สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M271_สพฐ.’ จี้โรงเรียนจัดหลักสูตรเพิ่ม Active Learning

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมโครงการขับเคลื่อนการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 เพื่อพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน ด้วยกระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึฏษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) รับนโยบายจากรัฐบาล และ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่กำหนดแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ที่กำหนดเป้าหมายให้ผู้เรียนทุกกลุ่มวัย ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน มีทักษะที่จำเป็นของโลกอนาคต สามารถแก้ไขปัญหา ปรับตัว สื่อสาร และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิผล มีวินัย ใฝ่เรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต เป็นพลเมืองรู้สิทธิและหน้าที่ มีความรับผิดชอบ มีจิตสาธารณะ โดยในแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษานั้น กำหนดให้ส่งเสริมการเรียนการสอนแบบ Active Learning เพื่อให้นักเรียนมีสมรรถนะด้วย จึงเป็นหน้าที่ของ สพฐ.ที่ต้องมาดำเนินการขับเคลื่อนต่อไป 

นายอัมพร กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา สพฐ.ได้ปรับปรุงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดฯ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ไปแล้ว แต่วันนี้ สพฐ.ต้องการขับเคลื่อนหลักสูตรแกนกลาง ไปสู่กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เป็นรูปธรรม เกิดผลกับนักเรียนที่แท้จริง แม้ที่ผ่านมาสพฐ.อบรมครู และผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อสร้างความเข้าใจในจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning เกือบ 4 แสนคนแล้ว แต่ สพฐ.ต้องการให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างจริงจังในภาคปฏิบัติ ตนจึงเน้นย้ำกับผู้อำนวยการโรงเรียน และครูไปว่า แม้วันนี้เราจะมีหลักสูตรแกนกลางอยู่แล้ว แต่โรงเรียนต้องไปจัดทำหลักสูตรให้สอดคล้องกับบริบทของชุมชน เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมของตนด้วย โดยการจัดการเรียนการสอน ให้เน้นการสอนตามหลักสูตรแกนกลาง 70% และสอนตามหลักสูตรที่จัดทำขึ้นอีก 30% และเมื่อได้หลักสูตรที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ของตนแล้ว ครูทุกคนต้องเอาหลักสูตรไปดูรายละเอียดพร้อมกับกำหนดหน่วยการเรียนรู้ ออกแบบการวัดและประเมินผล เพื่อที่จะสามารถตรวจสอบได้ว่าเมื่อเด็กเรียนแล้วเกิดสมรรถนะอย่างไรบ้าง 

ดังนั้นครูต้องปรับตัว ไม่ใช่สอนแบบหน้ากระดานเหมือนที่ผ่านมา แต่ต้องปรับตัวมาเป็นผู้สนับสนุน ส่งเสริมให้เด็กแสวงหาการเรียนรู้ ส่วนผู้อำนวยการโรงเรียน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ต้องปรับตัวเช่นกัน ต้องส่งเสริมสนับสนุนครูในการวัดผลประเมินผล และการสร้างเครื่องมือในการจัดการเรียนการสอนต่อไป สุดท้ายถ้าเปลี่ยนหลักสูตร เปลี่ยนการเรียนการสอน เปลี่ยนการวัดและประเมินผล เปลี่ยนบทบาทหน้าที่ของครูและผู้บริหารเพื่อให้ไปสู่เป้าหมายเดียวกัน การขับเคลื่อน Active Learning จะเป็นไปตามความต้องการและตอบโจทย์ของสังคม เพราะสังคมปัจจุบันไม่ต้องการคนเก่ง แต่ต้องการคนคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น” นายอัมพร กล่าว 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ 

สรุปสาระสำคัญ 

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เดินหน้าขับเคลื่อนการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 เพื่อพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน ผ่านกระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ตามแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ซึ่งมุ่งให้ผู้เรียนทุกช่วงวัยมีคุณภาพตามมาตรฐาน มีทักษะแห่งอนาคต คิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา สื่อสาร ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ตลอดชีวิต และเป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม แม้ที่ผ่านมา สพฐ.ได้ปรับปรุงหลักสูตรและอบรมครู ผู้บริหารไปแล้วจำนวนมาก แต่ยังจำเป็นต้องขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติให้เกิดผลกับผู้เรียนอย่างแท้จริง 

หัวใจสำคัญคือ โรงเรียนต้องพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทชุมชน เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม โดยจัดสัดส่วนการเรียนรู้จากหลักสูตรแกนกลาง 70% และหลักสูตรตามบริบทพื้นที่ 30% พร้อมออกแบบหน่วยการเรียนรู้และการวัดประเมินผลที่สะท้อนสมรรถนะผู้เรียน ครูต้องปรับบทบาทจากผู้ถ่ายทอดความรู้เป็นผู้สนับสนุนการเรียนรู้ ขณะที่ผู้บริหารและเขตพื้นที่ต้องส่งเสริม สนับสนุนระบบการสอนและการประเมินผล เพื่อให้การจัดการเรียนรู้ตอบโจทย์สังคมที่ต้องการ “คนคิดเป็น ทำเป็น และแก้ปัญหาเป็น” 

ข้อสอบ 

ข้อ 1 เป้าหมายสำคัญของการขับเคลื่อน Active Learning ตามบทความคือข้อใด
ก. เพิ่มปริมาณเนื้อหาวิชาการ
ข. ยกระดับคะแนนการทดสอบระดับชาติ
ค. พัฒนาสมรรถนะและทักษะแห่งอนาคตของผู้เรียน
ง. ลดภาระงานครูในชั้นเรียน

ข้อ 2 สัดส่วนการจัดการเรียนรู้ที่โรงเรียนควรใช้ตามแนวทาง สพฐ. คือข้อใด
ก. หลักสูตรแกนกลาง 50% หลักสูตรท้องถิ่น 50%
ข. หลักสูตรแกนกลาง 70% หลักสูตรตามบริบทพื้นที่ 30%
ค. หลักสูตรแกนกลาง 80% หลักสูตรสถานศึกษา 20%
ง. หลักสูตรท้องถิ่น 100%

ข้อ 3 หากครูยังสอนแบบบรรยายหน้าชั้นเป็นหลัก สิ่งใด “ไม่สอดคล้อง” กับการขับเคลื่อน Active Learning
ก. ผู้เรียนมีบทบาทแสวงหาความรู้
ข. ครูทำหน้าที่ผู้สนับสนุนการเรียนรู้
ค. การออกแบบกิจกรรมให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติ
ง. ครูเป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดความรู้

 

ข้อ 4 บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาตามบทความควรเน้นเรื่องใดมากที่สุด
ก. ควบคุมการสอนของครูอย่างเข้มงวด
ข. สนับสนุนครูด้านการวัดและประเมินผล
ค. เพิ่มชั่วโมงเรียนพิเศษ
ง. จัดการแข่งขันทางวิชาการ

ข้อ 5 เหตุผลสำคัญที่ต้องปรับหลักสูตร การสอน และการประเมินผลไปพร้อมกันคือข้อใด
ก. เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลเท่านั้น
ข. เพื่อเพิ่มภารกิจให้สถานศึกษา
ค. เพื่อให้การพัฒนาผู้เรียนมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกันอย่างเป็นระบบ
ง. เพื่อทดแทนหลักสูตรเดิมทั้งหมด

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น