หนึ่งความห่วงใยต่อระบบการศึกษา และคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียน
ถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนใหม่
1.กรณีคำพิพากษาของศาลอาญา เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 จากข้อหาการชุมนุมทางการเมืองในปี 2557 ของกลุ่ม กปปส. ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเกิดขึ้น คือ การหลุดตำแหน่งของ 2 รัฐมนตรีว่าการ และ 1 รัฐมนตรีช่วยว่าการ ทำให้รัฐบาลโดย “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี ต้องจัดหาคนที่มีความเหมาะสมมาดำรงตำแหน่งดังกล่าวที่ว่างไป และถึงแม้ว่าระดับนโยบายในทุกตำแหน่งจะมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนประเทศไทย แต่ด้วยความสนใจในด้านการศึกษา และติดตามนโยบายบริหารการศึกษาของอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการอยู่เป็นประจำ รวมไปถึงการวิพากษ์วิจารณ์ สนับสนุน และท้วงติง ในประเด็นด้านการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง จึงขอให้ความเห็นต่อการได้มาซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนใหม่เป็นสำคัญ สำหรับเนื้อหาที่จะนำเสนอต่อจากนี้ไป
ผมจะเริ่มต้นด้วยคำถาม 3 ข้อ อันได้แก่
- หนึ่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนใหม่ ควรทำภารกิจอะไร และเพื่ออะไร
- สอง คุณสมบัติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนใหม่ ควรเป็นอย่างไร
- สาม นโยบายที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนเก่าทำไว้ อะไรที่ควรสานต่อ และต้องระวังอะไร หรือเรื่องใดบ้าง
คำตอบจากคำถามทั้ง 3 ข้อนี้ จะเป็นวิสัยทัศน์อันชัดเจนสำหรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนใหม่ ในการขับเคลื่อนระบบการศึกษาไทย ว่าจะพานักเรียนไปสู่จุดไหนในอนาคต
2. สำหรับคำตอบของผมนั้น ต้องขออนุญาตนำมาแบ่งปันกัน เพื่อหวังจะเป็นประโยชน์ต่อภารกิจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนใหม่ เพราะไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ถ้าเดินตามทางนี้ ผมยินดีสนับสนุนเต็มที่
คำถามที่หนึ่ง ภารกิจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ว่าจะเป็นในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ที่ต้องทำก็คือ การปรับปรุงคุณภาพการสอนของครู เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพของนักเรียน เป็นการสอนที่ทำให้นักเรียนคิดวิเคราะห์เป็น แก้ปัญหาเป็น รู้จักตนเอง และเคารพคนอื่น ไปจนถึงการดำเนินชีวิตอย่างมีศีลธรรมและจริยธรรมควบคู่กันไป ซึ่งนี่เป็นความหมายของการศึกษาอย่างแท้จริง นั่นคือ ประโยชน์จะต้องตกอยู่ที่นักเรียนเป็นสำคัญ มิใช่บุคคลอื่นใด ดังนั้น การจะบรรลุเป้าหมายนี้ได้ ระดับนโยบายต้องบริหารจัดการใน 3 เรื่อง ได้แก่
- 1. ครูต้องมีความรู้ในสาระวิชาที่สอน และนำความเป็นจริงของบริบทในชีวิตจริงของชุมชนที่โรงเรียนตั้งอยู่มากำหนดเป็นโจทย์ปัญหาในสาระวิชาที่สอนเพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้หลักการ แนวคิด และความเป็นจริงของสังคมที่เขาอยู่อาศัยไปพร้อมกัน
- 2. ครูต้องมีวิธีการสอนที่จะดึงความสนใจของนักเรียนไปสู่การตั้งคำถามและค้นหาคำตอบด้วยตนเอง วิธีการสอนนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการพัฒนาวิธีการคิดวิเคราะห์ การค้นหาคำตอบ และแก้ปัญหาของนักเรียน ข้อสรุปของการเรียนรู้ และทักษะของการแก้โจทย์ปัญหาของนักเรียน คือผลสัมฤทธิ์ของการเรียนรู้
- 3. ครูต้องมีใจและความรักที่จะสอนนักเรียน โดยมุ่งเป้าสู่การสร้างนักเรียนให้เป็นพลเมืองดีของประเทศชาติ การสอนของครูครอบคลุมไปถึงการเป็นแบบอย่างเชิงพฤติกรรมของครูให้นักเรียนได้เรียนรู้และปฏิบัติตาม การปลูกฝังศีลธรรมและจริยธรรมต้องกระทำควบคู่กันทั้งการสอนและการปฏิบัติตนของครู
3.สำหรับคำตอบในเรื่องของคุณสมบัติอันเหมาะสมของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งผมได้เชื่อมโยงต่อภารกิจในประเด็นแรก ในกรณีที่จะสามารถทำให้สำเร็จได้นั้น รัฐมนตรีคนนี้จะต้อง…
- 1. ต้องเป็นคนที่รู้จริงเรื่องการศึกษา คือ รู้ปัญหา ทำเป็น มีวิธีแก้ปัญหาภายใต้ระบบการเมือง กล่าวให้ชัดก็คือ ต้องเป็นมืออาชีพด้านการบริหารจัดการด้านการศึกษา ไม่ใช่รัฐมนตรีมือสมัครเล่นที่เข้ามาเพื่อทดลองงาน เพราะกระทรวงศึกษาธิการในรอบ 10 กว่าปีที่ผ่านมา เมื่อได้รัฐมนตรีที่ขาดความรู้จริงเรื่องการศึกษาเข้ามารับผิดชอบ ทำให้ต้องเสียเวลาตกอยู่ในวังวนปัญหาของระบบราชการประจำ จนท้ายที่สุดต้องออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีไป โดยไม่ได้พัฒนาคุณภาพทางการศึกษาเท่าที่ควรจะเป็น
- ดังนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนต่อไป เมื่อเข้ามารับตำแหน่ง ต้องสามารถทำงานได้ในทันที และมีประสิทธิภาพทั้งในแง่การบริหารนโยบาย กำลังคน และการเมืองในกระทรวง
- 2. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ต้องรู้เท่าทันระบบราชการและข้าราชการในกระทรวง ประเด็นนี้ผมสื่อสารผ่านบทความอยู่หลายครั้ง แต่จากการอภิปรายไม้ไว้วางใจที่ผ่านมา ก็ชัดเจนว่า มีข้อครหาในเรื่องผลประโยชน์และความไม่ลงรอยในระบบราชการประจำเกิดขึ้น
- ดังนั้น พื้นที่ทำงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ต้องไปอยู่ที่ชั้นเรียน และในโรงเรียนทั่วประเทศ ไม่ใช่ที่ทำการของกระทรวงศึกษาธิการ บนถนนราชดำเนินเท่านั้น
- 3. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ต้องทำงานหนัก ทำงานจริง ในพื้นที่จริง เพื่อให้เห็นสภาพความเป็นจริงจากการสอนของครู และการเรียนรู้ของนักเรียน รวมไปถึงต้องมีความกล้าในการตัดสินใจแก้ปัญหาให้ครูและนักเรียน ผ่านนโยบาย และการปฏิบัตินโยบายที่ตรงปัญหาจริง และมีเป้าหมายที่การยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียน
4.ในส่วนของนโยบายที่ควรนำมาสานต่อ ที่ผมติดตามและมองเห็นว่า น่าจะเกิดประโยชน์ต่อการเรียนรู้ของนักเรียน ก็คือ
- การสร้างโรงเรียนคุณภาพในชุมชน เพราะเป็นหลักในการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพสำหรับนักเรียนในชุมชน และเป็นการสนับสนุนโรงเรียนขนาดเล็กในถิ่นทุรกันดารหรือห่างไกลที่ต้องรักษาให้คงไว้ ให้สามารถจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพต่อนักเรียนตามมาตรฐานได้ (อย่างน้อยขั้นต่ำ) เช่น การมีครูคุณภาพ มีอาหารกลางวันที่ดีและเพียงพอ มีสภาพห้องเรียนและห้องน้ำที่สะอาด มีไฟส่องสว่างที่ให้ความปลอดภัย เป็นต้น
- ส่วนโครงการที่ต้องระวัง คือโครงการที่มีการจัดซื้อจัดจ้างด้วยงบประมาณสูง เช่น โครงการอันเกี่ยวเนื่องกับระบบเทคโนโลยีการเรียนการสอน และการบริหารการศึกษา ซึ่งในประเด็นดังกล่าวนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนใหม่ ต้องมองให้ออกว่า โครงการเหล่านี้จะเกิดประโยชน์ต่อคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียนจริงหรือไม่ และเต็มเม็ดเต็มหน่วยแค่ไหน
ทั้งหมดนี้ คือ ความห่วงใยที่ผมมีต่อระบบการศึกษาไทย และคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียนครับ
กนก วงษ์ตระหง่าน
ที่มา ; FB กนก วงษ์ตระหง่าน (Kanok Wongtrangan)
สรุปสาระสำคัญ
บทความเสนอวิสัยทัศน์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนใหม่ โดยชี้ว่าภารกิจหลักคือการยกระดับ “คุณภาพการสอนของครู” เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริง คิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาได้ และมีคุณธรรม การบรรลุเป้าหมายนี้ต้องบริหาร 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ (1) ครูมีความรู้ในเนื้อหาและเชื่อมโยงกับบริบทชีวิตจริงของชุมชน (2) ใช้วิธีสอนที่กระตุ้นการตั้งคำถามและค้นหาคำตอบด้วยตนเอง (3) มีจิตวิญญาณความเป็นครูและเป็นแบบอย่างด้านคุณธรรม
ด้านคุณสมบัติ รัฐมนตรีต้องเป็น “มืออาชีพด้านการศึกษา” เข้าใจปัญหาเชิงระบบ ทำงานได้ทันที รู้เท่าทันระบบราชการ ลงพื้นที่จริง เห็นปัญหาหน้างาน และกล้าตัดสินใจเชิงนโยบายเพื่อแก้ปัญหาอย่างตรงจุด
สำหรับนโยบาย ควรสานต่อการพัฒนา “โรงเรียนคุณภาพในชุมชน” เพื่อสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษา โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล ขณะเดียวกันต้องระมัดระวังโครงการใช้งบประมาณสูง โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี ว่ามีผลต่อคุณภาพผู้เรียนจริงหรือไม่
สาระสำคัญของบทความจึงเน้นว่า การปฏิรูปการศึกษาต้องยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ผ่านครูที่มีคุณภาพ และผู้นำที่เข้าใจระบบและลงมือทำจริง
ข้อสอบ
ข้อ 1 ภารกิจหลักของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการตามบทความคือข้อใด
ก. เพิ่มงบประมาณการศึกษา
ข. ยกระดับคุณภาพการสอนของครู
ค. ปรับปรุงโครงสร้างกระทรวง
ง. พัฒนาเทคโนโลยีการศึกษา
เฉลย: ข
เหตุผล: บทความเน้นว่าคุณภาพครูเป็นหัวใจของการพัฒนาผู้เรียน
ข้อ 2 ข้อใด “ไม่ใช่” องค์ประกอบ 3 ด้านที่ต้องบริหาร
ก. ความรู้ครู
ข. วิธีสอน
ค. การประเมินผลแบบแข่งขัน
ง. จิตวิญญาณความเป็นครู
เฉลย: ค
เหตุผล: ไม่มีการกล่าวถึงการแข่งขันเป็นองค์ประกอบหลัก
ข้อ 3 แนวทางการสอนที่เหมาะสมที่สุดคือข้อใด
ก. บรรยายเนื้อหาอย่างละเอียด
ข. ให้นักเรียนท่องจำ
ค. กระตุ้นให้ตั้งคำถามและค้นหาคำตอบเอง
ง. ใช้แบบฝึกหัดจำนวนมาก
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นการคิดวิเคราะห์และการเรียนรู้ด้วยตนเอง
ข้อ 4 คุณสมบัติสำคัญของรัฐมนตรีคือข้อใด
ก. มีชื่อเสียงทางการเมือง
ข. เป็นนักธุรกิจ
ค. เป็นมืออาชีพด้านการศึกษา
ง. มีอำนาจทางการเงิน
เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องรู้จริงและแก้ปัญหาได้
ข้อ 5 เหตุใดรัฐมนตรีต้องลงพื้นที่โรงเรียน
ก. เพื่อสร้างภาพลักษณ์
ข. เพื่อควบคุมครู
ค. เพื่อเข้าใจปัญหาจริง
ง. เพื่อเพิ่มงบประมาณ
เฉลย: ค
เหตุผล: การตัดสินใจต้องอิงสภาพจริง
ข้อ 6 นโยบายที่ควรสานต่อคือข้อใด
ก. โรงเรียนอินเตอร์
ข. โรงเรียนคุณภาพในชุมชน
ค. การเรียนออนไลน์เต็มรูปแบบ
ง. การสอบแข่งขันระดับชาติ
เฉลย: ข
เหตุผล: ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ
ข้อ 7 โครงการที่ควรระวังคือข้อใด
ก. อาหารกลางวัน
ข. พัฒนาครู
ค. เทคโนโลยีใช้งบสูง
ง. กิจกรรมชุมชน
เฉลย: ค
เหตุผล: อาจไม่ส่งผลต่อผู้เรียนจริง
ข้อ 8 เป้าหมายสูงสุดของการศึกษาคือข้อใด
ก. สอบได้คะแนนสูง
ข. ได้งานดี
ค. เป็นพลเมืองดี มีคุณธรรม
ง. แข่งขันระดับโลก
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นคุณภาพคนและจริยธรรม
ข้อ 9 หากโรงเรียนขาดครูคุณภาพ ควรแก้ปัญหาอย่างไร
ก. เพิ่มเทคโนโลยี
ข. ลดเนื้อหา
ค. พัฒนาครูและสนับสนุนทรัพยากร
ง. เพิ่มการสอบ
เฉลย: ค
เหตุผล: สอดคล้องแนวคิดหลักของบทความ
ข้อ 10 แนวคิดสำคัญที่สุดของบทความคือข้อใด
ก. การเพิ่มงบประมาณ
ข. การปฏิรูปโครงสร้าง
ค. ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลางผ่านครูคุณภาพ
ง. การแข่งขันระดับนานาชาติ
เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นแก่นของทั้งบทความ
ความเห็นของผู้ชม