
ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ใครจะคาดคิดว่า โทรศัพท์มือถือ จะทำอะไรได้มากมายเหมือนในปัจจุบัน ขณะที่ ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ก็มีการนำมาปรับใช้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการใช้ชีวิตของมนุษย์ได้มากมาย แต่สิ่งที่กล่าวมานี้ เชื่อหรือไม่ว่ามีบุคคลผู้หนึ่งได้ทำนายไว้อย่างชัดแจ้งแล้วว่า โลกของเราจะถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างเช่นทุกวันนี้ บุคคลนั้น คือ Ray Kurzweil ซึ่งเขาได้รับการขนานนามว่าเป็น นอสตราดามุสสายเทค หรือ นอสตราดามุสแห่งวงการเทคโนโลยี
โดย Kurzweil ได้เผยแพร่คำทำนายของเขาผ่านหนังสือ “The Age of Intelligent Machine” เมื่อปี 1990 ซึ่งจากคำทำนายทั้งหมด 145 เรื่อง เขาทำนายถูกต้องถึง 115 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 86 ของคำทำนายที่เขาได้กล่าวไว้ จึงไม่น่าแปลกใจที่ Kurzweil ได้รับการยกย่องให้เป็น นอสตราดามุสสายเทค หรือผู้หยั่งรู้ในเรื่องเทคโนโลยีระดับโลก
นอกจากนั้น Ray Kurzweil ยังได้เขียนหนังสือเรื่อง The Singularity is near ซึ่งเป็นหนังสือที่ให้ความรู้และทำนายเรื่องเทคโนโลยีไว้เช่นกัน โดยตีพิมพ์ในปี 2005 เนื้อหาในหนังสือได้อธิบายเรื่องของ Singularity หรือ ภาวะเอกฐานทางเทคโนโลยี ซึ่งเป็นจุดสมมุติ ในเวลาที่เกิดการติบโตทางเทคโนโลยีและเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึงในอารยธรรมมนุษย์นั่นเอง”
วันนี้ เราขอกลับมาเปิดคำทำนายของ Ray Kurzweil นอสตราดามุสสายเทค เพื่อเตรียมความพร้อมของทุกคนรับการมาของ เทคโนโลยี ปี 2099 โดยมี ดร.รัฐภูมิ ตู้จินดา นักวิจัยศูนย์ทรัพยากรคอมพิวเตอร์เพื่อการคำนวณขั้นสูง (ThaiSC) สวทช. ที่มีความสนใจศึกษาคำทำนายเพื่อนำมาแชร์ในวงกว้าง “Ray Kurzweil เป็นนักวิทยาศาสตร์ซึ่งตอนนี้ดูเรื่องเทคโนโลยีที่ Google ซึ่ง Kurzweil ได้ทำนายเรื่องเทคโนโลยีตั้งแต่ปี 1990 โดยประเด็นสำคัญที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่เขาได้ทำนายไว้ มีตั้งแต่ Search Engine, โทรศัพท์มือถือไร้สาย และแว่น AR และ VR และคำทำนายที่น่าทึ่งมากที่สุด คือ ภายในปี 2027 โปรแกรมคอมพิวเตอร์จะเล่นหมากรุกชนะคนเล่น และในปี 1996 โปรแกรมคอมพิวเตอร์จาก IBM ก็ชนะผู้เล่นหมากรุกที่เก่งระดับโลกได้” “ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่น่าติดตามมากว่าในช่วง 70-80 ปีนี้ คำทำนายที่ Kurzweil เคยทำนายไว้ จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง โดยเริ่มจาก ภายในปี 2030 จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ? ในปี 2030 โลกจะมี นาโนบอต คือ หุ่นยนต์เล็กจิ๋วระดับนาโน ที่เข้าไปในร่างกายและรักษาคนเราได้เกือบทุกโรค นอกจากนั้น คนก็จะไม่ขับรถเองอีกแล้ว ใช้ให้ AI เป็นคนขับ และต่อไป AI จะเก่งเท่าคน ตอนนี้ AI ยังไม่เก่งเท่าคน แต่สิ่งที่ต้องมองต่อไปคือ เมื่อ AI เก่งเท่าคนแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นได้บ้าง” “อย่างตอนนี้ มี AI มี AI Influencer ลองคิดว่าวันหนึ่งถ้าเขาคิดได้เหมือนคน พูดได้เหมือนคน อาชีพผู้ประกาศข่าว อาจจะตกงานก็ได้” “ต่อมา ในปี 2040 ที่นับจากตอนนี้ ไม่ถึง 20 ปีเลย ในเวลานั้น มีการทำนายไว้ว่า โลกจริงกับโลกเสมือนจะไม่แตกต่างกันแล้ว และเหนือไปกว่านั้นคนจะอัปโหลดความจำ ความรู้สึก ขึ้นไปบนคลาวด์ได้ และในปี 2040 เอไอจะเก่งกว่าคนพันล้านเท่า ถึงเวลานั้น อาจจะไม่มีตลาดหุ้นแล้ว เพราะเอไอทำแทนได้ทั้งหมด” “มาถึงในปี 2045 มนุษย์จะเชื่อมต่อกับเอไอได้ เพราะฉะนั้นมนุษย์ก็จะมีความเก่งเหมือนเอไอในระดับพันล้านเท่าได้เนื่องจากเชื่อมต่อกันได้แล้ว และนาโนบอตในปี 2030 จะเป็นตัวทำให้โลกทั้งโลกเปลี่ยนเป็นคอมพิวเตอร์ และมีแนวโน้มที่นาโนบอตจะเล็กลงเรื่อย ๆ เมื่อเล็กลงได้แบบนี้ก็จะ Manipulate โมเลกุลระดับคาร์บอนได้ และจะปลดล็อคให้สร้างอะไรขึ้นมาก็ได้” “และ Ray Kurzweil ได้ทำนายเทคโนโลยีไว้ยาวนานถึงสิ้นสุดศตวรรษที่ 21 คือปี 2099 โดยในเวลานั้น นาโนบอตก็จะไปสร้างโลกอื่นๆในจักรวาลให้เป็นโลกคอมพิวเตอร์ และเมื่อเราสามารถอัปโหลดความรู้สึก นึกคิด ลงบนระบบคลาวด์ได้แล้ว เราจะไปได้ไกลโดยไม่มีขอบเขตแค่อยู่ในโลกมนุษย์อีกแล้ว” “และถึงปี 2099 สรรพนามที่เราเรียกผู้อาวุโส ว่า ปู่ ย่า ตา ยาย อาจไม่มีอีกแล้ว เพราะเมื่อเรามีนาโนบอต นั่นเท่ากับว่าเราอาจจะไม่แก่แล้วก็ได้ ต่อไป Technology Capability หรือ ความสามารถในการใช้ความรู้ทางเทคโนโลยี และ Technology Adoption หรือ การนำเทคโนโลยีมาใช้ ไม่เหมือนกัน คือมีให้ใช้ แต่คนที่เข้าถึงและได้ใช้จะไม่ใช่คนทุกคน” “ดังนั้น ความเหลื่อมล้ำอาจเกิดขึ้นได้ต่อไปในช่วงอันใกล้นี้ แต่ในอนาคตเมื่อมีเทคโนโลยีที่เข้าถึงความรู้สึกได้แล้ว ก็ไม่น่าจะรู้สึกได้ถึงความเหลื่อมล้ำอีกแล้ว” มาถึงตอนนี้ ดร.รัฐภูมิ ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยี ที่วางอยู่บนทางสายกลาง ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนรู้ว่า “ที่ผ่านมา คนพูดถึงเมตาเวิร์สกันเยอะมาก แต่ที่จริงเทคโนโลยีมีมากว่าเมตาเวิร์ส และเรื่องของเทคโนโลยีนี้เป็นเรื่องที่สร้างความตื่นเต้นให้คนใช้ชีวิตในยุคนี้อย่างมาก และการอัปเดตเรื่องเทคโนโลยีเพื่อเป็นผู้รู้เรื่องนี้อยู่ตลอด จะทำให้รู้ว่าต้องปรับตัวเพื่อรับประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ๆนี้อย่างไร เพราะเวลาเทคโนโลยีใหม่มา คนที่ตามติดเทคโนโลยีมักเป็นคนที่ได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีนั้นๆก่อน ด้วยการเข้าไปลองเล่น ลองศึกษาการใช้งาน และเมื่อถึงจุดที่มีการปรับใช้เทคโนโลยีนี้อย่างแพร่หลาย เราจะได้ใช้เทคโนโลยีนั้นได้เลย” “ดังนั้นในระหว่างนี้ สิ่งที่ต้องทำ คือ ศึกษาให้ถ่องแท้ สร้างทักษะ สร้างคน เพื่อมารองรับกับเทคโนโลยีใหม่ๆที่กำลังจะมา และในการเรียนรู้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาด คือ การเรียนให้รู้ และเมื่อถึงเวลาที่เกิดความพร้อมก็จะสามารถเข้าไปใช้งานได้ทันที” “ถึงตอนนี้ จึงอยากย้ำว่า เราไม่จำเป็นต้องเชื่อว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะเกิดขึ้น แต่การรับฟังข้อมูลไว้ล่วงหน้าก็ถือเป็นเรื่องที่ไม่เสียหาย” ข้อมูลจากรายการ TNN Tech Reports Weekly เรื่อง “เปิดคำทำนายนอสตราดามุส คาดการณ์เทคโนโลยีถึงปี 2099” ที่มา ; SALIKA บทความกล่าวถึง Ray Kurzweil นักอนาคตศาสตร์และนักวิทยาศาสตร์จาก Google ซึ่งได้รับฉายาว่า “นอสตราดามุสสายเทค” จากความแม่นยำในการทำนายเทคโนโลยี โดยในหนังสือ The Age of Intelligent Machines (1990) เขาทำนาย 145 เรื่อง ถูกต้องถึง 115 เรื่อง หรือประมาณ 86% เช่น Search Engine โทรศัพท์มือถือไร้สาย และเทคโนโลยี AR/VR รวมถึงการที่คอมพิวเตอร์สามารถเล่นหมากรุกชนะมนุษย์ได้จริงในเวลาต่อมา Kurzweil ยังเสนอแนวคิด “Singularity” หรือภาวะเอกฐานทางเทคโนโลยี ซึ่งเป็นช่วงที่เทคโนโลยีเติบโตอย่างรวดเร็วและควบคุมได้ยาก ส่งผลให้สังคมมนุษย์เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง เขาคาดการณ์ว่าในอนาคต AI จะพัฒนาเทียบเท่าหรือเหนือกว่ามนุษย์ นาโนบอตจะสามารถรักษาโรคและเปลี่ยนร่างกายมนุษย์ได้ ในช่วงปี 2030–2099 โลกจะเข้าสู่ยุคที่ AI ควบคุมการขับขี่ การทำงาน และอาจแทนที่หลายอาชีพ โลกจริงและโลกเสมือนจะหลอมรวมกัน มนุษย์สามารถอัปโหลดความคิดสู่คลาวด์ และเชื่อมต่อกับ AI ได้โดยตรง อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีอาจก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึง แต่ในระยะยาวอาจลดลงเมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้าเต็มที่ สาระสำคัญจึงเน้นทั้งโอกาสและความท้าทายของเทคโนโลยี พร้อมย้ำให้มนุษย์เรียนรู้และปรับตัวอย่างต่อเนื่องเพื่อใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงในอนาคต เหตุผลสำคัญที่ Ray Kurzweil ได้รับฉายาว่า “นอสตราดามุสสายเทค” คือข้อใด แนวคิด “Singularity” หมายถึงอะไร ข้อใดเป็นตัวอย่างคำทำนายที่เกิดขึ้นจริงของ Kurzweil นาโนบอตในอนาคตมีบทบาทสำคัญอย่างไร ในปี 2040 คาดว่า AI จะมีความสามารถอย่างไร ความเสี่ยงสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีตามบทความคือข้อใด แนวโน้มอาชีพในอนาคตตามบทความคือข้อใด การอัปโหลดความคิดไปยังคลาวด์เกี่ยวข้องกับเรื่องใด บทบาทของผู้เรียนรู้เทคโนโลยีในยุคปัจจุบันควรเป็นอย่างไร แนวคิดสำคัญของบทความต่อการพัฒนาการศึกษา คือข้อใดสรุปสาระสำคัญ
ข้อสอบ
ข้อ 1
ก. เป็นผู้พัฒนา AI ตัวแรกของโลก
ข. ทำนายอนาคตเทคโนโลยีได้ค่อนข้างแม่นยำ
ค. เป็นผู้ก่อตั้งบริษัท Google
ง. คิดค้นอินเทอร์เน็ต
ตอบ: ข
เหตุผล: เขามีอัตราความแม่นยำในการทำนายสูงถึง 86%ข้อ 2
ก. การหยุดพัฒนาเทคโนโลยี
ข. การที่มนุษย์สูญเสียความสามารถทั้งหมด
ค. จุดที่เทคโนโลยีเติบโตจนควบคุมไม่ได้
ง. การแทนที่มนุษย์ด้วยหุ่นยนต์ทั้งหมดทันที
ตอบ: ค
เหตุผล: เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านที่เทคโนโลยีเติบโตแบบก้าวกระโดดข้อ 3
ก. มนุษย์อาศัยบนดาวอังคาร
ข. คอมพิวเตอร์ชนะการเล่นหมากรุก
ค. โลกไม่มีไฟฟ้า
ง. AI หยุดพัฒนา
ตอบ: ข
เหตุผล: คอมพิวเตอร์ IBM ชนะนักหมากรุกระดับโลกจริงข้อ 4
ก. ใช้ขับเครื่องบิน
ข. ใช้แทนโทรศัพท์มือถือ
ค. ใช้รักษาโรคในร่างกายมนุษย์
ง. ใช้ผลิตไฟฟ้า
ตอบ: ค
เหตุผล: คาดว่าจะใช้รักษาโรคระดับเซลล์ข้อ 5
ก. เทียบเท่ามนุษย์
ข. ด้อยกว่ามนุษย์มาก
ค. ฉลาดกว่ามนุษย์พันล้านเท่า
ง. ไม่สามารถทำงานได้
ตอบ: ค
เหตุผล: ตามคำทำนาย AI จะเหนือมนุษย์อย่างมากข้อ 6
ก. เทคโนโลยีล้าสมัย
ข. ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึง
ค. การขาดไฟฟ้า
ง. การลดจำนวนประชากรทันที
ตอบ: ข
เหตุผล: ไม่ทุกคนเข้าถึงเทคโนโลยีได้เท่าเทียมข้อ 7
ก. AI อาจแทนที่หลายอาชีพ
ข. ไม่มีอาชีพเปลี่ยนแปลง
ค. มนุษย์ไม่ต้องทำงาน
ง. ทุกอาชีพเพิ่มขึ้น
ตอบ: ก
เหตุผล: AI จะเข้ามาทำงานแทนบางอาชีพข้อ 8
ก. การเก็บเอกสาร
ข. การเพิ่มหน่วยความจำคอมพิวเตอร์
ค. การเชื่อมโยงมนุษย์กับเทคโนโลยี
ง. การเล่นเกมออนไลน์
ตอบ: ค
เหตุผล: เป็นการรวมมนุษย์กับระบบดิจิทัลข้อ 9
ก. หลีกเลี่ยงเทคโนโลยี
ข. รอให้เทคโนโลยีเสร็จสมบูรณ์
ค. ศึกษาและพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง
ง. ใช้เฉพาะเทคโนโลยีเก่า
ตอบ: ค
เหตุผล: เพื่อปรับตัวและใช้ประโยชน์ได้ทันข้อ 10
ก. การไม่ใช้เทคโนโลยี
ข. การเรียนรู้และปรับตัวต่อเทคโนโลยี
ค. การลดบทบาทครู
ง. การหยุดพัฒนาหลักสูตร
ตอบ: ข
เหตุผล: เน้นการเรียนรู้เพื่อรองรับอนาคต