
ผู้บริหารเป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงด้วยการร่วมมือกับผู้ปกครองและหน่วยงานภายนอกเพื่อสร้างกิจกรรมการเรียนรู้ใหม่ ๆ นอกห้องเรียน กิจกรรมการเรียนรู้ใหม่ ๆ นอกห้องเรียนช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เรียน และมอบเทคนิคใหม่ให้กับครู โดยผู้บริหารอาจนำครู และผู้เรียนไปยังแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ หรือประสานหน่วยงานเอกชนให้เข้ามาจัดกิจกรรมต่าง ๆ ในโรงเรียนก็ได้
Adaptive Leadership : ทักษะจำเป็นของผู้บริหาร
สถานการณ์โควิดว่าทำให้บริบทและบทบาทของโรงเรียน ครู และผู้เรียนเปลี่ยนแปลงไป ผู้บริหารจึงเป็นบุคคลสำคัญที่ต้องปรับเปลี่ยนโรงเรียนเพื่อรับกับสถานการณ์ดังกล่าว และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้นอกห้องเรียนผ่านแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อต่อยอดความสามารถของผู้เรียนให้ได้ รศ. ลัดดา จึงเสนอว่า การสร้าง “Adaptive Leadership” หรือทักษะของผู้นำในการชักจูงและโน้มน้าวให้ทีมงานและทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างความเปลี่ยนแปลงภายในโรงเรียน จะเป็นกุญแจสำคัญเพื่อให้โรงเรียนสามารถผ่านวิกฤตดังกล่าวไปให้ได้
มองวิกฤตให้เป็นโอกาส
ดร. กรรณิการ์ กล่าวว่าหากผู้เรียนได้รับโอกาสทางการศึกษาที่ดีตั้งแต่เด็ก ผู้เรียนก็จะสามารถเติบโตเพื่อพัฒนาสังคมได้ เมื่อมองในมุมของการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ผู้เรียนจำเป็นต้องรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไม่มากก็น้อย เพราะว่าเป็นสิ่งที่อยู่รอบตัวทุกคน ทำให้ผู้เรียนต้องใช้เทคโนโลยีอย่างรู้เท่าทัน
ในช่วงของโควิด การเรียนรู้นอกห้องเรียนได้หยุดชะงักลงไปพักหนึ่ง ทาง NSM เห็นว่ามีรูปแบบการเรียนรู้ใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย จึงได้มีโอกาสประสานกับผู้ปกครองและโรงเรียนผ่านรูปแบบออนไลน์ ซึ่งผู้บริหารจะสามารถช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ให้ดำเนินต่อไปได้ก็ต่อเมื่อเปิดรับมุมมองใหม่ ๆ และมองเห็นโอกาสที่จะได้ลองจัดการเรียนรู้แบบใหม่เพื่อหาวิธีที่เป็นประโยชน์สำหรับทั้งครูและผู้เรียน
มุมมองใหม่ของผู้บริหาร เสริมสร้างคุณค่าให้ผู้เรียน
เพราะผู้เรียนทุกคนล้วนมีคุณค่าในตัวเอง โรงเรียนจึงเป็นหลักสำคัญที่ช่วยเพิ่มคุณค่าภายในตัวผู้เรียนด้วยการร่วมมือกันระหว่างโรงเรียนและผู้ปกครอง วิธีการจัดการเรียนรู้จึงต้องปรับเปลี่ยนให้หลากหลายให้สอดคล้องกับคุณค่าของผู้เรียนทุกคน การเรียนรู้นอกห้องเรียนจึงเป็นหนึ่งในทางเลือกการจัดการเรียนรู้ที่ครูและผู้บริหารไม่ควรมองข้าม เพราะการเรียนรู้ในห้องเรียนเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอแล้วสำหรับการเรียนรู้ในปัจจุบัน
นอกจากนั้น ผู้บริหารต้องประสานกับผู้ปกครองและหน่วยงานเอกชนเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้นอกห้องเรียนเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เรียน และพัฒนาผู้เรียนทุกคนโดยไม่จำเป็นต้องจำกัดวิชาใดวิชาหนึ่งเสมอไป รศ. ลัดดา เน้นย้ำว่า ผู้บริหารต้องปรับเปลี่ยนมุมมองใหม่ให้เปิดกว้าง แล้วการเปลี่ยนแปลงในโรงเรียนจะเกิดขึ้นได้
ก้าวออกจากห้องเรียนเพื่อเก็บเกี่ยวแรงบันดาลใจ
ดร. กรรณิการ์กล่าวว่า หัวใจสำคัญของการเรียนรู้นอกห้องเรียนคือการสร้างแรงบันดาลใจ เมื่อผู้เรียนได้เห็นถึงแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายจะช่วยให้ผู้เรียนค้นพบตัวเองและสนุกกับการเรียนมากขึ้น ภายใน NSM มีทั้งกิจกรรมและนิทรรศการให้ผู้เรียนได้เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียนเพื่อสร้างแรงบันดาลใจเกี่ยวกับการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ รวมทั้งจัดคาราวานวิทยาศาสตร์โดยยกพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ขนาดย่อมไปตามโรงเรียนต่าง ๆ เพื่อให้ผู้เรียนได้เข้าร่วมกิจกรรมนอกห้องเรียนและค้นพบตัวเอง รศ. ลัดดา เสริมว่า ผู้บริหารเป็นตัวแปรสำคัญที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้ครู และต่อยอดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นทั้งในและนอกห้องเรียนลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นจริงด้วย
บทความโดย รศ. ลัดดา ภู่เกียรติ กลุ่มผู้อำนวยการผู้นำการเปลี่ยนแปลง ดร. กรรณิการ์ เฉิน รองผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ผู้บรรยาย สุรศักดิ์ แซ่ลิ้ม ผู้เรียบเรียง
ที่มา ; EDUCA
บทความกล่าวถึงบทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาในฐานะผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Leader) ที่ต้องปรับตัวต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง เช่น วิกฤตโควิด-19 โดยเน้นการใช้ “ภาวะผู้นำเชิงปรับตัว (Adaptive Leadership)” เพื่อขับเคลื่อนโรงเรียนให้สามารถจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้บริหารต้องร่วมมือกับครู ผู้ปกครอง และหน่วยงานภายนอก ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียนที่หลากหลาย ซึ่งช่วยสร้างแรงบันดาลใจและพัฒนาศักยภาพผู้เรียนอย่างรอบด้าน
การเรียนรู้นอกห้องเรียนถือเป็นแนวทางสำคัญในยุคปัจจุบัน เพราะช่วยให้ผู้เรียนได้สัมผัสประสบการณ์จริง ค้นพบตนเอง และพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อชีวิต ขณะเดียวกันครูก็ได้รับแนวทางการสอนใหม่ ๆ ผู้บริหารจึงต้องเปิดมุมมองใหม่ มองวิกฤตเป็นโอกาส และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีอย่างรู้เท่าทัน
นอกจากนี้ การจัดการศึกษาต้องยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง โดยตระหนักถึงคุณค่าและความแตกต่างของผู้เรียนแต่ละคน ความร่วมมือระหว่างโรงเรียนและผู้ปกครองเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนจึงเกิดขึ้นได้เมื่อผู้บริหารมีวิสัยทัศน์กว้าง เปิดรับแนวคิดใหม่ และสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ทั้งครูและผู้เรียนได้อย่างต่อเนื่อง
แนวคิด “Adaptive Leadership” ของผู้บริหารเน้นสิ่งใดมากที่สุด
ก. การควบคุมครูอย่างเข้มงวด
ข. การปรับตัวและสร้างความร่วมมือทุกภาคส่วน
ค. การเพิ่มงบประมาณโรงเรียน
ง. การเน้นสอบมาตรฐานเป็นหลัก
เฉลย: ข
เหตุผล: Adaptive Leadership เน้นการปรับตัวและทำงานร่วมกันเพื่อเปลี่ยนแปลงองค์กร
บทบาทสำคัญของผู้บริหารในยุคโควิดคือข้อใด
ก. ลดกิจกรรมนอกหลักสูตรทั้งหมด
ข. ปรับโรงเรียนให้หยุดการเรียนรู้
ค. สร้างความร่วมมือเพื่อให้การเรียนรู้ต่อเนื่อง
ง. เน้นการเรียนในห้องเรียนเท่านั้น
เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องทำให้การเรียนรู้ดำเนินต่อผ่านความร่วมมือหลายฝ่าย
การเรียนรู้นอกห้องเรียนมีจุดเด่นสำคัญอย่างไร
ก. ใช้เวลาน้อยกว่าเรียนในห้อง
ข. เน้นการท่องจำ
ค. สร้างแรงบันดาลใจและประสบการณ์จริง
ง. ลดภาระครูทั้งหมด
เฉลย: ค
เหตุผล: ช่วยให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์จริงและแรงบันดาลใจ
ผู้บริหารควรมองวิกฤตโควิดอย่างไร
ก. เป็นอุปสรรคที่ต้องหลีกเลี่ยง
ข. เป็นโอกาสในการพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้
ค. เป็นเหตุให้หยุดพัฒนา
ง. เป็นปัญหาของครูเท่านั้น
เฉลย: ข
เหตุผล: บทความเน้น “มองวิกฤตให้เป็นโอกาส”
หน่วยงานใดมีบทบาทร่วมสนับสนุนการเรียนรู้ตามบทความ
ก. ธนาคาร
ข. หน่วยงานเอกชนและผู้ปกครอง
ค. องค์กรศาสนาเท่านั้น
ง. ศาลและตำรวจ
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นความร่วมมือหลายภาคส่วน โดยเฉพาะผู้ปกครองและเอกชน
หัวใจสำคัญของการเรียนรู้นอกห้องเรียนคืออะไร
ก. การแข่งขัน
ข. การสอบวัดผล
ค. แรงบันดาลใจ
ง. การใช้ตำราเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: แรงบันดาลใจเป็นแกนหลักของการเรียนรู้นอกห้องเรียน
การใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้ควรเป็นอย่างไร
ก. ใช้แทนครูทั้งหมด
ข. ใช้อย่างรู้เท่าทัน
ค. ใช้เฉพาะวิทยาศาสตร์
ง. ไม่ควรใช้ในโรงเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: ต้องใช้เทคโนโลยีอย่างมีวิจารณญาณ
สิ่งสำคัญในการพัฒนาผู้เรียนตามบทความคือข้อใด
ก. การแข่งขันสูงสุด
ข. การเรียนเฉพาะวิชา
ค. การมองผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
ง. การลดกิจกรรมทั้งหมด
เฉลย: ค
เหตุผล: ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา
ผู้บริหารที่มีประสิทธิภาพควรมีลักษณะอย่างไร
ก. ปิดรับความคิดเห็นใหม่
ข. ยึดแบบเดิมตลอด
ค. เปิดกว้างและสร้างแรงบันดาลใจ
ง. เน้นคำสั่งอย่างเดียว
เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องเปิดรับแนวคิดใหม่และสร้างแรงบันดาลใจ
ผลลัพธ์สำคัญของความร่วมมือระหว่างโรงเรียนและผู้ปกครองคืออะไร
ก. ลดภาระงานครู
ข. เพิ่มรายได้โรงเรียน
ค. พัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างรอบด้าน
ง. ลดจำนวนผู้เรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: ความร่วมมือช่วยพัฒนาผู้เรียนอย่างมีคุณภาพและรอบด้าน