอก ปีงบประมาณ 2564 ซึ่งดำเนินการในรูปแบบออนไลน์ 100% ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 โดยมีสถานศึกษาเข้ารับการประเมินรวม 21,277 แห่ง สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ถึงร้อยละ 20 ผลการประเมินพบว่าสถานศึกษาส่วนใหญ่อยู่ในระดับคุณภาพ “ดี” ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ คุณภาพผู้เรียน การบริหารจัดการ และการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยเฉพาะระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ผ่านเกณฑ์ถึงร้อยละ 95.5 

การสำรวจความพึงพอใจผ่านระบบ QC100 พบว่าสถานศึกษาส่วนใหญ่เห็นว่าการประเมินออนไลน์ช่วยลดภาระงาน เพิ่มความรวดเร็ว และเอื้อต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ผู้ประเมินมีความเชี่ยวชาญและให้ข้อเสนอแนะที่นำไปใช้ได้จริง ในปีงบประมาณ 2565 สมศ. ยังคงใช้การประเมินออนไลน์ ตั้งเป้าประเมิน 18,050 แห่ง พร้อมปรับถ้อยคำการสรุปผลประเมินให้เป็นกลาง เพื่อลดการนำผลไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ และกำหนด 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การยกระดับผู้ประเมิน และการผลักดันให้สถานศึกษานำผลประเมินไปใช้พัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม

ข้อสอบ

ข้อที่ 1

สาระสำคัญที่สุดที่ทำให้การประเมินคุณภาพภายนอก ปี 2564 มีจำนวนสถานศึกษาเข้าร่วมเกินเป้าหมาย คือข้อใด
ก. การปรับถ้อยคำการสรุปผลประเมิน
ข. ความเข้มงวดของเกณฑ์การประเมิน
ค. การใช้การประเมินออนไลน์ 100% ที่ลดภาระสถานศึกษา
ง. การเพิ่มจำนวนผู้ประเมินในแต่ละพื้นที่

 

ข้อที่ 2

หากผู้บริหารสถานศึกษาต้องการใช้ผลประเมินของ สมศ. ให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ใหม่ ควรดำเนินการอย่างไร
ก. ใช้ผลประเมินจัดอันดับโรงเรียนในพื้นที่
ข. ใช้ผลประเมินเป็นเครื่องมือสะท้อนเพื่อพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ค. ใช้ผลประเมินเป็นเงื่อนไขเลื่อนตำแหน่งครู
ง. ใช้ผลประเมินเปรียบเทียบการแข่งขันกับโรงเรียนอื่น

 

ข้อที่ 3

กลยุทธ์ใดของ สมศ. ที่สะท้อนแนวคิด “การประเมินเพื่อพัฒนา” มากที่สุด
ก. การเพิ่มเป้าหมายจำนวนสถานศึกษาที่เข้ารับการประเมิน
ข. การใช้แอปพลิเคชันบันทึกข้อมูลระหว่างตรวจเยี่ยม
ค. การยกระดับผู้ประเมินให้มีบทบาทเป็นที่ปรึกษา
ง. การใช้ระบบ SAR เป็นฐานข้อมูลกลาง

 

ข้อที่ 4

จากผลการประเมิน ปี 2564 ระดับการศึกษาที่มีสัดส่วนผ่านเกณฑ์ทั้ง 3 ด้านสูงที่สุด คือข้อใด
ก. ศูนย์พัฒนาเด็ก
ข. การอาชีวศึกษา
ค. การศึกษาขั้นพื้นฐาน
ง. การศึกษาขั้นพื้นฐานประเภทวัตถุประสงค์พิเศษ

 

ข้อที่ 5

หากสถานศึกษายังเผชิญความไม่แน่นอนจากสถานการณ์โควิด-19 การดำเนินการใดสอดคล้องกับแนวทางของ สมศ. มากที่สุด
ก. เร่งปรับปรุงทุกข้อเสนอแนะพร้อมกัน
ข. ชะลอการพัฒนาจนกว่าสถานการณ์ปกติ
ค. ค่อย ๆ นำข้อเสนอแนะไปปรับใช้ตามบริบทและความพร้อม
ง. มุ่งเฉพาะการจัดทำเอกสารเพื่อการประเมินรอบต่อไป

 

ข้อที่ 6

การที่ สมศ. ปรับถ้อยคำสรุปผลการประเมินจาก “ดี–ดีมาก–ดีเยี่ยม” เป็น “เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด” สะท้อนการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของการประเมินในประเด็นใดมากที่สุด

ก. การลดบทบาทผู้ประเมินลงเหลือเพียงผู้รายงานผล
ข. การเปลี่ยนจากการประเมินเชิงเปรียบเทียบเป็นการประเมินเชิงพัฒนา
ค. การเพิ่มความเข้มงวดของมาตรฐานการศึกษา
ง. การถ่ายโอนอำนาจการประเมินให้สถานศึกษามากขึ้น

 

ข้อที่ 7

หากพิจารณาผลการประเมินที่สถานศึกษาส่วนใหญ่อยู่ในระดับ “ดี” ทั้ง 3 ด้าน ควบคู่กับความพึงพอใจเกือบ 100% ต่อระบบออนไลน์ ข้อใดคือ “ความเสี่ยงเชิงนโยบาย” ที่ผู้บริหารระดับระบบควรระมัดระวังมากที่สุด

ก. สถานศึกษาอาจลดความสำคัญของการประกันคุณภาพภายใน
ข. การประเมินออนไลน์อาจสร้างภาพเชิงบวกเกินจริงต่อคุณภาพสถานศึกษา
ค. ผู้ประเมินอาจมีอคติจากข้อมูล SAR
ง. การใช้เทคโนโลยีทำให้ต้นทุนการประเมินสูงขึ้น

 

ข้อที่ 8

สถานศึกษาหนึ่งนำผลประเมิน สมศ. ไปใช้กำหนดเป็น KPI ส่วนบุคคลของครูโดยตรง การกระทำนี้ขัดกับเจตนารมณ์ของ สมศ. ในประเด็นใดมากที่สุด

ก. การลดภาระงานครู
ข. การสร้างวัฒนธรรมความไว้วางใจในการประเมิน
ค. การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการประเมิน
ง. การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง

 

ข้อที่ 9

จาก 3 กลยุทธ์หลักของ สมศ. กลยุทธ์ใด “เป็นตัวแปรคานอำนาจ” ที่ช่วยลดข้อจำกัดของการประเมินออนไลน์ได้มากที่สุด

ก. การพัฒนา Mobile Application สำหรับการลงพื้นที่จริง
ข. การเพิ่มจำนวนสถานศึกษาที่เข้ารับการประเมิน
ค. การใช้ SAR เป็นฐานข้อมูลกลาง
ง. การตั้งเป้าประเมินสถานศึกษาเชิงปริมาณ

 

ข้อที่ 10

หากผู้บริหารสถานศึกษาต้องการใช้ผลประเมินภายนอกให้เกิด “การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบการเรียนรู้” มากกว่าการปรับเชิงเอกสาร ควรดำเนินการลำดับใดเหมาะสมที่สุด

ก. ปรับโครงสร้างการบริหารก่อน แล้วจึงพัฒนาครู
ข. นำข้อเสนอแนะไปเชื่อมกับ PLC และการพัฒนาการจัดการเรียนรู้
ค. จัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อรองรับการประเมินรอบถัดไป
ง. มอบหมายฝ่ายประกันคุณภาพรับผิดชอบโดยเฉพาะ

 

ข้อสอบสถานการณ์ (Case)

โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งได้รับผลการประเมินคุณภาพภายนอกจาก สมศ. ในปีงบประมาณ 2564 ด้วยรูปแบบออนไลน์ 100% โดยผลสรุประบุว่า

“เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด” ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ คุณภาพผู้เรียน การบริหารจัดการ และการจัดการเรียนรู้

อย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่าคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียนยังไม่สะท้อนผลสัมฤทธิ์ที่ชัดเจน ขณะที่ครูบางคนกังวลว่าผู้บริหารจะนำผลประเมินไปใช้เป็นเครื่องมือควบคุมการทำงานมากขึ้น รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการเสนอให้ใช้ผลประเมินเชื่อมกับ PLC และการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ แต่ฝ่ายบริหารทั่วไปเสนอให้เร่งจัดทำเอกสารและแผนเพื่อรองรับการประเมินรอบถัดไป

ในฐานะผู้อำนวยการสถานศึกษา ท่านต้องตัดสินใจเลือกแนวทางดำเนินการที่เหมาะสมที่สุด

 

ข้อที่ 11

การตีความผลการประเมินว่า “เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด” อย่างเหมาะสมที่สุดในเชิงผู้นำเชิงนโยบาย คือข้อใด

ก. โรงเรียนมีคุณภาพดีเยี่ยมแล้ว ควรรักษาสภาพเดิม
ข. โรงเรียนผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ จำเป็นต้องเร่งแก้ไขทุกด้านทันที
ค. โรงเรียนมีฐานคุณภาพตามมาตรฐาน และต้องใช้ผลประเมินเป็นข้อมูลพัฒนา
ง. โรงเรียนยังขาดประสิทธิภาพ เพราะไม่ถูกจัดอยู่ในระดับดีมาก

 

ข้อที่ 12

หากผู้อำนวยการต้องการลดความกังวลของครูต่อการถูกควบคุมจากผลประเมิน แนวทางใดสอดคล้องกับเจตนารมณ์ สมศ. มากที่สุด

ก. กำหนดตัวชี้วัดรายบุคคลจากข้อเสนอแนะของ สมศ.
ข. ชี้แจงว่าผลประเมินจะไม่ถูกใช้ในการประเมินวิทยฐานะ
ค. ใช้ผลประเมินเป็นฐานสนทนาใน PLC เพื่อพัฒนาการเรียนรู้
ง. มอบหมายฝ่ายประกันคุณภาพดูแลผลประเมินโดยเฉพาะ

 

ข้อที่ 13

ข้อใดคือ “ความเสี่ยงเชิงการบริหาร” หากโรงเรียนให้ความสำคัญกับการเตรียมเอกสารเพื่อการประเมินรอบถัดไปมากกว่าการพัฒนาการเรียนรู้จริง

ก. ครูมีภาระงานเพิ่มขึ้น
ข. โรงเรียนอาจไม่ผ่านการประเมินครั้งต่อไป
ค. การพัฒนาเชิงคุณภาพกลายเป็นเพียงการจัดการเชิงสัญลักษณ์
ง. ผู้ปกครองขาดความเชื่อมั่นในโรงเรียน

 

ข้อที่ 14

ในบริบทที่การประเมินดำเนินการแบบออนไลน์ ผู้อำนวยการควรใช้กลยุทธ์ใดเพื่อให้ผลประเมินสะท้อนคุณภาพการจัดการเรียนรู้มากขึ้น

ก. เพิ่มหลักฐานเชิงปริมาณใน SAR
ข. เปิดโอกาสให้ผู้ประเมินสัมภาษณ์ครูและนักเรียนเชิงลึก
ค. จัดอบรมครูเรื่องการจัดทำเอกสาร
ง. ลดกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวกับการประเมิน

 

ข้อที่ 15

หากต้องเลือก “การตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์” เพียงข้อเดียวที่สอดคล้องกับ 3 กลยุทธ์หลักของ สมศ. มากที่สุด ผู้อำนวยการควรเลือกข้อใด

ก. ลงทุนระบบดิจิทัล ควบคู่กับพัฒนาครูให้ใช้ผลประเมินเชิงพัฒนา
ข. เพิ่มฝ่ายงานประกันคุณภาพเพื่อรองรับการตรวจประเมิน
ค. ตั้งเป้าผลการประเมินระดับดีมากในรอบถัดไป
ง. กระจายงานเอกสารให้ทุกกลุ่มสาระรับผิดชอบ

 

สถานการณ์ “ผลประเมินผ่านเกณฑ์ แต่คุณภาพยังไม่เปลี่ยน”

โรงเรียนมัธยมขนาดกลางแห่งหนึ่งได้รับผลการประเมินคุณภาพภายนอก ปี 2564 จาก สมศ. ด้วยรูปแบบออนไลน์ 100% โดยสรุปผลว่า

“เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด” ทั้ง 3 ด้าน

อย่างไรก็ตาม

  • ผลสัมฤทธิ์ผู้เรียนยังไม่สม่ำเสมอ

  • ครูรู้สึกว่าการประเมินเป็นเรื่องเอกสาร

  • ผู้ปกครองตั้งคำถามว่า “ผ่านเกณฑ์แล้ว เด็กได้อะไรเพิ่มขึ้น”

 

ข้อ 16
การตีความผลประเมินของผู้อำนวยการในข้อใด “ผิดเจตนารมณ์ สมศ.” มากที่สุด
ก. โรงเรียนมีฐานคุณภาพตามมาตรฐาน
ข. โรงเรียนควรใช้ผลประเมินเป็นข้อมูลสะท้อน
ค. โรงเรียนควรเร่งจัดทำเอกสารให้เข้มข้นขึ้น
ง. โรงเรียนยังมีพื้นที่ให้พัฒนาเชิงคุณภาพ

 

ข้อ 17
การตัดสินใจใดสะท้อน “การประเมินเพื่อพัฒนา” มากที่สุด
ก. ตั้งเป้าผลการประเมินรอบหน้าสูงขึ้น
ข. เชื่อมข้อเสนอแนะกับ PLC และการจัดการเรียนรู้
ค. เพิ่มการตรวจสอบเอกสารภายใน
ง. จัดอบรมการเขียน SAR ให้ครูทุกคน

 

ข้อ 18
ความเสี่ยงเชิงระบบ หากผู้บริหารใช้ผลประเมินเป็น KPI รายบุคคลของครู คือข้อใด
ก. ครูต่อต้านการประเมิน
ข. ภาระงานเพิ่ม
ค. ความไว้วางใจต่อระบบประเมินลดลง
ง. ผลสัมฤทธิ์ผู้เรียนไม่ดีขึ้น

 

ข้อ 19
หากต้องตอบคำถามผู้ปกครองอย่างมียุทธศาสตร์ ผอ. ควรสื่อสารอย่างไร
ก. โรงเรียนผ่านเกณฑ์ตามมาตรฐานแล้ว
ข. สมศ. รับรองคุณภาพโรงเรียน
ค. ผลประเมินเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาการเรียนรู้
ง. โรงเรียนอยู่ในระดับเดียวกับโรงเรียนอื่น

 

ข้อ 20
ข้อใดคือ “ตัวชี้วัดความสำเร็จ” ที่เหมาะสมที่สุดหลังใช้ผลประเมิน
ก. เอกสารครบถ้วน
ข. ผลประเมินรอบถัดไปดีขึ้น
ค. ครูเปลี่ยนวิธีจัดการเรียนรู้และสะท้อนผลร่วมกัน
ง. จำนวนกิจกรรมเพิ่มขึ้น

 

สถานการณ์ “ประเมินออนไลน์: ความสะดวก vs ความลึก”

โรงเรียนแห่งหนึ่งกังวลว่าการประเมินออนไลน์ไม่สะท้อนคุณภาพจริง ผู้อำนวยการต้องเลือกแนวทางดำเนินการให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ สมศ.

 

ข้อ 21
กลยุทธ์ใดช่วยลดข้อจำกัดของการประเมินออนไลน์ได้ดีที่สุด
ก. เพิ่มเอกสารใน SAR
ข. เปิดสัมภาษณ์ครูและนักเรียนเชิงลึก
ค. เพิ่มจำนวนผู้ประเมิน
ง. ลดกิจกรรมอื่นในโรงเรียน

 

ข้อ 22
บทบาทของเทคโนโลยีตามแนวทาง สมศ. คือข้อใด
ก. เครื่องมือควบคุมคุณภาพ
ข. เครื่องมือเพิ่มความรวดเร็วและการเข้าถึง
ค. เครื่องมือจัดอันดับโรงเรียน
ง. เครื่องมือทดแทนครู

 

ข้อ 23
หากโรงเรียนขอให้มีการลงพื้นที่จริง ผอ. ควรคาดหวังประโยชน์ใดมากที่สุด
ก. ภาพลักษณ์ที่ดี
ข. ความแม่นยำเชิงบริบท
ค. ผลประเมินสูงขึ้น
ง. ลดภาระครู

 

ข้อ 24
การพัฒนา “ผู้ประเมิน” ของ สมศ. มีผลต่อโรงเรียนอย่างไร
ก. ทำให้เกณฑ์เข้มงวดขึ้น
ข. เพิ่มการควบคุม
ค. เพิ่มคุณภาพคำแนะนำเชิงพัฒนา
ง. ลดอำนาจสถานศึกษา

 

ข้อ 25
หากผู้บริหารเน้นแต่เทคโนโลยีโดยไม่พัฒนาคน จะเกิดผลใด
ก. ระบบล่าช้า
ข. งบประมาณสูง
ค. การประเมินขาดความหมายเชิงคุณภาพ
ง. ครูใช้งานไม่เป็น

 

สถานการณ์ “จากผลประเมิน สู่การเปลี่ยนแปลงจริง”

โรงเรียนต้องวางแผนใช้ผลประเมิน สมศ. ระยะ 3 ปี ภายใต้ความไม่แน่นอนจากโควิด

 

ข้อ 26
ลำดับการใช้ผลประเมินที่เหมาะสมที่สุดคือข้อใด
ก. ปรับโครงสร้าง → อบรมครู → ประเมิน
ข. วิเคราะห์ผล → ปรับการเรียนรู้ → ติดตาม
ค. เขียนแผน → รายงาน → ตรวจสอบ
ง. ประชุม → มอบหมาย → สรุปผล

 

ข้อ 27
แนวคิดใดสะท้อน “การพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไป”
ก. ปรับทุกด้านพร้อมกัน
ข. เลือกประเด็นสำคัญตามบริบท
ค. รอให้สถานการณ์ปกติ
ง. ทำตามข้อเสนอแนะทั้งหมด

 

ข้อ 28
การนำผลประเมินไปเชื่อมกับนวัตกรรมการเรียนรู้ สอดคล้องยุทธศาสตร์ใด
ก. เทคโนโลยี
ข. ผู้ประเมิน
ค. การใช้ผลประเมิน
ง. การเพิ่มปริมาณการประเมิน

 

ข้อ 29
ตัวชี้วัดเชิงคุณภาพที่เหมาะกับผู้บริหารมากที่สุดคือข้อใด
ก. จำนวนเอกสาร
ข. ระดับผลประเมิน
ค. การเปลี่ยนแปลงการเรียนรู้ของผู้เรียน
ง. จำนวนกิจกรรม

 

ข้อ 30
บทบาทผู้อำนวยการตามแนวคิด สมศ. คือข้อใด
ก. ผู้ควบคุมมาตรฐาน
ข. ผู้จัดการเอกสาร
ค. ผู้นำการเรียนรู้ขององค์กร
ง. ผู้รายงานผล

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม