สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M348_สกศ.ชงบอร์ดสภาการศึกษาตั้งสภาการศึกษาจังหวัด

เมื่อวันที่ 10 พ.ย. ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เปิดเผยว่า สิ่งที่ตนจะเร่งขับเคลื่อนงานของ สกศ.ในขณะนี้มีหลายเรื่อง เริ่มตั้งแต่งานรูทีนที่เป็นงานประจำที่ต้องทำร่วมกันอยู่แล้ว อาทิ การขับเคลื่อนกฎหมายการศึกษา 14 ฉบับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พ.ร.บ.การศึกษาชาติ พ.ศ… หากผ่านความเห็นชอบและมีการบังคับใช้จะต้องมีการจัดทำกฎหมายลูกอีกกว่า 10 ฉบับเพื่อรองรับ ขณะเดียวกันก็มีงานที่เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายที่จะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่สำนักต่าง ๆ ใน สกศ.ได้จัดทำเอาไว้ รวมถึงเดินหน้าการจัดการศึกษาปฐมวัย และกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ 

เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวต่อไปว่า ส่วนเรื่องที่ตนกำหนดเป็นกรอบในการทำงานเชิงรุกในปีงบประมาณ 2566 มี 2 เรื่อง เรื่องแรก ตนเห็นว่าต่อไป สกศ.จะต้องไม่ตัดเสื้อโหลให้สถานศึกษาทุกแห่งสวมใส่เหมือนกันทั้งหมด เนื่องจากสถานศึกษาแต่ละแห่งแต่ละอำเภอและแต่ละจังหวัดต่างก็มีความหลากหลายและมีบริบทที่แตกต่างกัน ดังนั้นแผนการศึกษาจึงไม่ควรเหมารวมจัดทำแผนการศึกษาแผนใหญ่เพียงแผนเดียวแล้วใช้เหมือนกันหมด โดยตนเตรียมการที่จะผลักดันให้แต่ละจังหวัดมีสภาการศึกษาจังหวัดขึ้นเพื่อจัดทำแผนการจัดการศึกษาจังหวัดของตัวเอง ซึ่งสภาการศึกษาจังหวัดที่จะเกิดขึ้นนี้ ไม่ใช่เป็นการตั้งหน่วยงานใหม่ แต่จะเป็นการบูรณาการการทำงานไว้ในสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) โดยจะมีการเสนอเรื่องนี้ให้ที่ประชุมคณะกรรมการสภาการศึกษาได้พิจารณาในวันที่ 14 พ.ย.นี้ หากผ่านความเห็นชอบก็จะเสนอ รมว.ศึกษาธิการ เพื่อเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาคเพื่อกำหนดบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) โดยการเพิ่มคณะอนุกรรมการสภาการศึกษาจังหวัดเพื่อทำหน้าที่ในการจัดทำร่างแผนการศึกษาจังหวัดในทุกช่วงวัยตั้งแต่ปฐมวัยจนถึงระดับอุดมศึกษา เบื้องต้นได้กำหนดโครงสร้างให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานคณะอนุกรรมการฯ มีหอการค้าจังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด ผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่าง ๆ ภายในจังหวัด เป็นต้น ร่วมเป็นกรรมการ และมี ศธจ.เป็นเลขานุการฯ เมื่อได้ร่างแผนฯ แล้วก็เสนอให้ กศจ.ได้พิจารณากำหนดเป็นแผนการศึกษาจังหวัด และให้สถานศึกษาภายในจังหวัดได้กำหนดเป็นแผนผลิตกำลังคนที่สอดคล้องตามแผนดังกล่าวต่อไป 

ที่ผ่านมาเราไม่เคยมีแผนการจัดการศึกษาของจังหวัดมาก่อน อาจจะเคยมีการจัดทำบ้างในรูปของสมัชชาการศึกษาในบางจังหวัดแต่ก็ยังไม่มีความชัดเจน เพราะไม่มีกฎหมายรองรับ จึงทำให้การขับเคลื่อนไม่บังเกิดผลเป็นรูปธรรม แต่หลังจากนี้สภาการศึกษาจะผลักดันให้เห็นผล โดยแผนการจัดการศึกษาของแต่ละพื้นที่อาจจะมีความแตกต่างกันตามบริบท เช่น ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ อาจจะเป็นแผนการจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคง ขณะที่ภาคกลางและตะวันออก อาจจะกำหนดเป็นแผนการจัดการศึกษาเพื่อการแข่งขัน ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นแผนการจัดการศึกษาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เป็นต้น ในขณะที่ ศธจ.เองเมื่อถูกลดบทบาทในเรื่องการบริหารงานบุคคลลงก็จะได้เข้ามาดูแลงานด้านวิชาการได้มากขึ้น ทั้งนี้ผมได้รายงานเรื่องนี้ให้ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ทราบแล้ว ท่านเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี และให้เสนอเข้าบอร์ด ศธจ. ในวันที่ 14 พ.ย.นี้” ดร.สุเทพ กล่าว 

"สุเทพ" เตรียมชงบอร์ด สกศ. ตั้งสภาการศึกษาจังหวัดทำแผนการศึกษาจังหวัดตามบริบทพื้นที่ 

ที่มา ; เดลินิวส์ออนไลน์ 10 พฤศจิกายน 2565 

สรุปสาระสำคัญ 

เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เร่งขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา โดยเฉพาะการผลักดันกฎหมายการศึกษา 14 ฉบับ และการเตรียมรองรับ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ซึ่งต้องมีกฎหมายลูกรองรับจำนวนมาก ควบคู่กับการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย การพัฒนาการศึกษาปฐมวัย และกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ในเชิงรุก ปีงบประมาณ 2566 สกศ. มุ่งเปลี่ยนแนวคิดการวางแผนการศึกษา จาก “แผนเดียวใช้ทั้งประเทศ” ไปสู่การจัดการศึกษาตามบริบทพื้นที่ โดยเสนอจัดตั้ง “สภาการศึกษาจังหวัด” ภายใต้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด เพื่อจัดทำแผนการศึกษาจังหวัดของตนเอง ครอบคลุมทุกช่วงวัย และเชื่อมโยงกับการผลิตกำลังคนของสถานศึกษา แนวคิดนี้สะท้อนหลักการกระจายอำนาจ การมีส่วนร่วมของภาคส่วนในพื้นที่ และการบริหารเชิงพื้นที่ (Area-based Management) เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ เพิ่มความสอดคล้องกับเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของแต่ละภูมิภาค อันนำไปสู่การยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพการจัดการศึกษาอย่างยั่งยืน 

ข้อสอบ

ข้อที่ 1 ปัญหาหลักของการจัดการศึกษาที่บทความพยายามแก้ไขคือข้อใด
ก. การขาดงบประมาณด้านการศึกษา
ข. การบริหารงานบุคคลของ ศธ.
ค. การใช้แผนการศึกษาแบบเดียวกันทุกพื้นที่
ง. การขาดเทคโนโลยีทางการศึกษา

ข้อที่ 2 การจัดตั้งสภาการศึกษาจังหวัด สะท้อนหลักการบริหารการศึกษาใดมากที่สุด
ก. การรวมศูนย์อำนาจ
ข. การบริหารเชิงผลสัมฤทธิ์
ค. การกระจายอำนาจและการมีส่วนร่วม
ง. การกำกับควบคุมจากส่วนกลาง

ข้อที่ 3 บทบาทใหม่ของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ตามแนวคิดนี้คือข้อใด
ก. มุ่งบริหารงานบุคคลเป็นหลัก
ข. เป็นหน่วยงานนโยบายส่วนกลาง
ค. ขับเคลื่อนงานวิชาการและแผนการศึกษา
ง. ควบคุมสถานศึกษาโดยตรง

ข้อที่ 4 หากจังหวัดชายแดนใต้จัดทำแผนการศึกษาจังหวัด ควรเน้นเป้าหมายใดเป็นลำดับแรก
ก. การแข่งขันด้านเศรษฐกิจ
ข. ความมั่นคงและการอยู่ร่วมกัน
ค. การเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ
ง. การพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล

ข้อที่ 5 ในฐานะผู้บริหารสถานศึกษา การนำแผนการศึกษาจังหวัดไปใช้ควรดำเนินการอย่างไร
ก. ใช้เป็นเอกสารอ้างอิงเท่านั้น
ข. ปรับแผนพัฒนาสถานศึกษาให้สอดคล้องการผลิตกำลังคน
ค. รอคำสั่งจากส่วนกลาง
ง. เน้นดำเนินงานตามแผนเดิมของโรงเรียน
 

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น