
การสอนวิชาการ และการใช้ชีวิตไม่ใช่เพียงหน้าที่ของครูที่โรงเรียนเท่านั้น เพราะบทบาทของผู้ปกครองที่บ้านก็สำคัญ และมีอิทธิพลกับเด็กไม่แพ้กัน แต่ผู้ปกครองหลายคนขาดความเข้าใจในพฤติกรรมของเด็ก ๆ และไม่มีความสามารถในการรับมือได้อย่างถูกต้อง จึงทำให้โรงเรียนฝั่งยุโรปมีหลักสูตรที่ทำการโค้ชผู้ปกครอง (coaching for parents) เกิดขึ้น ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก
“เอียน เฮนเดอร์สัน” ผู้เชี่ยวชาญด้านการโค้ชชิ่งให้แก่ผู้ปกครองโรงเรียนนานาชาติเวลลิงตัน คอลเลจ ประเทศอังกฤษ กล่าวว่า สถาบันครอบครัวเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างทรัพยากรบุคคลที่ดีมีคุณภาพออกสู่สังคม ดังนั้นการโค้ชชิ่งพ่อแม่นับเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับเด็ก ๆ ทั้งยังช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่และลูกให้ดียิ่งขึ้น
“โรงเรียนนานาชาติเวลลิงตัน คอลเลจ ประเทศอังกฤษ ทำการอบรมcoaching for parents โดยนำแนวคิดเชิงบวกมาเป็นแนวทางในการชี้แนะผู้ปกครองให้ได้รู้จักตัวตนของตัวเองเพราะการจะเข้าใจลูก ๆ ได้ คนเป็นพ่อแม่จำเป็นต้องเข้าใจอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด และพฤติกรรมของตัวเองก่อน โดยเราโค้ชให้ผู้ปกครองเอาโลกของตนเองไปหมุนรอบตัวบุตรหลาน เพื่อให้เข้าใจตัวตนของเด็ก ๆ มากที่สุด”
“พ่อแม่ควรมองโลก มองเหตุการณ์ต่าง ๆ ผ่านมุมมองของลูก เพื่อจะได้เข้าใจตัวตน และสาเหตุในการกระทำมากที่สุด จึงจะสามารถสร้างการสื่อสารพร้อมเป็นตัวอย่างที่ดี และเป็นเข็มทิศชีวิตที่มีประสิทธิภาพ เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้บุตรหลานผ่านเรื่องราวท้าทายในชีวิต รวมถึงยังเป็นประโยชน์ให้ตัวของผู้ปกครองที่ผ่านการโค้ชชิ่งอีกด้วย”
“นอกจากนั้น ต้องมองโลกผ่านสายตาของความเป็นจริง มองสิ่งต่าง ๆ อย่างเข้าใจในที่มาของพฤติกรรม ความคิด และการกระทำ ขณะเดียวกันต้องยอมรับในด้านลบด้วย มองปัญหา ความทุกข์ ความไม่ราบรื่นให้เป็นเรื่องธรรมดา และเปิดกว้างให้ทุกคนในครอบครัวมีโอกาสพูดคุยถึงความคิด และความต้องการของตัวเอง”
“อีกหนึ่งเทคนิคที่พ่อแม่ ผู้ปกครองสามารถนำไปปฏิบัติกัน คือ การหมั่นสร้างคำถามปลายเปิด (open-ended questions) กับบุตรหลาน เพื่อให้พวกเขาได้ขบคิด”
“ผู้ปกครองจึงต้องรู้จักเทคนิคการถามตามลำดับความสำคัญของเรื่องราวต่าง ๆ เพื่อดูวิธีคิด การหาคำตอบ การตอบคำถาม และการแก้ไขปัญหาของเด็ก ๆ โดยอาจจะแชร์ความคิดของตัวเองผ่านประสบการณ์ที่ผ่านมา พร้อมผลลัพธ์จากวิธีคิด เพื่อเป็นแนวทางให้กับลูก แต่ผู้ปกครองควรหลีกเลี่ยงคำถามที่ว่า ทำไมจึงเป็นแบบนั้น ทำไมจึงเป็นแบบนี้ เพราะอาจทำให้เกิดบรรยากาศกดดันในการพูดคุยกันระหว่างพ่อแม่ลูก”
“เอียน เฮนเดอร์สัน” บอกด้วยว่าจากประสบการณ์การเดินทางอบรมพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็ก ๆ ในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงโรงเรียนนานาชาติเวลลิงตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ กระแสการตอบรับของผู้ปกครองเป็นไปในทิศทางที่ดี เพราะไม่เพียงได้เรียนรู้เรื่องราวใหม่ ๆ ยังเป็นช่วงเวลาที่เหล่าผู้ปกครองได้ค้นพบตัวตนของตัวเองอีกด้วย นอกจากนี้ ผู้ปกครองบางส่วนยังนำเทคนิคไปส่งต่อช่วยเหลือผู้อื่นอีกด้วย
“การโค้ชจึงถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการศึกษา เพราะฝึกผู้ปกครองให้ฟังเด็ก ๆ อย่างเชี่ยวชาญ ถามคำถามที่ถูกต้อง เชื่อว่าจะสามารถทำให้เด็ก ๆ มีความเข้าใจความต้องการของตนเอง และพัฒนาแรงจูงใจ ความสามารถในการพึ่งพาตนเอง และการผลักดันพวกเขาไปสู่เป้าหมายได้”
ที่มา ; ประชาชาติธุรกิจ 6 กุมภาพันธ์ 2563
บทความชี้ให้เห็นว่าการพัฒนาเด็กไม่ใช่หน้าที่ของโรงเรียนเพียงฝ่ายเดียว แต่ผู้ปกครองมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการเรียนรู้และพฤติกรรมของเด็ก แนวคิด “coaching for parents” จากโรงเรียนในยุโรป เช่น โรงเรียนนานาชาติเวลลิงตัน คอลเลจ ประเทศอังกฤษ โดยผู้เชี่ยวชาญ “เอียน เฮนเดอร์สัน” เน้นว่าครอบครัวคือจุดเริ่มต้นของการสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ การโค้ชผู้ปกครองช่วยให้เข้าใจตนเองก่อน จึงจะเข้าใจลูกได้อย่างลึกซึ้ง
แนวทางสำคัญคือการมองโลกผ่านมุมมองของเด็ก เข้าใจเหตุผลของพฤติกรรม ยอมรับทั้งด้านบวกและลบ และเปิดพื้นที่สื่อสารในครอบครัวอย่างปลอดภัย อีกทั้งควรใช้คำถามปลายเปิดเพื่อกระตุ้นการคิด วิเคราะห์ และการแก้ปัญหา แทนการตั้งคำถามเชิงกดดัน เช่น “ทำไม”
การโค้ชยังช่วยให้ผู้ปกครองเป็นแบบอย่างที่ดี เป็น “เข็มทิศชีวิต” และสนับสนุนให้เด็กพัฒนาความเข้าใจตนเอง แรงจูงใจ และการพึ่งพาตนเอง ผลลัพธ์ไม่เพียงส่งผลดีต่อเด็ก แต่ยังทำให้ผู้ปกครองพัฒนาตนเอง และสามารถถ่ายทอดแนวคิดไปสู่ผู้อื่นได้ สะท้อนว่าการโค้ชผู้ปกครองเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน
คำสั่ง: เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุด (ก ข ค ง)
แนวคิด “coaching for parents” มีเป้าหมายหลักคืออะไร
ก. เพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของโรงเรียน
ข. พัฒนาทักษะการสอนของครู
ค. เสริมความสามารถผู้ปกครองในการเข้าใจและดูแลเด็ก
ง. ลดภาระงานของโรงเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นพัฒนาผู้ปกครองให้เข้าใจเด็กและส่งเสริมการเรียนรู้
เหตุใดผู้ปกครองต้อง “เข้าใจตนเองก่อน”
ก. เพื่อควบคุมลูกได้ดีขึ้น
ข. เพื่อเข้าใจอารมณ์และพฤติกรรมของลูกอย่างลึกซึ้ง
ค. เพื่อสร้างอำนาจในครอบครัว
ง. เพื่อให้ลูกเชื่อฟัง
เฉลย: ข
เหตุผล: การเข้าใจตนเองเป็นพื้นฐานของการเข้าใจผู้อื่น
ข้อใดสอดคล้องกับการมองโลกผ่านมุมมองของเด็ก
ก. ใช้ประสบการณ์ตนตัดสินลูก
ข. ยึดกฎระเบียบเป็นหลัก
ค. พยายามเข้าใจเหตุผลของพฤติกรรมเด็ก
ง. ลงโทษเมื่อทำผิดทันที
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นความเข้าใจมากกว่าการตัดสิน
ข้อใดคือประโยชน์ของคำถามปลายเปิด
ก. ได้คำตอบรวดเร็ว
ข. ควบคุมคำตอบได้
ค. กระตุ้นการคิดวิเคราะห์ของเด็ก
ง. ลดเวลาสนทนา
เฉลย: ค
เหตุผล: คำถามปลายเปิดช่วยให้เด็กคิดลึกและแก้ปัญหา
เพราะเหตุใดจึงควรหลีกเลี่ยงคำถาม “ทำไม”
ก. ใช้เวลานาน
ข. ทำให้เด็กสับสน
ค. สร้างความกดดันในการสื่อสาร
ง. ไม่ได้คำตอบจริง
เฉลย: ค
เหตุผล: อาจทำให้เด็กรู้สึกถูกตำหนิ
บทบาท “เข็มทิศชีวิต” ของผู้ปกครองหมายถึงอะไร
ก. การกำหนดอนาคตให้ลูก
ข. การชี้นำและเป็นแบบอย่างที่ดี
ค. การควบคุมพฤติกรรม
ง. การให้รางวัล
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นการเป็นแบบอย่างและแนะแนว
การเปิดพื้นที่ให้พูดคุยในครอบครัวส่งผลอย่างไร
ก. ลดความขัดแย้ง
ข. เพิ่มการควบคุม
ค. ลดบทบาทพ่อแม่
ง. เพิ่มการแข่งขัน
เฉลย: ก
เหตุผล: การสื่อสารช่วยลดความขัดแย้งและสร้างความเข้าใจ
ข้อใดสะท้อนแนวคิดการยอมรับความเป็นจริง
ก. หลีกเลี่ยงปัญหา
ข. ปฏิเสธความล้มเหลว
ค. มองปัญหาเป็นเรื่องธรรมดา
ง. ลงโทษตนเอง
เฉลย: ค
เหตุผล: แนวคิดเชิงบวกยอมรับทั้งด้านดีและลบ
ผลลัพธ์สำคัญที่เกิดกับเด็กจากการโค้ชคือข้อใด
ก. เชื่อฟังมากขึ้น
ข. แข่งขันสูงขึ้น
ค. พึ่งพาตนเองและมีแรงจูงใจ
ง. ลดการเข้าสังคม
เฉลย: ค
เหตุผล: การโค้ชช่วยพัฒนาทักษะชีวิต
ในมุมมองเชิงนโยบาย การโค้ชผู้ปกครองควรนำไปใช้ในโรงเรียนอย่างไร
ก. เป็นกิจกรรมเสริม
ข. เป็นภาระของครู
ค. เป็นส่วนหนึ่งของระบบพัฒนาผู้เรียน
ง. ใช้เฉพาะเด็กมีปัญหา
เฉลย: ค
เหตุผล: ควรบูรณาการเพื่อพัฒนาการศึกษาอย่างยั่งยืน