
ตราบใดที่การศึกษาของเรายังลุ่ม ๆ ดอน ๆ หรือยังหัวมงกุฎใช้มังกร หรือไม่ก็ครึ่งบกครึ่งน้ำอยู่อย่างนี้ ก็ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับเรื่องการศึกษาออกมาเรื่อย ๆ เช่นคำถามต่อไปนี้
1 การประชุม อบรม สัมมนาของบรรดาเพื่อนครูต่าง ๆ ในสารพัดเรื่องหรือสำหรับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ก็ตามทีเถอะ คำถามก็มีว่า...
เมื่อประชุมอบรมหรือสัมมนาไปแล้ว มีการนำเอาผลไปปฏิบัติกี่คนกี่แห่ง และ ได้ผลอะไรบ้าง ความชัดเจนของนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งเงื่อนไของค์ประกอบอื่น ๆ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวิธีการจัดระบบการเรียนรู้มีเกิดขึ้นบ้างหรือไม่ มันจะกลายเป็นสูญเปล่า เสียทั้งเวลาเสียทั้งงบประมาณในการจัดการข้างต้น
2 ทำไมการศึกษาจึงมีหนทางเดียวสำหรับผู้มีผลคะแนนดีเท่านั้น ถือเป็นทางด่วนที่ขึ้นแล้วลงยาก
ทำไมต้องเรียนแล้วเพื่อมุ่งไปสู่อุตสาหกรรม ไปสู่ภาคบริการอย่างเดียว ทำไมไม่ส่งเสริมการเรียนที่มุ่งกลับไปสู่ชุมชนท้องถิ่นตนเองด้วย แล้วก็ทำไม ไม่มีโรงเรียนที่เราเรียกกันว่าโรงเรียนในฝันที่เป็นต้นแบบของการเรียนแล้ว คนสามารถอยู่ในท้องถิ่นอย่างมีความสุขได้
3 ทำไมต้องมีแต่โรงเรียนดีเด่น แบบที่เรียกว่ามีภูมิสถาปัตย์สวยงามเหมือนรีสอร์ท เหมือนโรงแรม
ทำไมหนอมีแต่การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผลการเรียน เน้นคะแนนสูง ๆ บางทีเราก็ลืมไปว่า ผู้อำนวยการโรงเรียน รวมทั้งครูผู้สอนไปกู้เงินมาทำโรงเรียนเป็นหนี้จนอ่วมอรทัย หรือไม่ก็ไม่สนใจปัญหาความทุกข์ยากเดือดร้อนเรื่องหนี้สินการทำมาหากินของพ่อแม่ผู้ปกครองนักเรียน ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาชุมชนที่มี 108 พันเก้า ทำไมไม่สอนให้เด็กได้รู้และเข้าใจบ้าง
4 จะเป็นโรงเรียนยอดเยี่ยมอยู่ได้อย่างไร ถ้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับปัญหาของชุมชน
หรือว่าจะเป็นความพอใจของนักการเมือง ของผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ของเขตพื้นที่การศึกษาเท่านั้นหรือ ทำไมไม่สร้างต้นแบบโรงเรียนยอดเยี่ยมของชุมชนดูบ้าง ซึ่งเป็นโรงเรียนที่คนไปเรียนแล้ว มีแต่ความสุขและพึ่งตนเองได้ เป็นโรงเรียนที่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน ไม่แปลกแยก ทุกวันนี้โรงเรียนระดับจังหวัดก็แย่งเอาเด็กจากในหมู่บ้านในตำบล ในอำเภอ ไปเข้าโรงเรียนระดับจังหวัดกันหมดแล้ว โรงเรียนในชนบทจะมีเด็กที่ไหนไปเรียนล่ะครับ
5 ทำอย่างไรจะให้โรงเรียนสอนเนื้อหาของชีวิตที่เป็นจริงที่ได้พบเจออยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
แต่กลายเป็นว่า ไม่ได้มองความเป็นองค์รวมของชีวิตเด็กที่มีพ่อแม่ มีครอบครัว มีปัญหาสารพัดที่ไม่ควรทิ้งไว้ที่บ้านเมื่อเด็กไปโรงเรียน
6 คำถามจากคนอีกกลุ่มหนึ่งก็คือ จัดการศึกษาแบบนี้จะไปแข่งขันกับใครในโลกนี้ได้
เพราะว่า โลกนี้เปลี่ยนไปมากแล้ว ถ้าเรายังสู้สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม หรือแม้แต่อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ไม่ได้ ก็ยากที่เราจะยืนอยู่แถวหน้า เราไม่ควรกลับไปหาวันวานที่ยังหวานอยู่เป็นเด็ดขาด
ใครจะมีคำตอบให้ได้บ้างครับ ?
ที่มา ; EDUNEWSSIAM
บทความสะท้อนปัญหาการศึกษาที่ยังไม่พัฒนาอย่างเป็นระบบและขาดประสิทธิผล โดยตั้งคำถามต่อการจัดอบรม ประชุม และสัมมนาของครูและผู้บริหารว่าหลังดำเนินการแล้วมีการนำความรู้ไปใช้จริงเพียงใด และเกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบการเรียนรู้หรือไม่ ซึ่งอาจเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณโดยไม่เกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจน
นอกจากนี้ยังวิพากษ์ระบบการศึกษาที่เน้นเส้นทางเดียวสำหรับผู้มีผลการเรียนดี มุ่งสู่ภาคอุตสาหกรรมและบริการ โดยละเลยการพัฒนาให้ผู้เรียนสามารถกลับไปพัฒนาชุมชนของตนเอง รวมถึงขาดโรงเรียนต้นแบบที่ส่งเสริมความสุขและการพึ่งพาตนเองในท้องถิ่น
บทความยังตั้งข้อสังเกตว่าโรงเรียนจำนวนมากมุ่งเน้นความสวยงามและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แต่ไม่ใส่ใจปัญหาจริงของชุมชน เช่น หนี้สิน ครอบครัว และสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้โรงเรียนแยกตัวออกจากชุมชน และเกิดการแข่งขันแย่งนักเรียนในระดับพื้นที่
ท้ายที่สุด ผู้เขียนตั้งคำถามถึงการจัดการศึกษาที่ไม่เชื่อมโยงกับชีวิตจริงของผู้เรียน และเตือนว่าหากระบบการศึกษายังไม่ปรับตัว อาจไม่สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้ในโลกยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมเรียกร้องให้การศึกษากลับมาเน้นชีวิตจริง ชุมชน และความสุขของผู้เรียนอย่างแท้จริง
ข้อใดสะท้อนปัญหาสำคัญของการอบรมครูตามบทความมากที่สุด
ก. การอบรมมีเนื้อหาไม่ทันสมัย
ข. การอบรมไม่มีการนำไปใช้จริงอย่างต่อเนื่อง
ค. การอบรมใช้เวลานานเกินไป
ง. การอบรมมีผู้เข้าร่วมน้อย
เฉลย: ข
เหตุผล: บทความเน้นว่าการอบรมอาจ “สูญเปล่า” เพราะไม่ถูกนำไปปฏิบัติจริง ทำให้ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง
ข้อใดเป็นประเด็นวิพากษ์ “เส้นทางการศึกษาทางเดียว”
ก. นักเรียนไม่มีโอกาสเรียนต่อ
ข. การเรียนมุ่งเฉพาะสายวิทยาศาสตร์
ค. การมุ่งเข้าสู่อุตสาหกรรม/บริการเป็นหลัก
ง. การสอบแข่งขันยากเกินไป
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความชี้ว่าการศึกษามุ่งไปทางอุตสาหกรรมและบริการ ทำให้ขาดทางเลือกอื่น
แนวคิด “โรงเรียนในฝัน” ในบทความหมายถึงข้อใด
ก. โรงเรียนขนาดใหญ่และทันสมัย
ข. โรงเรียนที่มีผลสอบสูงสุด
ค. โรงเรียนที่อยู่ในเมือง
ง. โรงเรียนที่อยู่กับชุมชนและทำให้ผู้เรียนมีความสุข
เฉลย: ง
เหตุผล: เน้นโรงเรียนที่เชื่อมโยงชุมชน ผู้เรียนพึ่งพาตนเองและมีความสุข
ปัญหาสำคัญของโรงเรียนที่เน้นความสวยงามตามบทความคืออะไร
ก. งบประมาณไม่เพียงพอ
ข. ไม่สอดคล้องกับปัญหาจริงของชุมชน
ค. ครูไม่เพียงพอ
ง. นักเรียนไม่ตั้งใจเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: บทความวิจารณ์ว่าโรงเรียนสวยแต่ไม่ตอบโจทย์ปัญหาชุมชน
ข้อใดเป็นผลกระทบของการแยกโรงเรียนออกจากชุมชน
ก. นักเรียนมีผลการเรียนดีขึ้น
ข. โรงเรียนมีชื่อเสียงมากขึ้น
ค. ชุมชนไม่ถูกพัฒนาและโรงเรียนขาดบริบทจริง
ง. ครูมีเวลามากขึ้น
เฉลย: ค
เหตุผล: การไม่เชื่อมชุมชนทำให้ขาดการเรียนรู้จากชีวิตจริง
บทความต้องการให้การศึกษามุ่งเน้นสิ่งใดมากที่สุด
ก. การแข่งขันระดับโลก
ข. คะแนนสอบ
ค. ชีวิตจริงและชุมชน
ง. เทคโนโลยีขั้นสูง
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงชีวิตจริงและบริบทชุมชน
ข้อใดสะท้อนปัญหาด้านความเสมอภาคทางการศึกษา
ก. โรงเรียนขาดเทคโนโลยี
ข. นักเรียนเก่งมีทางเลือกเดียว
ค. ครูมีภาระงานมาก
ง. โรงเรียนชนบทมีนักเรียนน้อยลง
เฉลย: ข
เหตุผล: การมี “ทางด่วนทางเดียว” ทำให้ผู้เรียนถูกจำกัดโอกาส
เหตุผลสำคัญที่ต้องปรับระบบการศึกษาในบทความคืออะไร
ก. ลดงบประมาณ
ข. แข่งขันกับต่างประเทศ
ค. เพิ่มจำนวนครู
ง. ลดเวลาเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: โลกเปลี่ยนเร็ว ต้องแข่งขันกับประเทศอื่นได้
ปัญหาใดที่โรงเรียนมักละเลยตามบทความ
ก. การอ่านออกเขียนได้
ข. ปัญหาชุมชนและครอบครัว
ค. การสอบระดับชาติ
ง. การจัดกิจกรรมกีฬา
เฉลย: ข
เหตุผล: โรงเรียนไม่สนใจปัญหาชีวิตจริงของผู้เรียนและชุมชน
แนวทางการพัฒนาการศึกษาตามนัยบทความควรเป็นอย่างไร
ก. เพิ่มการสอบมาตรฐาน
ข. เพิ่มโรงเรียนขนาดใหญ่
ค. เชื่อมโยงการเรียนรู้กับชีวิตและชุมชน
ง. ลดรายวิชาให้เหลือน้อยที่สุด
เฉลย: ค
เหตุผล: หัวใจคือการเรียนรู้ที่สัมพันธ์กับชีวิตจริงและชุมชนเพื่อความยั่งยืน