สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ตัดต้นไม้ในที่ราชพัสดุต้องแจ้งและได้รับอนุญาตจากกรมธนารักษ์ก่อน

การตัดต้นไม้ในที่ราชพัสดุ จะต้องแจ้งและขออนุญาตจากกรมธนารักษ์(ผู้แทนในพื้นที่)ก่อนดำเนินการ และต้องแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อประเมินราคาต้นไม้ที่จะจำหน่าย เงินที่ได้จากการจำหน่ายต้องส่งเป็นรายได้ของแผ่นดิน 

ข้อกฎหมาย 

- ป.อ. เจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ มาตรา ๑๔๗, เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มาตรา ๑๕๗, เหตุบรรเทาโทษ มาตรา ๗๘, กฎหมายยกเลิกความผิด มาตรา ๓

- กฎกระทรวงการคลัง ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการปกครอง ดูแล บำรุงรักษา ใช้และจัดหาประโยชน์เกี่ยวกับที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๔๕ ข้อ ๒๑, ข้อ ๒๒

- ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการปกครอง ดูแล บำรุงรักษา และการใช้ที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๔๖ หมวด ๕ ข้อ ๒๑, ข้อ ๒๒ 

กรณีพิพาทและการพิจารณา

- โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗, ๑๕๗

- จำเลยให้การปฏิเสธ

- จำเลยเป็นข้าราชการครู ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน มีอำนาจหน้าที่จัดการและดูแลรักษาต้นยางบงรวมทั้งต้นไม้อื่นที่ขึ้นในเขตโรงเรียนไว้แทนผู้เสียหาย

- สำหรับการตัดต้นยางบงในพื้นที่โรงเรียน ซึ่งอยู่ในที่ดินราชพัสดุจะต้องแจ้งและขออนุญาตจากกรมธนารักษ์ก่อนดำเนินการตัดไม้

- การจำหน่ายไม้ที่ตัดก็ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงการคลัง ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการปกครอง ดูแล บำรุงรักษา ใช้และจัดหาประโยชน์เกี่ยวกับที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๔๕ ข้อ ๒๑, ข้อ ๒๒ และระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการปกครอง ดูแล บำรุงรักษา และการใช้ที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๔๖ หมวด ๕ ข้อ ๒๑, ข้อ ๒๒

- โดยต้องแต่งตั้ง คณะกรรมการมีจำนวนไม่น้อยกว่า ๓ คน เพื่อประเมินราคาต้นไม้ที่จะจำหน่าย กรรมการอย่างน้อย ๑ คน จะต้องเป็นผู้ชำนาญการหรือมีความรู้เกี่ยวกับการประเมินราคาต้นไม้ที่ได้มาจากที่ราชพัสดุ

เงินที่ได้จากการจำหน่ายต้องส่งเป็นรายได้ของแผ่นดิน

- จำเลยดำเนินการให้มีการตัดต้นยางบงลักษณะไม้ตายยืนต้น จำนวน ๕ ต้น โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เสียหาย และการขายไม้ที่ตัดก็ไม่ได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาประเมินราคาไม้ อันเป็นการไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการตัดต้นไม้ในที่ราชพัสดุ

- การที่จำเลยตั้งคณะกรรมการตรวจสภาพบริเวณโรงเรียน อาคารเรียน อาคารประกอบ ต้นไม้และทรัพย์สมบัติของโรงเรียนที่เป็นจุดเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของทางราชการ และจำเลยได้อนุมัติให้คณะกรรมการตัดต้นไม้ที่ยืนต้นตายและกำลังยืนต้นตายที่อาจหักทับอาคารเรียนและทรัพย์สมบัติของโรงเรียนนั้น เป็นแต่เพียงขั้นตอนที่จำเลยมีคำสั่งบริหารจัดการภายในโรงเรียน ซึ่งก็มิได้เป็นเหตุที่จะทำให้จำเลยตัดต้นไม้และจัดการขายไม้โดยที่ไม่ต้องปฏิบัติตาม กฎ ระเบียบ กระทรวงการคลังและกฎหมายของทางราชการแต่อย่างใด

- การที่จำเลยให้นาย ป.กับพวกตัดต้นยางบง และรับเงินจากนาย ป.กับพวกนั้น เป็นการกระทำของจำเลยแต่ผู้เดียว โดยไม่มีบุคลากรของโรงเรียนที่เกี่ยวข้องกับงานพัสดุและการเงินเข้าร่วมรู้เห็น แสดงพฤติการณ์ว่าจำเลยต้องการปกปิดจะกระทำเพื่อสะดวกแก่การให้ นาย ป.กับพวกเข้าตัดต้นยางบงและรับเงินจากนาย ป.กับพวก

- การที่จำเลยอ้างว่าเงินที่รับจากนาย ป. จะใช้เป็นเงินรายได้ของโรงเรียนนั้น เชื่อว่าเป็นข้ออ้างที่จำเลย เพิ่งจะยกขึ้นอ้างภายหลังเกิดเหตุ ซึ่งไม่ใช่เหตุที่จะรับฟังเป็นคุณแก่จำเลยได้ ดังนั้นข้อต่อสู้ตามที่จำเลยกล่าวอ้างไม่สามารถรับฟังได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นไปโดยชอบ ด้วยกฎ ระเบียบและกฎหมาย 

-การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการและรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗, ๑๕๗ เมื่อการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗ ซึ่งเป็นบทเฉพาะแล้วก็ไม่จำต้องปรับบทความผิดตามมาตรา ๑๕๗ ซึ่งเป็นบททั่วไปอีก 

-อนึ่ง ภายหลังการกระทำความผิดดังกล่าวได้มีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๗ ให้ยกเลิกอัตราโทษในมาตรา ๑๔๗ และให้ใช้อัตราโทษใหม่แทน ปรากฏว่าโทษจำคุกตามกฎหมายเดิมและกฎหมายที่แก้ไขใหม่มีระวางโทษจำคุกเท่ากันส่วนโทษปรับตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่มีระวางโทษปรับสูงกว่าโทษปรับตามกฎหมายเดิม กฎหมายที่แก้ไขใหม่ไม่เป็นคุณแก่จำเลย จึงให้ใช้กฎหมายเดิมซึ่งเป็นบทกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดบังคับแก่จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓ 

คำพิพากษา

ว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗ (เดิม) ลงโทษจำคุก ๕ ปี ทางนำสืบพยานของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ให้หนึ่งในสาม คงจำคุก ๓ ปี ๔ เดือน

 

ที่มา : คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริต และประพฤติมิชอบภาค ๓

คดีหมายเลขดำ ที่ อท ๑๓/๒๕๖๒ คดีหมายเลขแดง ที่ อท ๗๖/๒๕๖๒

 

ข่าวเกี่ยวกัน

เลขาฯ สพฐ. ออกโรงจี้ สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2 แจงข้อเท็จจริงตัด ‘ไม้พะยูง’ ด่วน 

เมื่อวันที่ 21 ส.ค. นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยกรณีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพป.) กาฬสินธุ์ เขต 2 ร่วมกับโรงเรียนคำไฮวิทยา และธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ ประมูลซื้อขายไม้พะยูงจำนวน 22 ต้น ในราคา 153,000 บาท ก่อนมีการตัดในโรงเรียนไปแล้ว 17 ต้น เหลือ 5 ต้น ซึ่งมีความผิดปกติในราคาประเมิน และเรื่องความเหมาะสม ทั้งที่ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ สั่งห้ามมีการตัดไม้พะยูง แต่กลับมีการตัดอีก ว่า ตนได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งได้สั่งให้ สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2 ได้ชี้แจงข้อเท็จเรื่องดังกล่าวให้ตนรับทราบโดยเร็ว เนื่องจากเป็นเรื่องที่สังคมจับตา อีกทั้งการดำเนินการเรื่องนี้มีระเบียบจากกรมธนารักษ์ไว้อยู่แล้วว่า การตัดต้นไม้จะต้องมีขั้นตอนการขอนุญาตกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง ซึ่งการตัดต้นไม้ผิดหรือถูก ก็ต้องว่ากันไปตามระเบียบของกรมธนารักษ์ แต่ที่แปลกใจคือ การจะอนุญาตให้ตัดต้นไม้ได้ จะมีคำสั่งจากจากผู้ว่าราชการหรือรองผู้ว่าราชการ ซึ่งสาเหตุที่แท้จริงก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ 

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตาม ตนได้สั่งการให้ สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2 ได้ชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้ว ซึ่งต้องรอให้เขตพื้นที่สรุปข้อมูลก่อนว่า มีการดำเนินการเป็นมาอย่างไร หากเขตพื้นที่ดำเนินการอย่างถูกต้องตามหลักของข้อกฎหมาย ก็ให้ชี้แจงให้สังคมได้รับทราบ 

จากกรณีไม้พะยูงของกลาง 7 ท่อน มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท หายไปจากสำนักงานเทศบาลตำบลอิตื้อ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ อย่างไร้ร่องรอย เมื่อช่วงคืนวันที่ 5 ส.ค.66 ที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสว่ามีบุคคลของรัฐไม่น้อยกว่า 6 คน เข้าไปเกี่ยวข้อง แต่จากแนวทางการสอบสวนผุ้เกี่ยวข้องให้การปฏิเสธ ถึงวันนี้ยังไม่มีความคืบหน้าของคดี แต่กลับมีปัญหาการตัดไม้พะยูงรายวันในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ โดยเฉพาะที่โรงเรียนคำไฮวิทยา ต.หนองกุงศรี อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งมีการเปิดให้นายหน้าเข้ามาตัดไม้พะยูงภายในโรงเรียนถึง 22 ต้น ในราคา 1.53 แสนบาท ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น 

ล่าสุด เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการเปิดเอกสาร หลักฐานการชำระเงินจากนายทุนคนหนึ่ง เพื่อซื้อไม้พะยูงจำนวน 22 ต้น และตอไม้จำนวน 2 ตอ กับ โรงเรียนคำไฮวิทยา ระบุจำนวนเงิน 1.53 แสนบาท โดยมีการลงชื่อผู้รับเงินอย่างถูกต้อง ซึ่งเอกสารใบเสร็จรับเงินดังกล่าว ได้ถูกส่งต่อเพื่อรวบรวมในกระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริงเป็นที่เรียบร้อย เนื่องจากกรณีนี้หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า ไม้พะยูงเป็นไม้มีค่าและอยู่ในที่ราชพัสดุ ซึ่งราคาที่ขายออกไปเพียง 1.53 แสนบาท ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า เป็นราคาที่ต่ำกว่าตลาดหรือไม่ ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน 

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผวจ.กาฬสินธุ์ ระบุว่า ปัญหาการตัดไม้พะยูง ภายในโรงเรียนคำไฮวิทยา นั้น ได้รับรายงานเบื้องต้นจากนายอำเภอหนองกุงศรี ทราบว่า เรื่องนี้ไปเกี่ยวพัน 3 ฝ่าย ที่อนุญาตกันเอง ประกอบด้วย 1.ผอ.โรงเรียนคำไฮวิทยา 2.ผอ.เขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2 และ 3. ธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ อนุญาตให้ตัดเพื่อหาเงินเข้าหลวง เนื่องจากตามระเบียบกรมธนารักษ์แล้ว การจะตัดไม้ในเขตพื้นที่ราชพัสดุได้นั้น มีข้อยกเว้นในกรณีที่มีความจำเป็นอันหลีกเลี่ยงไม่ได้ ให้รวบรวมรายละเอียดข้อเท็จจริง พร้อมทั้งเหตุผลและความจำเป็น โดยเปรียบเทียบผลดีและผลเสียในการดำเนินการ พร้อมทั้งความเห็นที่เกี่ยวข้องแล้วส่งให้กรมธนารักษ์พิจารณาความเหมาะสมเป็นรายกรณี 

โดยกรณีนี้ เรื่องการตัดไม้พะยูงที่โรงเรียนคำไฮวิทยานั้น สาเหตุเกิดจากฝีมือของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ทางธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ออกหนังสืออนุญาตให้พ่อค้าไม้พะยูงมาตัด ทั้งที่มีหนังสือข้อสั่งการทางจังหวัดห้ามตัด และมีการขนไม้พะยูงไปเต็มรถสิบล้อ โดยมีหลักฐานปรากฏแต่ปรากฏเอกสารเป็นใบเสร็จรับเงินเพียง 1.53 แสนบาท เท่านั้น 

ผวจ.กาฬสินธุ์ ส่ง ป.ป.ช.-ป.ป.ท.-สตง. สอบเอาผิด "2 ผู้อำนวยการ" ขายไม้พะยูงในโรงเรียน ลั่นฟันวินัย-แพ่ง-อาญา ให้ถึงที่สุด ระบุเป็นพฤติการณ์ฝ่าฝืนข้อสั่งการจังหวัด ที่มีคำสั่งห้ามตัดไม้ในวัด โรงเรียน และสถานที่ราชการ ขณะที่ตำรวจเตรียมออกหมายจับยกขบวนการในสัปดาห์หน้า 

จากกรณีไม้พะยูงของกลาง 7 ท่อน มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท หายไปจากสำนักงานเทศบาลตำบลอิตื้อ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ อย่างไร้ร่องรอย เมื่อช่วงคืนวันที่ 5 ส.ค. 66 ที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสว่ามีบุคคลของรัฐไม่น้อยกว่า 6 คน เข้าไปเกี่ยวข้อง แต่ให้การปฏิเสธ ถึงวันนี้ยังไม่มีความคืบหน้าของคดี แต่กลับมีปัญหาการตัดไม้พะยูงรายวันในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ โดยเฉพาะที่โรงเรียนคำไฮวิทยา ต.หนองกุงศรี อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งมีการเปิดให้นายหน้าเข้ามาตัดไม้พะยูงภายในโรงเรียนถึง 22 ต้น ในราคา 1.5 แสนบาท ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น 

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ส.ค. นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ปัญหาไม้พะยูงของกลางหายที่หน้าเสาธง สำนักงานเทศบาลตำบลอิตื้อ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ได้สั่งการให้ นายธวัชชัย รอดงาม รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ เข้าติดตามร่วมกับ พล.ต.ต.สุวรรณ์ เชี่ยวนาวินธวัช ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ดำเนินการสางปัญหานี้ให้เรียบร้อย ซึ่งขณะนี้กรณี ไม้พะยูงของกลางหาย ตำรวจทำสำนวนใกล้เสร็จแล้ว ที่มี ข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ และคนในพื้นที่มีส่วนร่วม ซึ่งก็จะสามารถออกหมายจับได้ภายในสัปดาห์หน้า 

ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวต่อว่า ส่วนปัญหาการตัดไม้พะยูง ภายในโรงเรียนคำไฮวิทยา ไปถึง 17 ต้น ซึ่งตนได้รับรายงานเบื้องต้นจากนายอำเภอหนองกุงศรี ทราบว่า เรื่องนี้ไปเกี่ยวพัน 3 ฝ่าย ที่อนุญาตกันเอง ประกอบด้วย 1.ผอ.โรงเรียนคำไฮวิทยา 2.ผอ.เขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2 และ 3. ธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ อนุญาตให้ตัดเพื่อหาเงินเข้าหลวงนั้น 

กรณีนี้ ก่อนหน้าตั้งแต่มีปัญหาขโมยไม้ของกลาง ตนก็ได้มีข้อสั่งการเป็นหนังสือเวียนไปยังทุกหน่วยงานว่า ให้ร่วมกันป้องกันปัญหาการลักลอบตัดไม้พะยูง เน้นว่าหากพบ ต้องช่วยกันป้องกันและแจ้งเบาะแส แต่ในกรณีนี้ ถือเป็นการฝ่าฝืนข้อสั่งการที่ต้องร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ตามแผนปฏิรูปประเทศในการเพิ่มจำนวนป่าไม้เพื่อลดปัญหา PM 2.5 แต่พบว่าการตัดไม้พะยูงที่โรงเรียนคำไฮวิทยานั้น สาเหตุเกิดจากฝีมือของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ทางธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ออกหนังสืออนุญาตให้พ่อค้าไม้พะยูงมาตัด ทั้งที่มีหนังสือข้อสั่งการทางจังหวัดห้ามตัด และมีการขนไม้พะยูงไปถึง 17 ต้น เต็มรถสิบล้อ ปรากฏเอกสารเป็นใบเสร็จรับเงินเพียง 1.5 แสนบาท” ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าว 

ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวต่อว่า ส่วนปัญหาการตัดไม้พะยูง ภายในโรงเรียนคำไฮวิทยา ไปถึง 17 ต้น ซึ่งตนได้รับรายงานเบื้องต้นจากนายอำเภอหนองกุงศรี ทราบว่า เรื่องนี้ไปเกี่ยวพัน 3 ฝ่าย ที่อนุญาตกันเอง ประกอบด้วย 1.ผอ.โรงเรียนคำไฮวิทยา 2.ผอ.เขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2 และ 3. ธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ อนุญาตให้ตัดเพื่อหาเงินเข้าหลวงนั้น 

กรณีนี้ ก่อนหน้าตั้งแต่มีปัญหาขโมยไม้ของกลาง ตนก็ได้มีข้อสั่งการเป็นหนังสือเวียนไปยังทุกหน่วยงานว่า ให้ร่วมกันป้องกันปัญหาการลักลอบตัดไม้พะยูง เน้นว่าหากพบ ต้องช่วยกันป้องกันและแจ้งเบาะแส แต่ในกรณีนี้ ถือเป็นการฝ่าฝืนข้อสั่งการที่ต้องร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ตามแผนปฏิรูปประเทศในการเพิ่มจำนวนป่าไม้เพื่อลดปัญหา PM 2.5 แต่พบว่าการตัดไม้พะยูงที่โรงเรียนคำไฮวิทยานั้น สาเหตุเกิดจากฝีมือของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ทางธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ออกหนังสืออนุญาตให้พ่อค้าไม้พะยูงมาตัด ทั้งที่มีหนังสือข้อสั่งการทางจังหวัดห้ามตัด และมีการขนไม้พะยูงไปถึง 17 ต้น เต็มรถสิบล้อ ปรากฏเอกสารเป็นใบเสร็จรับเงินเพียง 1.5 แสนบาท” ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าว 

ผวจ.กาฬสินธุ์ ยังกล่าวว่า เรื่องนี้จะทำให้กระจ่าง ได้มอบหมายให้ นายธวัชชัย รอดงาม ผวจ.กาฬสินธุ์ ดูแล พร้อมประสานไปยัง ป.ป.ช.-สตง.-ป.ป.ท. เข้าตรวจสอบ ที่จะให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งทางวินัย อาญาและทางแพ่ง ตามกฎหมายให้ถึงที่สุด ส่วนปัญหาการตัดไม้พะยูง มีการวิพากษ์วิจารณ์กันทั่วไป ในประเด็นไม้พะยูงของกลางหายและกรณีไม้พะยูงของโรงเรียนที่ถูกอนุญาตให้ตัดขาย ทั้งพฤติกรรมเจ้าหน้าที่รัฐ กับราคาที่มีการจำหน่ายให้กับพ่อค้าไม้พะยูงในราคาที่ต่ำมาก 

มีรายงานข่าวแจ้งว่า ในช่วงบ่ายของ วันที่ 17 ส.ค. ในการประชุมคณะกรรมการประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐประจำ จ.กาฬสินธุ์ ที่ห้องประชุมสำนักงานธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ มี นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานประชุม มีนายไสว สะอาด ธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ นายอิทธิพล กาฬอ่อนศรี เจ้าพนักงานที่ดินกาฬสินธุ์ นายสิทธิศักดิ์ ยนต์ตระกูล ผู้ทรงคุณวุฒิ และคณะกรรมการ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในภาครัฐและเอกชน ในวาระการประชุม เป็นในส่วนของการประเมินราคาทรัพย์สินที่เป็นที่ดินในความรับผิดชอบของธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ แต่ไม่มีวาระของการประเมินทรัพย์สินอื่นใด ไม่ว่าจะเป็นสิ่งปลูกสร้าง อาคาร หรือต้นไม้

ซึ่งในช่วงหนึ่ง นายปราชญา รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ ได้ถามนายไสว กรณีไม้พะยูงหายที่ ทต.อิตื้อ “รู้ไหมว่าไม้ไปไหน และหายได้อย่างไร” นายไสว ตอบว่า “ไม่ทราบ ไม่รู้ว่าพื้นที่เขาทำยังไง” 

ขณะที่นายไสว ปฏิเสธที่จะให้คำตอบ หลังถูกถามกรณีไม้พะยูงถูกลักลอบตัดและขนย้ายไปเก็บที่หน้าเสาธง ทต.อิตื้อ ว่ามีความคืบหน้าถึงไหน ซึ่งอ้างว่า ตนได้ชี้แจงกับอธิบดีไปแล้ว ทั้งนี้ หลังประชุมคณะกรรมการประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ ผู้เข้าร่วมประชุมได้ลงมาดูท่อนไม้พะยูงประมาณ 25 ท่อน ลักษณะสวยงาม ที่ถูกนำมาวางกองไว้ที่ด้านหลังสำนักงานธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ จากการถามเจ้าหน้าที่ธนารักษ์ ได้คำตอบสั้นๆ ว่า เป็นไม้ที่ถูกลักลอบตัดมาจากทางโน้น มีรถ 6 ล้อ ขนย้ายมาที่นี่ประมาณ 1 เดือนแล้ว ส่วนนายไสว กล่าวว่า ไม้กองนี้ มีคนประเมินราคาไว้ 4 หมื่นบาท

รายงานข่าวยังระบุด้วยว่า ไม้พะยูงสวยงามที่ธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ นำมาเก็บไว้และกำลังดำเนินการประมูลนั้น ถูกขนย้ายมาจากโรงเรียนบ้านคำเชียงวัน ต.โนนแหลมทอง อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ โดยระบุว่า ที่โรงเรียนแห่งนี้ ไม้พะยูงถูกคนร้ายลักลอบตัด 2 ครั้ง ครั้งแรกเดือน พ.ค. ถูกตัดไม้พะยูงไป 1 ต้น ต่อมาเดือน ก.ค. ถูกคนร้ายลักลอบเข้ามาตัด 2 ต้น ขนย้ายไป 1 ต้น อีกต้นตัดไม่ขาด ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ออกตรวจสอบที่เกิดเหตุและตรวจยึด ก่อนตัดทอนเป็นท่อน มาเก็บไว้ที่ด้านหลังสำนักงานธนารักษ์ฯ ดังกล่าว 

อย่างไรก็ตาม เกี่ยวกับเหตุคนร้ายลักลอบตัดไม้พะยูงในสถานศึกษา ยังมีรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 ส.ค. เวลา 02.00 น. เกิดเหตุคนร้ายลักลอบตัดไม้พะยูง 2 ต้น ที่โรงเรียนบ้านหนองจิก ต.หนองจิก อ.บรบือ จ.มหาสารคาม และวันที่ 17 ส.ค. คนร้ายลักลอบตัดไม้พะยูงในที่โรงเรียนเชียงยืนพิทยาคม ต.เชียงชืน อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม ตรวจยึดจำนวน 10 ท่อน จากนั้นนำของกลางไปเก็บรักษาไว้ที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มค.1 (บรบือ) 

สำหรับปัญหาการตัดไม้พะยูงในพื้นที่โรงเรียนคำไฮวิทยานั้น ประชาชนยังวิพากษ์วิจารณ์ถึงความถูกต้องในการตัดไม้พะยูง แม้ว่าทาง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2 และธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ ได้อ้างเหตุระเบียบพัสดุ แต่พบว่าพื้นที่ไม้พะยูงในโรงเรียนนั้น อยู่ห่างไกลตัวอาคาร และเป็นพื้นที่ป่าที่ควรอนุรักษ์ จึงถูกมองว่ามีความเหมาะสมในการตัดไม้พะยูงตามเหตุพัสดุหรือไม่ อีกทั้งด้านราคาขายกับนายหน้าค้าไม้ ราคาไม้พะยูงก็ถูกตีราคาที่ต่ำเทียบเท่าไม้ยูคา จึงต้องการให้มีการตรวจสอบให้ถึงที่สุด. 

เลขาฯ สพฐ. จี้ สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2 แจงข้อเท็จจริง ปมตัด "ไม้พะยูง" ในโรงเรียน หลังสังคมจับตาความเหมาะสมการดำเนินการ และความผิดปกติในราคาประเมิน แปลกใจการอนุญาตให้ตัดต้นไม้ ต้องมีคำสั่งจากผู้ว่าฯ หรือรองผู้ว่าฯ 

ที่มา ; เดลินิวส์ 21 สิงหาคม 2566

เกี่ยวข้องกัน

ตั้งกก.สอบแล้ว ‘สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2’ ปมเอี่ยวตัด ‘ไม้พะยูง’ ในโรงเรียน 

เมื่อวันที่ 26 ส.ค. นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวถึงกรณีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพป.) กาฬสินธุ์ เขต 2 ร่วมกับโรงเรียนคำไฮวิทยา และธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ ประมูลซื้อขายไม้พะยูงจำนวน 22 ต้น ในราคา 153,000 บาท ก่อนมีการตัดในโรงเรียนไปแล้ว 17 ต้น เหลือ 5 ต้น ซึ่งมีความผิดปกติในราคาประเมิน และเรื่องความเหมาะสม ทั้งที่ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ สั่งห้ามมีการตัดไม้พะยูง แต่กลับมีการตัดอีกว่า ขณะนี้ตนได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วว่าเรื่องดังกล่าวมีความเป็นมาอย่างไร ซึ่งจะต้องสรุปผลสอบให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เนื่องจากเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่สังคมกำลังจับตา โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในฐานะหน่วยงานส่วนกลาง ที่กำกับดูแลสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศ ไม่ได้นิ่งนอนใจ พร้อมตรวจสอบและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย 

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้จากการรายงานของ สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2 เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวในเบื้องต้นนั้นพบว่า สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2 และโรงเรียนมีการดำเนินปฏิบัติตามระเบียบขั้นตอนอย่างถูกต้อง แต่ที่ยังไม่สามารถตอบคำถามหรือเคลียร์ข้อสงสัยในบางประเด็นได้ คือ ราคาจำหน่ายกับราคากลางมันแตกต่างกันอย่างไร รวมถึงการจัดทำราคาประมูลไม้พะยูงด้วย ซึ่งเขตพื้นที่แจ้งว่า อยู่ในรายละเอียดการดำเนินการร่วมกันกับจังหวัด ดังนั้นตรงประเด็นที่มีข้อสงสัยและไม่สามารถชี้แจงได้ จะต้องมีการดำเนินการสอบสวนต่อไป 

เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สั่งตั้งคณะกรรมการสอบ สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2 ปมอนุญาตให้ตัด "ไม้พะยูง" ในโรงเรียน ชี้เขตพื้นที่ไม่เคลียร์บางประเด็น 

ที่มา ; เดลินิวส์ 26 สิงหาคม 2566

เกี่ยวข้องกัน

โผล่ฉาวโฉ่อีก! ลอบตัดพะยูงโรงเรียนขายจุดที่ 7 เร่งห่มเหลืองบวชกันตาย 

ความคืบหน้าการไล่ล่าแก๊งตัดไม้พะยูง จ.กาฬสินธุ์ ที่ยังเย้ยกฎหมายไม่จบสิ้น โดยเมื่อวันที่ 12 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่และเจ้าหน้าที่ชุดรวบรวมและตรวจสอบข่าว กอ.รมน.จังหวัดกาฬสินธุ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบในโรงเรียนหนองแวงบ่อแก้ว ต.อิตื้อ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ หลังภาคประชาชนแจ้งว่ามีการตัดไม้พะยูง ด้วยวิธีประมูลขายให้พ่อค้าอ้างนำเงินเข้าแผ่นดิน 4  ต้น ตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย. 2566 นับเป็นจุดที่ 7 พฤติกรรมคล้ายกับปัญหาที่เกิดขึ้นในโรงเรียนหลายแห่ง มี น.ส.วรรณกานต์ สิมมา ผอ.โรงเรียนหนองแวงบ่อแก้ว ได้คณะเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบไม้พะยูงที่ยังเหลือกว่า 10 ต้น ที่มีการนำผ้าเหลืองมาพันเอาไว้ ตามประเพณีพื้นบ้านอีสาน เรียกว่าบวชต้นไม้พะยูง และยอมรับว่ามีการประมูลขายไม้พะยูงไปจริง ตามคำแนะนำของผู้บริหาร สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2 และตัวแทนธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ 

ทั้งนี้ น.ส.วรรณกานต์ กล่าวว่า ตนย้ายมาเป็นผู้บริหารโรงเรียนในปี 2563 มีคนมาติดต่อขอซื้อไม้พะยูงหลายราย แต่ได้ปฏิเสธไป เพราะเราเป็นโรงเรียนอนุรักษ์ต้นไม้ กระทั่งในปี 2565 ไม้พะยูงยืนต้นตาย 4 ต้น อายุกว่า 50 ปี ไม้ยางนา 1 ต้น จึงประชุมขอมติกรรมการสถานศึกษา และ สพป.กาฬสินธุ์ เขต กระทั่งทราบภายหลังว่า สพป. และธนารักษ์พื้นที่เข้าไปดำเนินการไปตัดขาย 17 ท่อน ส่วนไปประมูลขายอย่างไรไม่ทราบ แต่ก็ได้อธิบายให้กรรมการสถานศึกษาและชาวบ้านทราบว่า ทางเขตและธนารักษ์ขายไม้เพื่อนำเงินเข้าหลวง 

กระทั่งวันที่ 2 พ.ค. 66 มีคนร้ายลอบตัดไม้พะยูง 2 ต้น ได้ไปแจ้งความที่ สภ.โนนสูง ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ธนารักษ์ และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ มาตรวจยึดของกลางและแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินราคากลาง 3 คน ประกอบด้วยเจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส นายช่างสำรวจอาวุโส ส่วนจะเป็นใครนั้น ปรากฏในหนังสือคำสั่งแต่งตั้งของผู้อำนวยการ สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2 รวมทั้งตนซึ่งเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน ก็ทราบเรื่องแค่นี้ ส่วนจะมีการประเมินราคาขายเท่าใด ใครเป็นคนรับซื้อ ตนไม่ทราบ เอกสารอยู่ที่ สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2 ถึงแม้จะมีหลักฐานปรากฏในหนังสือแต่งตั้ง ตนไม่ขอพูด เพราะเป็นเรื่องของ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร” 

อย่างไรก็ตาม ตัวแทนฝ่ายความมั่นคงจังหวัดกาฬสินธุ์รายหนึ่ง ระบุว่า กรณีนี้เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ชาวบ้านรักต้นไม้ หวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ ส่งเอกสารเป็นข้อมูลลับมาให้ พบเป็นหนังสือโต้ตอบระหว่าง สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2 และธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ ในการขออนุญาต และให้อนุญาตตัดไม้เหมือนในโรงเรียนหลายแห่ง ส่วนหนังสือขอจำหน่ายไม้พะยูงในโรงเรียนหนองแวงบ่อแก้ว ต.อิตื้อ อ.ยางตลาด มีจำนวน 3 ฉบับ โดย “ฉบับที่ 1” เป็นหนังสือของทางราชการ ลงวันที่ 27 มิ.ย. 66 โดยเป็นหนังสือจากธนารักษ์พื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ โต้ตอบกับ สปพ.กาฬสินธุ์ เขต 2 ลงนามโดยนายไสว สะอาด ธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ เรื่อง อนุญาตให้จำหน่ายต้นไม้ ที่ได้จากที่ราชพัสดุ 17 ท่อน ของโรงเรียนหนองแวงบ่อแก้ว ต.อิตื้อ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ 

โดยวิธีขายทอดตลาด เพื่อนำเงินเป็นรายได้แผ่นดิน ในนามธนารักษ์ “ฉบับที่ 2” ลงวันที่ 4 ก.ค. 66 เป็นหนังสือแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินราคากลางจำนวน 3 คน จากการดูรายชื่อพบว่า 2 ใน 3 ของคณะกรรมการฯ เป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่โดนเด้ง กรณีไม้พะยูงเทศบาลตำบลอิตื้อหาย ส่วนอีกคนเป็นเจ้าหน้าที่ธนารักษ์กาฬสินธุ์ และอีกคนเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนฯ ส่วนหนังสือ “ฉบับที่ 3” เป็นหนังสือรายงานรื้อถอนและขนย้าย โดยมีการแจ้งส่งสำเนาสัญญาซื้อขายไม้พะยูงจำนวน 4 ต้น ทั้งหมดจะต้องส่งเรื่องให้กรมธนารักษ์และต้นสังกัดหน่วยงานเกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป 

โฉ่อีกพะยูงโรงเรียนหนองแวงบ่อแก้ว โดนตัดขายพุ่งจุดที่ 7 ชาวบ้านตำบลอิตื้อ-กาฬสินธุ์ ไม่ทน แจ้ง กอ.รมน.ตรวจสอบ ผงะหาย 4 ต้น อายุกว่า 50 ปี พร้อมต้นยางนาอีก ห่มผ้าเหลือง “บวชต้นไม้” กันตายไว้ ผอ.ยันเรียกประชุม กก.สถานศึกษาแก้ไขปัญหา ปัดไม่รู้ สพป.-ธนารักษ์พื้นที่ ดำเนินการประมูลขายเอาเงินเข้าหลวง 

ที่มา ; เดลินิวส์ 12 กันยายน 2566

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น