สมาชิกเข้าสู่ระบบ

Exponential change เร่งพัฒนา ความรู้-ทักษะ ก่อนหมดอายุ

ยุคที่ปรากฏการณ์ “Knowledge Disruption” ความรู้หรือทักษะเดิมๆ ที่เคยได้เรียนรู้ และทำมาในอดีต ไม่สามารถนำพาเราไปสู่อนาคตได้อีกต่อไป เนื่องจาก “ความรู้นั้นมีอายุสั้นลง” จึงไม่แปลกเลยที่คนรุ่นใหม่มองว่า ความรู้ที่ได้เรียนมาเพียงไม่กี่ปีจะหมดอายุการใช้งานในระยะเวลาอันสั้น หรือหมดอายุก่อนได้ใช้งานจริง 

อันเนื่องมาจากยุคนี้คือ ยุคแห่ง Exponential change อย่างแท้จริง กล่าวคือ โลกไม่เคยเปลี่ยนแปลงรวดเร็วขนาดนี้ และจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงอย่างเชื่องช้าอีกต่อไป ดังนั้นจึงมีคำถามเกิดขึ้นมากมายว่าความรู้หรือทักษะอะไรที่จะเป็นที่ต้องการและเป็นประโยชน์ในอนาคต

จากผลสำรวจของ Sea Group ร่วมกับ สภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ซึ่งได้สำรวจคนรุ่นใหม่ทั่วอาเซียน อายุ 15-35 ปี จำนวนกว่า 56,000 คน เพื่อค้นหาและทำเข้าใจว่า คนรุ่นใหม่คิดอย่างไรกับอนาคตของงาน และการเรียนรู้ โดยผลสำรวจพบว่า เยาวชนในอาเซียนโดยเฉลี่ยมองว่า ทักษะที่ตัวเองมีอยู่มีอายุขัยประมาณ 9 ปี คือ หลังจากช่วงเวลานี้ต้องได้รับการพัฒนาทักษะใหม่ เพื่อสามารถทำงานต่อไปได้

จะเห็นได้ว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัลและโลกออนไลน์ นับเป็นปัจจัยที่ 5 ซึ่งจำเป็นต่อการใช้ชีวิตของผู้คนทั่วโลก ประชากรราว 60% ของโลกเข้ามาอยู่บนโลกออนไลน์ โดยมี ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกว่า 4,500 ล้านคนทั่วโลก มีผู้ใช้โซเชียลมีเดียกว่า 3,800 ล้านคนทั่วโลก และคาดว่ามีจำนวนเกิน 50% ของประชากรโลกแล้วเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมานี้

แต่ถ้าจะให้ระบุเฉพาะเจาะจงว่าอาชีพอะไรนั้นกล่าวได้ยากมาก เพราะเทคโนโลยีปัจจุบันทำให้อาชีพบางอาชีพหายไป และทำให้อาชีพบางอาชีพเกิดขึ้นใหม่ เช่น อาชีพ ไรเดอร์ (Rider) ของแพลตฟอร์มต่างๆ หรือ อาชีพยูทูบเบอร์

โดยสภาเศรษฐกิจโลก คาดการณ์ว่าภายในปี 2565 จะมีตำแหน่งงานเกิดใหม่ราว 133 ล้านตำแหน่ง ในขณะที่งานอีก 75 ล้านตำแหน่ง จะกลายเป็นอาชีพที่ล้าสมัยและถูกลดความสำคัญลง เนื่องจากการพัฒนาของเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ และหุ่นยนต์

ดังนั้น สิ่งที่สำคัญคือ ทำอย่างไรให้เจริญเติบโตก้าวหน้าได้ต่อเนื่อง ไม่ว่าจะในสายงานเดิมหรือการข้ามไปสู่สายงานใหม่ๆ ดังนั้นแรงงานยุคดิจิทัลต้องเร่งพัฒนาทักษะและประสิทธิภาพตัวเองให้พร้อมเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี 

Workforce ยุคดิจิทัลจึงต้องมี Core skills ดังนี้ 

  • มีทักษะรอบด้าน มีความรู้เรื่องดิจิทัล ใช้เทคโนโลยีเป็น ภาษาดี สื่อสารได้มีประสิทธิภาพ และภาษาจะเป็นประตูสู่การหาความรู้จากแหล่งใหม่ๆ 
  • เข้าใจและจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ วิเคราะห์ดาต้า เพื่อนำมาตั้งคำถามที่ถูกต้อง และปรับใช้เพื่อพัฒนาการทำงานของตนเองและทีมได้อย่างตรงจุด
  • ความเชี่ยวชาญในสายงานนั้นไม่พอ ต้องมีการ รีสกิล อัพสกิล อยู่เสมอ
  • มีทัศนคติเชิงบวกและมี “Growth Mindset” เพราะทุกอย่างเริ่มต้นที่ Mindset ที่พร้อมเรียนรู้และพัฒนาตัวเองตลอดชีวิต
  • มองโอกาสให้ออกก่อนคนอื่น แก้ปัญหาได้ด้วยวิธีที่สร้างสรรค์ เพราะโลกเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โอกาสและความท้าทายใหม่เข้ามาเสมอ เพราะฉะนั้นคนที่จะอยู่รอดคือ “คนที่ปรับตัวได้ดีที่สุด”

ไม่ว่าจะอยู่ในวัยใด ทุกคนล้วนต้องปรับตัว เพื่อที่จะปรับวิถีการใช้ชีวิต วิถีการทำงาน สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงของยุคดิจิทัล คนรุ่นใหม่ต้องรู้จักค้นหาดูว่ามีโปรแกรมอะไรบ้างที่สามารถเรียนรู้และนำไปปรับใช้ เพื่อพัฒนาทักษะดิจิทัลสำหรับการประกอบอาชีพยุคดิจิทัลในปัจจุบันและอนาคต 

ที่มา; กรุงเทพธุรกิจ 2 มกราคม 2564

 

สรุปสาระสำคัญ
บทความกล่าวถึงปรากฏการณ์ “Knowledge Disruption” ที่ทำให้ความรู้และทักษะเดิมมีอายุสั้นลงอย่างมาก เนื่องจากโลกอยู่ในยุคการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด (Exponential Change) ส่งผลให้สิ่งที่เคยเรียนรู้อาจล้าสมัยก่อนนำไปใช้จริง คนรุ่นใหม่ในอาเซียนมองว่าทักษะมีอายุเฉลี่ยเพียงประมาณ 9 ปี จึงจำเป็นต้องพัฒนาทักษะใหม่อย่างต่อเนื่อง เทคโนโลยีดิจิทัลและโลกออนไลน์กลายเป็นปัจจัยสำคัญของชีวิตและการทำงาน ทำให้เกิดอาชีพใหม่และทำให้อาชีพเดิมบางส่วนหายไป อนาคตของงานจึงไม่สามารถระบุได้ชัดเจน แต่แนวโน้มคือความต้องการทักษะใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แรงงานยุคดิจิทัลจึงต้องมีทักษะสำคัญ ได้แก่ ความรู้รอบด้านด้านดิจิทัล การสื่อสารและภาษา การวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนาทักษะใหม่ (Reskill/Upskill) อย่างสม่ำเสมอ มี Growth Mindset และความสามารถในการปรับตัว มองเห็นโอกาส และแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ สรุปคือ “ผู้ที่อยู่รอดไม่ใช่คนเก่งที่สุด แต่คือคนที่ปรับตัวได้ดีที่สุด” ทุกคนจึงต้องเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัล

ข้อสอบ

ข้อ 1 แนวคิด Knowledge Disruption ส่งผลต่อการศึกษาอย่างไร
ก. ลดความสำคัญของการเรียนรู้
ข. ทำให้ความรู้มีอายุยาวขึ้น
ค. ทำให้ต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต
ง. เน้นท่องจำมากขึ้น
เฉลย: ค
เหตุผล: ความรู้มีอายุสั้น ต้องเรียนรู้ต่อเนื่อง

ข้อ 2 สาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วคืออะไร
ก. นโยบายรัฐ
ข. เทคโนโลยีดิจิทัล
ค. วัฒนธรรม
ง. ประชากร
เฉลย: ข
เหตุผล: เทคโนโลยีเป็นตัวเร่งสำคัญ

ข้อ 3 ทักษะมีอายุเฉลี่ยประมาณกี่ปี
ก. 5 ปี
ข. 7 ปี
ค. 9 ปี
ง. 15 ปี
เฉลย: ค
เหตุผล: จากผลสำรวจระบุ 9 ปี

ข้อ 4 ข้อใดเป็นผลกระทบของเทคโนโลยีต่ออาชีพ
ก. อาชีพคงที่
ข. ไม่มีอาชีพใหม่
ค. อาชีพลดลงทั้งหมด
ง. เกิดอาชีพใหม่และบางอาชีพหายไป
เฉลย: ง
เหตุผล: มีทั้งการเกิดและหายไป

ข้อ 5 Core skill ที่สำคัญที่สุดในยุคนี้คืออะไร
ก. การจำ
ข. การปรับตัว
ค. การแข่งขัน
ง. การสั่งงาน
เฉลย: ข
เหตุผล: บทความเน้นการปรับตัว

ข้อ 6 Growth Mindset มีความหมายว่าอะไร
ก. เชื่อว่าความสามารถคงที่
ข. หลีกเลี่ยงความล้มเหลว
ค. พร้อมเรียนรู้และพัฒนา
ง. เน้นผลลัพธ์มากกว่ากระบวนการ
เฉลย: ค
เหตุผล: คือการเปิดรับการเรียนรู้

ข้อ 7 หากครูต้องปรับตัว ควรทำสิ่งใดมากที่สุด
ก. ใช้หนังสือเดิม
ข. ลดการสอน
ค. พัฒนาทักษะดิจิทัล
ง. หลีกเลี่ยงเทคโนโลยี
เฉลย: ค
เหตุผล: เทคโนโลยีเป็นปัจจัยสำคัญ

ข้อ 8 การวิเคราะห์ข้อมูลมีประโยชน์อย่างไร
ก. ลดงาน
ข. ตั้งคำถามได้ถูกต้อง
ค. ทำงานเร็วขึ้น
ง. ลดความผิดพลาด
เฉลย: ข
เหตุผล: ใช้เพื่อเข้าใจและพัฒนา

ข้อ 9 ผู้บริหารควรส่งเสริมสิ่งใดในองค์กร
ก. การแข่งขันสูง
ข. การเรียนรู้ตลอดชีวิต
ค. การทำงานเดิม
ง. การลดทักษะ
เฉลย: ข
เหตุผล: เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง

ข้อ 10 แนวทางแก้ปัญหาในยุคเปลี่ยนแปลงควรเป็นอย่างไร
ก. ใช้วิธีเดิม
ข. หลีกเลี่ยงปัญหา
ค. ใช้ความคิดสร้างสรรค์
ง. รอคำสั่ง
เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องแก้ปัญหาอย่างยืดหยุ่นและสร้างสรรค์

 
 

ความเห็นของผู้ชม