สมาชิกเข้าสู่ระบบ

แนวทางการจัดทำรายงานการประเมินตนเอง(SAR)ของสถานศึกษา

แนวทางการจัดทำรายงานการประเมินตนเอง(SAR)ของสถานศึกษา

1. ก่อนการจัดทำรายงานการประเมินตนเอง สถานศึกษาต้องมีการประเมินคุณภาพภายใน ซึ่งเป็นหน้าที่ของสถานศึกษาที่ต้องตรวจสอบและประเมินตนเองตามสภาพบริบทของสถานศึกษาที่แท้จริง โดยให้ความสำคัญกับการประเมินเชิงคุณภาพ ผนวกกับการประเมินเชิงปริมาณควบคู่กันไป

2. เมื่อประเมินคุณภาพภายในเสร็จสิ้น สถานศึกษาต้องจัดทำรายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา โดยการจัดทำรายงานการประเมินตนเองเป็นการนำเสนอผลการดำเนินงานพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษาในรอบปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินงานทั้งหมดของสถานศึกษาที่ครอบคลุมมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา และนำเสนอรายงานต่อคณะกรรมการสถานศึกษา หน่วยงานต้นสังกัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดเผยต่อสาธารณชน ซึ่งรายงานประเมินตนเองของสถานศึกษาจะเป็นฐานข้อมูลในการพัฒนาสถานศึกษา และรับการประเมินคุณภาพภายนอกต่อไป

3.ประโยชน์ของการจัดทำรายงานการประเมินตนเอง มีดังนี้

3.1 ทำให้สถานศึกษามีฐานข้อมูลการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา แนวทางการพัฒนาในอนาคต ที่นำไปใช้ประโยชน์ต่อการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาในปีถัดไป

3.2 สถานศึกษามีข้อมูลสารสนเทศเชิงประจักษ์ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้ผู้บริหารสถานศึกษา ครูและผู้เกี่ยวข้องให้ความสำคัญและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการปฏิบัติงานเพื่อเป้าหมายที่กำหนดไว้ร่วมกัน

3.3 ทำให้พ่อ แม่ ผู้ปกครอง ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้รับทราบผลการพัฒนา

การจัดการศึกษาของสถานศึกษาทั้งในส่วนที่ดี และส่วนที่ควรพัฒนา โดยมีการประชาสัมพันธ์ในวงกว้างและให้การช่วยเหลือสนับสนุนอย่างเหมาะสม

3.4 หน่วยงานต้นสังกัด ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มีฐานข้อมูลในการกำหนดนโยบายการพัฒนาการจัดการศึกษาทั้งระดับประเทศและระดับเขตพื้นที่

3.5 สถานศึกษาใช้รายงานการประเมินตนเองเพื่อรับรองการประเมินคุณภาพภายในโดยหน่วยงานต้นสังกัด และรับการประเมินคุณภาพภายนอก จากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์กรมหาชน)

4. สถานศึกษาสามารถกำหนดรูปแบบรายงานประเมินตนเองของสถานศึกษาได้ตามความเหมาะสมและบริบทของสถานศึกษา โดยนำเสนอข้อมูลทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ การนำเสนอข้อมูลต่างๆ ไม่มีรูปแบบตายตัว แต่ควรมีความกระชับ รวบรัด จับประเด็นสำคัญๆมานำเสนอ และมีที่มาของหลักฐานที่ชัดเจน การจัดทำต้องไม่ยุ่งยากและเป็นภาระให้กับสถานศึกษา โดยเนื้อหาที่นำเสนอมุ่งเน้นตอบคำถาม 3 ข้อ ดังต่อไปนี้

4.1 มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษามีระดับคุณภาพใด

4.2 ข้อมูล หลักฐาน และเอกสารเชิงประจักษ์สนับสนุนมีอะไรบ้าง

4.3 แผนงาน / แนวทางพัฒนาคุณภาพให้ดีขึ้นกว่าเดิม (อย่างน้อย 1 ระดับ) หรือคงสภาพอย่างไร

5. โครงสร้างของรายงานการประเมินตนเอง ประกอบไปด้วย 2 ส่วนหลักๆคือ ส่วนบทสรุปสำหรับผู้บริหาร และส่วนเนื้อหาสาระของการประเมินตนเอง โดยส่วนเนื้อหาสาระฯ ประกอบด้วยส่วนหลักๆ 2 ส่วน ได้แก่ 1) ข้อมูลพื้นฐานของสถานศึกษา และ 2) เนื้อหาสาระของการประเมินตนเองที่มุ่งตอบคำถาม 3 ข้อข้างต้น

6. เนื้อหาที่นำเสนอในรายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษาในแต่ละส่วนมีแนวทางดังนี้

6.1 บทสรุปสำหรับผู้บริหาร ควรนำเสนอไม่เกิน 2 หน้า สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนถึงผลกระทบของสิ่งที่สถานศึกษาได้ลงมือทำเพื่อพัฒนาคุณภาพด้านต่าง ๆ การนำเสนอจะต้องมีความกระชับ รัดกุม จับประเด็นสำคัญ และตอบคำถามเนื้อหา 3 ข้อข้างต้น โดยบทสรุปการประเมินตนเองจะมีประสิทธิภาพที่สุดเมื่อ (1) กระชับ รวบรัด จับประเด็นสำคัญ และมีที่มาของหลักฐานที่ชัดเจน (2) เป็นการประเมินไม่ใช่แค่บรรยาย (3) สื่อให้เห็นอย่างชัดเจนถึงผลกระทบของสิ่งโรงเรียนที่ได้ลงมือทำเพื่อพัฒนาคุณภาพด้านต่าง ๆ (เช่น ด้านผู้เรียน ด้านผู้สอน ด้านบริหาร ด้านปัจจัยพื้นฐาน เป็นต้น)

6.2 ส่วนที่เป็นเนื้อหาการประเมินตนเอง มีดังนี้

6.2.1 ข้อมูลพื้นฐานของสถานศึกษา โดยนำเสนอข้อมูลพื้นฐานของสถานศึกษาให้เหมาะสมตามบริบทของสถานศึกษา ใช้ภาษาที่อ่านเข้าใจง่าย การนำเสนออาจเป็นความเรียง ตาราง แผนภูมิ รูปภาพ หรือกราฟ เช่น ข้อมูลทั่วไป ข้อมูลผู้บริหาร ข้อมูลนักเรียน ข้อมูลครูและบุคลากร ข้อมูลงบประมาณ ข้อมูลสภาพชุมชนโดยรวม เป็นต้น

6.2.2 การตอบคำถามข้อ 1 มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษามีระดับคุณภาพใด ให้ระบุระดับคุณภาพของสถานศึกษา นำเสนอทั้งรายด้าน จำนวน 3 มาตรฐาน และภาพรวมของสถานศึกษา ซึ่งระดับคุณภาพจะประกอบไปด้วย 5 ระดับ คือ ระดับกำลังพัฒนา ระดับปานกลาง ระดับดี ระดับดีเลิศ และระดับยอดเยี่ยม

6.2.3 การตอบคำถามข้อ 2 ข้อมูล หลักฐาน และเอกสารเชิงประจักษ์สนับสนุนมีอะไรบ้าง ให้เน้นนำเสนอข้อมูล หลักฐานการประเมินเชิงประจักษ์ที่เกิดจากการปฏิบัติงานตามสภาพจริงของสถานศึกษา (evidence based) โดยเลือกใช้วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เหมาะสมและสะท้อนคุณภาพการดำเนินงานตามมาตรฐานของสถานศึกษาได้อย่างชัดเจน ลดภาระการจัดเก็บข้อมูลและเอกสารที่ไม่จำเป็นในการประเมิน ข้อมูลต้องมีความน่าเชื่อถือและสามารถตรวจสอบผลการประเมินได้ตามสภาพบริบทของสถานศึกษานั้น ๆ โดยข้อมูลที่นำเสนอในการตอบคำถามข้อ 2 นี้ สามารถจำแนกเป็นรายด้านได้ดังนี้

(1) ด้านคุณภาพของผู้เรียน ข้อมูลที่นำเสนอ เช่น

(1.1) ค่าเฉลี่ยของผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET)

(1.2) ผู้เรียนมีผลการประเมินความสามารถด้านการอ่าน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ระดับดีขึ้นไป

(1.3) ผู้เรียนมีผลการทดสอบความสามารถพื้นฐานของผู้เรียนระดับชาติ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ระดับดีขึ้นไป

(1.4) ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรวมทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ตั้งแต่ 3.0 ขึ้นไป

(1.5) ผู้เรียนมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีและสารสนเทศ

(1.6) ผู้เรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรในระดับดีขึ้นไป

(1.7) ผู้เรียนมีสุขภาพที่ดี เป็นต้น

 

(2) ด้านกระบวนการบริหารและการจัดการ ข้อมูลที่นำเสนอ เช่น

(2.1) ผลการประเมินสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษา

(2.2) สถานศึกษามีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ

(2.3) การบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพ

(2.4) ผู้ปกครองนักเรียนที่รับทราบข่าวสารจากสถานศึกษา

(2.5) ความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการดำเนินงานของสถานศึกษา

(2.6) การมีส่วนร่วมทางการศึกษาของชุมชนและสังคม  เป็นต้น

 

(3) ด้านกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ ข้อมูลที่นำเสนอ เช่น

(3.1) ผู้สอนมีการประเมินสมรรถนะในระดับดีขึ้นไป

(3.2) ผู้สอนสอนตรงตามวุฒิการศึกษาและมีภาระงานที่เหมาะสม

(3.3) ผู้สอนทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้มีความสามารถในการจัดการเรียนรู้ในระดับดีขึ้นไป

(3.4) ผู้สอนมีความสามารถและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและสารสนเทศในการจัดการเรียนรู้ในระดับดีขึ้นไป

(3.5) ความสามารถในการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก (Active Learning)

(3.6) ผู้สอนใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย

(3.7) สถานศึกษาจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่ทำให้ผู้เรียนค้นพบความถนัด รู้จักอาชีพและแนวทางการศึกษาต่อ

เป็นต้น

6.2.4 การตอบคำถามข้อ 3 แผนงาน แนวทางพัฒนาคุณภาพให้ดีขึ้นกว่าเดิม (อย่างน้อย 1 ระดับ) หรือคงสภาพอย่างไร โดยสถานศึกษานำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา การพัฒนาคุณภาพในปีต่อไป เพื่อยกระดับคุณภาพให้สูงขึ้น สถานศึกษาอาจนำเสนอแผนงาน/โครงการที่จะพัฒนาออกเป็นด้านต่าง ๆ ตามความสามารถที่จะดำเนินการได้ ตัวอย่างเช่น

(1) แผนงาน/โครงการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน

(2) แผนงาน/โครงการพัฒนาคุณภาพครูในเรื่องต่างๆ

(3) แผนงาน/โครงการพัฒนาด้านอาคารสถานที่และสภาพแวดล้อม

(4) แผนงาน/โครงการพัฒนาระบบบริหารจัดการของสถานศึกษา

เป็นต้น

นอกจากนี้ สถานศึกษาสามารถนำเสนอข้อมูลอื่นๆ ในภาคผนวกได้เช่นกัน แต่จะต้องเป็นข้อมูลที่สำคัญและจำเป็นเท่านั้น เพื่อไม่ให้การจัดทำเอกสารมีจำนวนมากและเป็นภาระในการดำเนินการ 

ที่มา ; FB ดร.วิษณุ ทรัพย์สมบัติ

สรุปสาระสำคัญ 

การจัดทำรายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา (SAR) เริ่มจากการประเมินคุณภาพภายในที่เน้นทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณตามบริบทจริงของสถานศึกษา จากนั้นจึงจัดทำรายงานผลการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพการศึกษาในรอบปี ครอบคลุมมาตรฐานการศึกษา และนำเสนอแก่คณะกรรมการสถานศึกษา หน่วยงานต้นสังกัด และสาธารณชน เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการพัฒนาและรองรับการประเมินคุณภาพภายนอก

ประโยชน์ของ SAR คือ เป็นฐานข้อมูลพัฒนาคุณภาพ ช่วยกระตุ้นการปรับปรุงงานของบุคลากร สื่อสารผลการพัฒนาแก่ผู้ปกครองและชุมชน สนับสนุนการกำหนดนโยบายของหน่วยงาน และใช้ประกอบการรับรองคุณภาพทั้งภายในและภายนอก

รูปแบบรายงานควรยืดหยุ่น กระชับ ใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ (evidence-based) และตอบ 3 คำถามหลัก ได้แก่ ระดับคุณภาพสถานศึกษา หลักฐานสนับสนุน และแนวทางพัฒนา โดยโครงสร้างประกอบด้วยบทสรุปผู้บริหารและเนื้อหาหลักซึ่งมีข้อมูลพื้นฐานและการประเมินตามมาตรฐาน 3 ด้าน (ผู้เรียน การบริหาร และการจัดการเรียนรู้) พร้อมแผนพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

 

ข้อสอบ

ข้อ 1

จุดเริ่มต้นที่สำคัญของการจัดทำ SAR คือข้อใด
ก. การจัดทำรายงานส่งหน่วยงานต้นสังกัด
ข. การประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษา
ค. การเผยแพร่ต่อสาธารณชน
ง. การประเมินคุณภาพภายนอก

เฉลย: ข
เหตุผล: SAR ต้องเริ่มจากการประเมินตนเองภายในเพื่อสะท้อนสภาพจริงก่อนจัดทำรายงาน

 

ข้อ 2

วัตถุประสงค์สำคัญของ SAR คือข้อใด
ก. เพื่อจัดอันดับโรงเรียน
ข. เพื่อใช้ในการเลื่อนวิทยฐานะครู
ค. เพื่อเป็นฐานข้อมูลพัฒนาคุณภาพและประเมินภายนอก
ง. เพื่อรายงานงบประมาณประจำปี

เฉลย: ค
เหตุผล: SAR ใช้เป็นฐานข้อมูลพัฒนาและรองรับการประเมินคุณภาพภายนอก

 

ข้อ 3

ข้อใดเป็นลักษณะสำคัญของข้อมูลใน SAR
ก. เน้นความเห็นส่วนบุคคล
ข. เน้นเอกสารจำนวนมาก
ค. เน้นข้อมูลเชิงประจักษ์ตรวจสอบได้
ง. เน้นการบรรยายทั่วไป

เฉลย: ค
เหตุผล: SAR ต้องใช้ evidence-based ที่ตรวจสอบได้

 

ข้อ 4

SAR มีประโยชน์ต่อหน่วยงานต้นสังกัดอย่างไร
ก. ใช้จัดงบประมาณฉุกเฉิน
ข. ใช้กำหนดนโยบายการศึกษา
ค. ใช้ประเมินครูรายบุคคล
ง. ใช้จัดอันดับคุณภาพนักเรียน

เฉลย: ข
เหตุผล: หน่วยงานใช้ข้อมูล SAR ในการกำหนดนโยบายระดับระบบ

 

ข้อ 5

ข้อใดเป็นองค์ประกอบของรายงาน SAR
ก. แผนการสอนและใบงาน
ข. บทสรุปผู้บริหารและเนื้อหาประเมินตนเอง
ค. แบบทดสอบกลางภาค
ง. รายงานการเงินเท่านั้น

เฉลย: ข
เหตุผล: โครงสร้างหลักคือบทสรุปผู้บริหารและเนื้อหาประเมิน

 

ข้อ 6

“บทสรุปผู้บริหาร” ควรมีลักษณะอย่างไร
ก. รายละเอียดเชิงลึกทุกโครงการ
ข. ไม่เกิน 2 หน้า กระชับและสรุปผลกระทบ
ค. เน้นเอกสารแนบจำนวนมาก
ง. เขียนเฉพาะปัญหาเท่านั้น

เฉลย: ข
เหตุผล: ต้องกระชับ สรุปผล และสะท้อนผลลัพธ์หลัก

 

ข้อ 7

คำถามหลักที่ SAR ต้องตอบ “ข้อใด” ไม่ถูกต้อง
ก. ระดับคุณภาพสถานศึกษา
ข. หลักฐานเชิงประจักษ์
ค. รายได้เฉลี่ยของครู
ง. แนวทางพัฒนา

เฉลย: ค
เหตุผล: รายได้ครูไม่ใช่คำถามหลักของ SAR

 

ข้อ 8

ระดับคุณภาพของสถานศึกษามีกี่ระดับ
ก. 3 ระดับ
ข. 4 ระดับ
ค. 5 ระดับ
ง. 6 ระดับ

เฉลย: ค
เหตุผล: มี 5 ระดับ ตั้งแต่กำลังพัฒนาถึงยอดเยี่ยม

 

ข้อ 9

ข้อใดเป็นตัวอย่างข้อมูลด้าน “ผู้เรียน”
ก. ความพึงพอใจผู้ปกครอง
ข. O-NET และผลสัมฤทธิ์การเรียน
ค. สมรรถนะผู้บริหาร
ง. การบริหารงบประมาณ

เฉลย: ข
เหตุผล: O-NET และผลสัมฤทธิ์สะท้อนคุณภาพผู้เรียนโดยตรง

 

ข้อ 10

เป้าหมายของการตอบคำถามข้อ 3 ใน SAR คืออะไร
ก. จัดทำรายงานงบประมาณ
ข. แสดงแนวทางพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพ
ค. สรุปผลการสอบ
ง. รายงานจำนวนครู

เฉลย: ข
เหตุผล: ข้อ 3 เน้นแผนพัฒนาเพื่อยกระดับหรือคงคุณภาพ

ความเห็นของผู้ชม