
น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.กระทรวงศึกษาธิการ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กระบุ ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนได้รับข้อเสนอแนะให้พิจารณาเลื่อนการเปิดเทอม และการสอบเข้าเรียนต่อชั้น ม.1 และ ม.4 ของโรงเรียนมัธยมศึกษาหลายแห่ง ซึ่งคุณครู นักเรียน และผู้ปกครองหลายท่าน ต่างกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่อาจส่งผลต่อความพร้อมในการจัดการเรียนการสอน โดยตนไม่ได้นิ่งนอนใจและเล็งเห็นว่า นี่คือวาระเร่งด่วนที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง
น.ส.ตรีนุชระบุ เมื่อวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้ร่วมหารือกับคณะผู้บริหารของกระทรวงถึงแนวทางในการจัดการประเด็นดังกล่าว โดยตระหนักถึงความปลอดภัยของนักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้ปกครองเป็นสำคัญ จึงมีมติให้เลื่อนการเปิดภาคการศึกษาที่ 1/2564 จากเดิมที่กำหนดไว้ คือ วันที่ 17 พ.ค.64 ออกไปเป็น 'วันที่ 1 มิ.ย.64' โดยตน และคณะผู้บริหารของกระทรวง จะร่วมกันประเมินความพร้อมในการเปิดให้มีการจัดการเรียนการสอนอีกครั้ง ในวันที่ 20 พ.ค.นี้
ในส่วนของการเลื่อนสอบเข้าเรียนต่อนั้น ก็เป็นเหตุผลที่สำคัญอีกประการหนึ่งที่จำเป็นต้องเลื่อนการเปิดเทอมออกไป เพราะกระบวนการรับนักเรียนเข้าเรียนต่อชั้น ม.1 และ ม.4 ของโรงเรียนทั่วประเทศยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากติดสถานการณ์ COVID-19 โดยเฉพาะในระดับ ม.1 ที่มีโรงเรียนมากกว่า 10,000 แห่ง ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นี้
อย่างไรก็ตาม การคำนึงถึงความปลอดภัยจำเป็นต้องพิจารณาควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนด้วย ซึ่งการเลื่อนเปิดเทอมในครั้งนี้เป็นการเลื่อนออกไปเพียงแค่ 11 วัน และจะจัดให้มีการเรียนการสอนชดเชยให้ครบตามหลักสูตร โดยเบื้องต้น วันปิดเทอมยังคงเป็นวันที่ 11 ต.ค.64 เหมือนเดิมก่อน
นอกจากนี้ ผู้เรียนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้จากหลากหลายทาง ไม่ว่าจะเป็นบุคคลใกล้ชิด สื่อ และสภาพแวดล้อมต่าง ๆ อยู่ทุกวัน จึงได้เน้นย้ำให้ต้นสังกัดพิจารณาแนวทางส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ของผู้เรียนในช่วง 11 วันดังกล่าวด้วย เพื่อทำให้ผู้เรียนยังคงได้รับโอกาสในการเรียนรู้ภายใต้ข้อจำกัดของสถานการณ์ในปัจจุบัน ทั้งนี้ ด้สั่งการให้เร่งดำเนินการประสานและจะเสนอต่อที่ประชุม ศบค. เพื่อพิจารณาในประเด็นดังกล่าวด้วย
ที่มา ; สยามรัฐออนไลน์ 27 เมษายน 2564
ข่าวเกี่ยวกัน
ศธ. เคาะเลื่อนเปิดเทอม 1 มิ.ย. ‘ตรีนุช’ ย้ำไม่กระทบโอกาสและสิทธิของน.ร.
น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า ศธ. ได้กำหนดแนวทางการดำเนินงาน เพื่อไม่ให้การเลื่อนวันเปิดภาคเรียนกระทบต่อโอกาสในการเรียนรู้และสิทธิของผู้เรียน ดังนี้ ช่วงเวลาจากวันที่ 17 – 30 พฤษภาคม ให้สถานศึกษา ครูและบุคลากร เตรียมความพร้อมในด้านอาคารสถานที่ การจัดการเรียนการสอน และอื่นๆ เพื่อรองรับการเปิดภาคเรียน, สื่อสารและทำความเข้าใจกับผู้ปกครองในการเลื่อนวันเปิดภาคเรียน, ครู อาจไปเยี่ยมนักเรียน นักศึกษา ที่บ้าน, จัดกิจกรรมเสริมให้แก่ผู้เรียน ซึ่งอาจใช้ระบบออนไลน์ หรือระบบอื่นๆที่เหมาะสม โดยพิจารณาตามบริบทและประกาศของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด
ทั้งนี้ ศธ.จะมีการประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และประกาศของ ศบค. เป็นระยะ โดยจะให้การเลื่อนวันเปิดภาคเรียนกระทบต่อนักเรียน นักศึกษาน้อยที่สุด อย่างไรก็ตามสำหรับโรงเรียนที่อยู่นอกเขตเมือง ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ไม่มาก ก็สามารถเตรียมการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบปกติเป็นหลักเช่นเดิม
“ขณะนี้กระบวนการรับนักเรียนเข้าเรียนชั้นม. 1 และ ม. 4 ของโรงเรียนทั่วประเทศยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ และมีประมาณ 10,000 แห่ง ที่ไม่สามารถดำเนินการรับนักเรียนตามปฏิทินการรับนักเรียนที่กำหนดไว้ ซึ่งเป็นอีกสาเหตุสำคัญที่จำเป็นต้องเลื่อนการเปิดภาคเรียน และการเลื่อนครั้งนี้ก็เลื่อนออกไปอีกเพียง 11 วัน โดยสถานศึกษาจะทำการจัดการเรียนการสอนชดเชยให้ครบตามหลักสูตร และกำหนดการปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ให้เป็นไปตามปฏิทินเดิมที่กำหนดไว้ คือ วันที่ 11 ตุลาคม 2564 ” น.ส.ตรีนุช กล่าว
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 27 เมษายน 2564
น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้พิจารณาเลื่อนการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 จากวันที่ 17 พฤษภาคม เป็นวันที่ 1 มิถุนายน 2564 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ที่มีความรุนแรงและส่งผลต่อความปลอดภัยของนักเรียน ครู บุคลากร และผู้ปกครอง รวมถึงกระบวนการรับนักเรียนชั้น ม.1 และ ม.4 ที่ยังไม่แล้วเสร็จ โดยมีโรงเรียนได้รับผลกระทบกว่า 10,000 แห่ง
การตัดสินใจดังกล่าวคำนึงถึงความปลอดภัยควบคู่กับคุณภาพการศึกษา โดยเลื่อนเพียง 11 วัน และจัดการเรียนการสอนชดเชยให้ครบตามหลักสูตร พร้อมคงวันปิดภาคเรียนเดิม นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดแนวทางให้สถานศึกษาเตรียมความพร้อม ทั้งด้านสถานที่ การจัดการเรียนการสอน การสื่อสารกับผู้ปกครอง และการจัดกิจกรรมเสริม เช่น การเรียนออนไลน์ หรือการเยี่ยมบ้านนักเรียน
ยังเน้นการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนในช่วงเลื่อนเปิดเรียน ผ่านแหล่งเรียนรู้หลากหลาย และให้สถานศึกษาปรับใช้ตามบริบท โดยติดตามประเมินสถานการณ์ร่วมกับ ศบค. อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้เรียนน้อยที่สุด และคงไว้ซึ่งสิทธิและโอกาสทางการศึกษา
ข้อ 1 เหตุผลสำคัญที่สุดในการเลื่อนเปิดภาคเรียนคือข้อใด
ก. ครูยังไม่พร้อม
ข. สถานการณ์ COVID-19 กระทบความปลอดภัย
ค. หลักสูตรยังไม่ปรับปรุง
ง. นักเรียนไม่ต้องการเรียน
ข้อ 2 การเลื่อนเปิดภาคเรียนสะท้อนหลักการบริหารใด
ก. การรวมศูนย์อำนาจ
ข. การบริหารตามอำเภอใจ
ค. การบริหารเชิงสถานการณ์
ง. การแข่งขัน
ข้อ 3 หากโรงเรียนอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่ำ ควรดำเนินการอย่างไร
ก. ปิดโรงเรียนทันที
ข. จัดเรียนปกติได้ตามความเหมาะสม
ค. งดการเรียนทั้งหมด
ง. ยกเลิกหลักสูตร
ข้อ 4 การจัดการเรียนชดเชยสะท้อนแนวคิดใด
ก. ลดคุณภาพ
ข. รักษามาตรฐานหลักสูตร
ค. เพิ่มภาระนักเรียน
ง. ยกเลิกเนื้อหา
ข้อ 5 บทบาทผู้บริหารโรงเรียนควรเน้นสิ่งใดมากที่สุด
ก. การลงโทษนักเรียน
ข. การสื่อสารและเตรียมความพร้อม
ค. การลดเวลาเรียน
ง. การยกเลิกกิจกรรม
ข้อ 6 การเลื่อนสอบเข้า ม.1 และ ม.4 มีสาเหตุหลักจากอะไร
ก. นักเรียนไม่สมัคร
ข. โรงเรียนไม่ต้องการสอบ
ค. กระบวนการรับยังไม่แล้วเสร็จ
ง. ข้อสอบยากเกินไป
ข้อ 7 การส่งเสริมการเรียนรู้ช่วงเลื่อนเปิดเทอมควรใช้วิธีใด
ก. หยุดเรียนทั้งหมด
ข. เรียนเฉพาะในห้องเรียน
ค. ใช้แหล่งเรียนรู้หลากหลาย
ง. งดกิจกรรมทุกประเภท
ข้อ 8 แนวทางการบริหารนี้สอดคล้องกับหลักใดของการศึกษา
ก. ความเท่าเทียม
ข. ความยืดหยุ่น
ค. ความเข้มงวด
ง. ความรวดเร็ว
ข้อ 9 หากผู้ปกครองกังวล ผู้บริหารควรทำอย่างไร
ก. ไม่ต้องชี้แจง
ข. สื่อสารทำความเข้าใจ
ค. ปฏิเสธความคิดเห็น
ง. เลื่อนการเรียนตลอดปี
เฉลย: ข
เหตุผล: การสื่อสารลดความกังวล
ข้อ 10 แนวทางนี้ช่วยลดผลกระทบต่อผู้เรียนอย่างไร
ก. ลดเวลาเรียน
ข. ยกเลิกการสอบ
ค. คงสิทธิและโอกาสทางการศึกษา
ง. ลดจำนวนวิชา
คลิกเฉลย >>>