สมาชิกเข้าสู่ระบบ

แนวคิด ระบบราชการ 4.0 : มิติการทำงานตามหลักภควันตภาพ

เพื่อรองรับนโยบาย ประเทศไทย 4.0 ภาครัฐ หรือ ระบบราชการจะต้องทําางานโดยยึดหลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน (Better Governance, Happier Citizens) หมายความว่าระบบราชการต้องปรับเปลี่ยน แนวคิด และวิธีการทำงานใหม่ เพื่อพลิกโฉม (transform) ให้สามารถเป็นที่เชื่อถือไว้วางใจและเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง (Credible and Trusted Government) ดังนี้

1. เปิดกว้างและเชื่อมโยงกัน (Open & Connected Government) คือ การทำ งานต้องเปิดเผยและโปร่งใส เปิดกว้างให้กลไกหรือภาคส่วนอื่น ๆ เข้ามามีส่วนร่วม โอนถ่ายภารกิจที่ภาครัฐไม่ควรดำ เนินการเองไปให้ภาคส่วนอื่น ดำเนินการแทน จัดโครงสร้างการทำงานเป็นแนวระนาบ มากกว่าสายการบังคับบัญชาในแนวดิ่ง และเชื่อมโยงการทำงาน ราชการบริหารส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ให้มีเอกภาพและสอดรับประสานกัน

2. ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง (Citizen-Centric Government) ทำงานโดยมองไปข้างหน้า (คิดเสมอว่าประชาชนจะได้อะไร) มุ่งเน้นแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ให้บริการเชิงรุก ไม่ต้องรอให้ประชาชนมาขอความช่วยเหลือ จัดบริการสาธารณะที่ตรงกับความต้องการของประชาชน

3. มีขีดสมรรถนะสูงและทันสมัย (Smart & High Performance Government) การทำ งานต้องมีการวิเคราะห์ความเสี่ยงเพื่อเตรียมการล่วงหน้า นำองค์ความรู้ที่เป็นสหสาขาวิชามาสร้างนวัตกรรมหรือประยุกต์เพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงได้ทันเวลา ปรับตัวให้เป็นสำ นักงานที่ทันสมัยมีขีดสมรรถนะสูง และทำ ให้ข้าราชการมีความผูกพันต่อการปฏิบัติงาน

 

การทำงานตามหลักภควันตภาพ

ภควันตภาพ (Ubiquitous) หมายถึง การทำงานที่อยู่ในทุกหนแห่ง สามารถทำได้ทุกที่ ทุกเวลาที่สามารถเข้าถึงอุปกรณ์เครือข่ายคอมพิวเตอร์ได้ โดยมีองค์ประกอบที่ทำให้การทำงานแบบภควันตภาพประสบความสำเร็จ ได้แก่ การนำองค์กรของผู้บริหาร นโยบายและการวางแผน การนำสู่การปฏิบัติ การติดตามและประเมินผลลัพธ์ กฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ โครงสร้างการบริหารงานขององค์กร งบประมาณ โครงสร้างพื้นฐาน และอุปกรณ์ ลักษณะงาน ข้อมูล รูปแบบและกระบวนการให้บริการ ระยะเวลาและสถานที่ การติดต่อสื่อสาร การบริหารบุคลากรและพฤติกรรมบุคลากร และวัฒนธรรมการทำงาน

 

ประโยชน์ของการทำงานตามหลักภควันตภาพ

1.ช่วยให้ผู้บริหารมีแนวทางในการใช้ระบบสารสนเทศหรือกลไกในการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประสิทธิภาพ สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่ได้อย่างคุ้มค่า

2. เป็นการปรับเปลี่ยนกลไกในการบริหารจัดการเพื่อตอบสนองต่อความรวดเร็วของบริบทในการทำงาน

3. เป็นแนวคิดในการบริหารจัดการเพื่อให้บุคคลสามารถปฏิบัติงานบนพื้นฐานของเทคโนโลยีสารสนเทศในองค์กร และการปรับใช้กับหน่วยงานอื่น ๆ ที่มีระบบสารสนเทศในการบริหารจัดการ เช่น ระบบ AMSS++ ระบบ SMSS ระบบ Smart OBEC ระบบ e-Office เป็นต้น

 

ที่มา ; กพร. สพฐ.

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

สรุปสาระสำคัญ 

เพื่อรองรับนโยบายประเทศไทย 4.0 ภาครัฐต้องปรับเปลี่ยนไปสู่ระบบราชการที่ยึดหลักธรรมาภิบาล เพื่อสร้างประโยชน์สุขแก่ประชาชน โดยมุ่งพัฒนาเป็นรัฐบาลที่น่าเชื่อถือและเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง การปรับตัวสำคัญประกอบด้วย 3 ด้านหลัก ได้แก่ (1) เปิดกว้างและเชื่อมโยงกัน (Open & Connected Government) คือการบริหารที่โปร่งใส เปิดโอกาสให้ภาคส่วนอื่นมีส่วนร่วม ลดการทำงานแบบลำดับชั้น และเชื่อมโยงทุกระดับการบริหารให้เป็นเอกภาพ (2) ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง (Citizen-Centric Government) มุ่งแก้ปัญหาเชิงรุก คาดการณ์ความต้องการของประชาชน และจัดบริการที่ตรงความต้องการ ไม่รอให้ประชาชนร้องขอ (3) มีขีดสมรรถนะสูงและทันสมัย (Smart & High Performance Government) ใช้การวิเคราะห์ความเสี่ยง องค์ความรู้หลากหลายสาขา และเทคโนโลยีเพื่อสร้างนวัตกรรมและเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร

นอกจากนี้ แนวคิดภควันตภาพ (Ubiquitous) คือการทำงานได้ทุกที่ทุกเวลาโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งต้องอาศัยองค์ประกอบหลายด้าน เช่น ผู้นำ นโยบาย โครงสร้างพื้นฐาน ระบบข้อมูล บุคลากร และวัฒนธรรมองค์กร ประโยชน์คือเพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร ใช้ทรัพยากรคุ้มค่า และรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสังคมและเทคโนโลยี เช่น ระบบ e-Office หรือ Smart OBEC

 

ข้อสอบ

ข้อ 1

แนวคิด “Open & Connected Government” สอดคล้องกับข้อใดมากที่สุด
ก. เพิ่มสายการบังคับบัญชาให้เข้มงวด
ข. ลดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน
ค. เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม
ง. เน้นการทำงานแบบแยกส่วน

เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

 

ข้อ 2

หัวใจของ “Citizen-Centric Government” คือข้อใด
ก. ความรวดเร็วของระบบราชการ
ข. การตอบสนองความต้องการของประชาชน
ค. การลดจำนวนบุคลากร
ง. การเพิ่มขั้นตอนการตรวจสอบ

เฉลย: ข
เหตุผล: ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางและแก้ปัญหาเชิงรุก

 

ข้อ 3

ข้อใดเป็นลักษณะของ Smart Government
ก. ใช้ข้อมูลเดิมโดยไม่เปลี่ยนแปลง
ข. ลดการใช้เทคโนโลยี
ค. ใช้ความรู้และนวัตกรรมแก้ปัญหา
ง. ทำงานตามคำสั่งอย่างเดียว

เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นนวัตกรรมและการวิเคราะห์เพื่อพัฒนา

 

ข้อ 4

ภควันตภาพ (Ubiquitous) หมายถึงข้อใด
ก. ทำงานเฉพาะในสำนักงาน
ข. ทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา
ค. ทำงานเฉพาะผู้บริหาร
ง. ทำงานตามเวลาเท่านั้น

เฉลย: ข
เหตุผล: คือการทำงานผ่านเทคโนโลยีได้ทุกที่ทุกเวลา

 

ข้อ 5

ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของภควันตภาพ
ก. วัฒนธรรมองค์กร
ข. งบประมาณ
ค. ความเชื่อส่วนบุคคล
ง. โครงสร้างพื้นฐาน

เฉลย: ค
เหตุผล: ไม่ใช่องค์ประกอบของระบบบริหารราชการ

 

ข้อ 6

เป้าหมายหลักของระบบราชการ 4.0 คือข้อใด
ก. เพิ่มขั้นตอนราชการ
ข. สร้างความซับซ้อน
ค. เป็นที่เชื่อถือของประชาชน
ง. ลดเทคโนโลยี

เฉลย: ค
เหตุผล: มุ่งเป็นรัฐบาลที่น่าเชื่อถือและโปร่งใส

 

ข้อ 7

ข้อใดเป็นประโยชน์ของภควันตภาพ
ก. ลดประสิทธิภาพการทำงาน
ข. ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
ค. เพิ่มขั้นตอนงาน
ง. ลดการใช้ข้อมูล

เฉลย: ข
เหตุผล: เพิ่มประสิทธิภาพและลดความสูญเปล่า

 

ข้อ 8

การทำงานเชิงรุกของรัฐหมายถึงข้อใด
ก. รอประชาชนร้องขอ
ข. คาดการณ์และแก้ปัญหาล่วงหน้า
ค. ทำงานตามคำสั่ง
ง. ลดการบริการ

เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นการคิดล่วงหน้าและแก้ปัญหาก่อนเกิด

 

ข้อ 9

ระบบราชการที่ทันสมัยควรเน้นสิ่งใด
ก. การใช้เอกสารมากขึ้น
ข. การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
ค. การลดข้อมูล
ง. การทำงานแบบเดิม

เฉลย: ข
เหตุผล: เทคโนโลยีเป็นหัวใจของ Smart Government

 

ข้อ 10

ข้อใดเป็นตัวอย่างระบบภควันตภาพ
ก. ระบบเขียนรายงานด้วยมือ
ข. ระบบ e-Office
ค. การส่งเอกสารทางไปรษณีย์
ง. การประชุมเฉพาะในห้องประชุม

เฉลย: ข
เหตุผล: e-Office เป็นระบบทำงานผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ

ความเห็นของผู้ชม