สมาชิกเข้าสู่ระบบ

วิเคราะห์ระบบการศึกษา 5 ประเทศ มุมมอง‘ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช’

24 พฤษภาคม 2566 ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช วิเคราะห์ระบบการศึกษาใน 5 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ แคนาดา ฟินแลนด์ เซี่ยงไฮ้ (จีน) และออสเตรเลีย มีรูปแบบการศึกษาภายใต้เป้าหมายเดียวกันในการสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษาควบคู่การพัฒนาทักษะเพื่อการดำรงชีวิตในอนาคต  พร้อมแนะ สมศ. ให้ความสำคัญกับรูปแบบการประเมิน เน้นการประเมินเพื่อการเรียนรู้มากกว่าการประเมินเพื่อกำกับ รับข้อเสนอแนะและนำข้อเสนอแนะเหล่านั้นมาพัฒนาต่อ เพื่อร่วมยกระดับมาตรฐานและลดช่องว่างด้านคุณภาพการศึกษาของไทย

ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช นายกสถาบันพระบรมราชนก เปิดเผยมุมมองระบบการศึกษาของไทยและต่างประเทศ ผ่านการบรรยายหัวข้อ “การศึกษาคุณภาพสูงระดับโลก” ในงานประชุมวิชาการระดับชาติ เนื่องในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 23 สมศ. 2 ทศวรรษแห่งการส่งเสริมและยกระดับคุณภาพการศึกษา” ประจำปี พ.ศ. 2566 ว่า รูปแบบของโรงเรียนในปัจจุบันอาจจะไม่ใช่รูปแบบของโรงเรียนในอนาคต ดังนั้นการยกระดับระบบการศึกษาในโรงเรียนให้มีความทันสมัยจึงเป็นสิ่งที่ต้องพัฒนาตลอดเวลา และบางครั้งต้องปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วเพื่อให้สอดรับกับยุคสมัยและปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของสังคมเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่ไม่หยุดนิ่ง 

สำหรับ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทหน้าที่ในการประเมินสถานศึกษาที่รับการประเมินคุณภาพภายนอกทั่วประเทศ ควรให้ความสำคัญกับรูปแบบการเมิน โดยระบบการประเมินคุณภาพการศึกษาที่ดีนั้นต้องเป็นระบบที่บูรณาการทุกภาคส่วน ทุกฝ่ายมีบทบาทร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น หน่วยงานภาครัฐ ทีมผู้บริหารโรงเรียน อาจารย์ นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และผู้ประกอบการ ซึ่งแนวทางการดำเนินการควรเน้นการประเมินเพื่อการเรียนรู้มากกว่าการประเมินเพื่อกำกับ 

นั่นหมายความว่าการประเมินต้องเป็นการรับข้อเสนอแนะและนำข้อเสนอแนะเหล่านั้นมาพัฒนาต่อ เพื่อยกระดับมาตรฐานและลดช่องว่างด้านคุณภาพการศึกษา 

หากจะวิเคราะห์ระบบการศึกษาในต่างประเทศ อ้างอิงจากหนังสือ การศึกษาคุณภาพสูงระดับโลกที่ยกตัวอย่างระบบการศึกษาของ 5 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ แคนาดา ฟินแลนด์ เซี่ยงไฮ้ (จีน) และออสเตรเลีย ซึ่งมีวิธีดำเนินการแตกต่างกันไปตามบริบทของแต่ละประเทศ แต่ทั้ง 5 ประเทศมีรูปแบบการศึกษาภายใต้เป้าหมายเดียวกันนั่นคือ 1.การสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษา และ 2.พัฒนาทักษะเพื่อการดำรงชีวิตในอนาคต 

·   สำหรับประเทศสิงคโปร์ เน้นระบบการศึกษาคุณภาพสูง โดยระบบการศึกษาของสิงคโปร์ถูกออกแบบใหม่อยู่เสมอเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาสังคม ซึ่งปัจจุบันอยู่ในยุคที่ 3 เน้นความรู้ทั่วโลก เน้นนวัตกรรม เน้นการสร้างสรรค์และการวิจัย

·   ประเทศแคนาดา ประชากรส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในชนบท ดังนั้นสิ่งที่แคนาดาพยายามทำคือ ไม่ว่าอยู่ที่ไหนทุกคนจะต้องได้รับการศึกษาคุณภาพสูง ความโดดเด่นของแคนาดาคือ ครูเป็นผู้กำหนดคุณภาพการศึกษาและแผนพัฒนาด้วยตนเองเพื่อทำหน้าที่พัฒนาคุณภาพการศึกษาและพัฒนาหลักสูตรเอง เรียกได้ว่าเป็นการมอบอำนาจให้แก่ครูและโรงเรียนในการดำเนินการ

·   ประเทศฟินแลนด์ พัฒนาจากประเทศเกษตรกรรมที่การศึกษาค่อนข้างล้าหลัง ใช้เวลา 30 ปี พลิกสู่ประเทศที่มีการศึกษาคุณภาพสูงระดับชั้นนำของโลก มีแนวทางในการออกแบบการศึกษาเพื่อเป้าหมายในการพัฒนาประเทศ เช่นเดียวกับประเทศสิงคโปร์ โดยภาครัฐได้กำหนดการศึกษาภาคบังคับ 9 ปี ให้แก่เด็กทุกคน ไม่จำกัดฐานะ อาชีพ และที่อยู่อาศัย โรงเรียนสำหรับการศึกษานี้เรียกว่า Common School ศูนย์กลางของการพัฒนาระบบการศึกษาคือโรงเรียน และครูคือหัวใจของคุณภาพการศึกษาภายใต้หลักสูตรที่เปิดกว้างและยืดหยุ่น

·   สาธารณรัฐประชาชนจีน จีนพลิกฟื้นระบบการศึกษาที่ถูกทำลาย สู่การเป็นประเทศที่มีคุณภาพทางการศึกษาอันดับหนึ่งของโลกภายในระยะเวลา 20 ปี โดยการมุ่งปฏิรูปเพื่อสร้างพลเมืองยุคใหม่ ซึ่งหัวใจสำคัญไม่ใช่หลักการหรือความรู้แต่เป็นการประยุกต์หลักการหรือความรู้โดยเป้าหมายคือการเรียนรู้ของนักเรียน จัดตั้งโรงเรียนนำร่อง โดยมีการกระจายครูที่สอนเก่งไปทั่วมลฑล มีการทำงานเป็นทีมร่วมกันสังเกตพฤติกรรมเด็ก ปฏิกิริยาที่มีต่อการสอน และนำผลมาปรับปรุงการเรียนการสอนให้ดีขึ้น 

·   ประเทศออสเตรเลีย เนื่องจากเป็นประเทศที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ มีเด็กที่อยู่ห่างไกลจึงมีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการศึกษาเป็นอย่างมาก โดยส่วนใหญ่ใช้ระบบเทเลคอนเฟอร์เรนจากที่ห่างไกลเข้ามาเรียนเป็นรูปแบบของลักษณะการเรียนทางไกล และสิ่งที่เป็นความท้าทาย คือโรงเรียนมีความแตกต่างและมีความหลากหลาย ดังนั้นนโยบายภาครัฐจึงมุ่งให้ความช่วยเหลือโรงเรียนที่อ่อนแอเป็นพิเศษและเปลี่ยนหลักสูตรการผลิตครูและพัฒนาครูประจำการให้ตอบสนองกับหลักสูตรใหม่ 

หัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนการศึกษาคุณภาพสูง เน้นการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตทั้งในและนอกห้องเรียนเพื่อพัฒนาเยาวชนไปสู่การเป็นพลเมืองของโลก วงการการศึกษาควรตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและพลิกผันของโลกและสังคม เพื่อรับการเปลี่ยนแปลงอย่างเท่าทันและสามารถจัดการกับระบบการศึกษาในอนาคตได้” ศ.นพ.วิจารณ์ กล่าว 

ที่มา ; แนวหน้า วันพุธ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

สรุปสาระสำคัญ 

ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช วิเคราะห์ระบบการศึกษาของ 5 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ แคนาดา ฟินแลนด์ เซี่ยงไฮ้ (จีน) และออสเตรเลีย ซึ่งแม้มีบริบทแตกต่างกัน แต่มีเป้าหมายร่วมกันคือการสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษาและพัฒนาทักษะชีวิตเพื่ออนาคต โดยเน้นการปรับระบบการศึกษาให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีที่รวดเร็ว พร้อมเสนอว่าสถานศึกษาควรพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยืดหยุ่นมากขึ้น

ในด้านการประเมินคุณภาพการศึกษา สมศ. ควรเน้น “การประเมินเพื่อการเรียนรู้” มากกว่าการประเมินเพื่อควบคุม โดยใช้ข้อมูลสะท้อนกลับเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างเป็นระบบ และบูรณาการทุกภาคส่วน ทั้งรัฐ โรงเรียน ครู นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน

ตัวอย่างประเทศต่าง ๆ เช่น สิงคโปร์เน้นนวัตกรรมและการวิจัย แคนาดาให้อิสระครูพัฒนาหลักสูตร ฟินแลนด์ใช้โรงเรียนและครูเป็นศูนย์กลาง จีนเน้นการประยุกต์ใช้ความรู้และการทำงานร่วมกัน ส่วนออสเตรเลียใช้เทคโนโลยีลดข้อจำกัดด้านพื้นที่

โดยสรุป การศึกษาคุณภาพสูงต้องส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต พัฒนาผู้เรียนให้เป็นพลเมืองโลก และระบบการศึกษาต้องปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ

 

ข้อสอบป

ข้อ 1

เป้าหมายร่วมของระบบการศึกษาทั้ง 5 ประเทศคือข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนผู้เรียนในระดับอุดมศึกษา
ข. สร้างความเท่าเทียมและพัฒนาทักษะชีวิต
ค. เน้นการแข่งขันทางวิชาการระดับโลก
ง. ลดค่าใช้จ่ายทางการศึกษา

เฉลย: ข
เหตุผล: ทุกประเทศมุ่งเน้นความเท่าเทียมและทักษะเพื่ออนาคต ไม่ใช่เพียงการแข่งขันหรือค่าใช้จ่าย

 

ข้อ 2

แนวคิดสำคัญของการประเมินของ สมศ. ควรเป็นอย่างไร
ก. การควบคุมมาตรฐานอย่างเข้มงวด
ข. การจัดอันดับสถานศึกษา
ค. การประเมินเพื่อการเรียนรู้และพัฒนา
ง. การลงโทษสถานศึกษาที่ไม่ได้มาตรฐาน

เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นใช้ผลประเมินเพื่อพัฒนา ไม่ใช่ควบคุมหรือจัดอันดับ

 

ข้อ 3

ประเทศใดเน้นการมอบอำนาจให้ครูพัฒนาหลักสูตรเอง
ก. สิงคโปร์
ข. แคนาดา
ค. ฟินแลนด์
ง. ออสเตรเลีย

เฉลย: ข
เหตุผล: แคนาดาให้ครูมีบทบาทกำหนดหลักสูตรและพัฒนาคุณภาพการศึกษาเอง

 

ข้อ 4

หัวใจของระบบการศึกษาฟินแลนด์คือข้อใด
ก. การสอบแข่งขันระดับชาติ
ข. โรงเรียนและครูเป็นศูนย์กลาง
ค. การเรียนออนไลน์เต็มรูปแบบ
ง. การใช้เอกชนบริหารโรงเรียน

เฉลย: ข
เหตุผล: ฟินแลนด์ยึดโรงเรียนและครูเป็นแกนหลักของคุณภาพการศึกษา

 

ข้อ 5

จีนปฏิรูปการศึกษาโดยเน้นสิ่งใดเป็นสำคัญ
ก. การท่องจำเนื้อหา
ข. การสอบมาตรฐานเดียวกัน
ค. การประยุกต์ใช้ความรู้
ง. การลดจำนวนครู

เฉลย: ค
เหตุผล: จีนเน้นการนำความรู้ไปใช้จริงและการเรียนรู้ของผู้เรียน

 

ข้อ 6

ประเทศใดใช้เทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาความห่างไกลของผู้เรียนมากที่สุด
ก. สิงคโปร์
ข. ฟินแลนด์
ค. ออสเตรเลีย
ง. แคนาดา

เฉลย: ค
เหตุผล: ออสเตรเลียใช้เทเลคอนเฟอเรนซ์และการเรียนทางไกล

 

ข้อ 7

แนวคิด “การประเมินเพื่อการเรียนรู้” หมายถึงข้อใด
ก. การสอบปลายภาคเท่านั้น
ข. การใช้ผลประเมินเพื่อพัฒนา
ค. การจัดอันดับโรงเรียน
ง. การลดจำนวนการประเมิน

เฉลย: ข
เหตุผล: มุ่งใช้ข้อมูลสะท้อนกลับเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน

 

ข้อ 8

ประเทศใดเน้นนวัตกรรมและการวิจัยเป็นหลัก
ก. สิงคโปร์
ข. แคนาดา
ค. จีน
ง. ออสเตรเลีย

เฉลย: ก
เหตุผล: สิงคโปร์พัฒนาระบบการศึกษาเพื่อรองรับนวัตกรรมและความรู้โลก

 

ข้อ 9

การพัฒนาระบบการศึกษาที่ดีควรมีลักษณะใด
ก. คงรูปแบบเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
ข. ปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของสังคม
ค. ลดบทบาทครู
ง. เน้นการสอบเป็นหลัก

เฉลย: ข
เหตุผล: ระบบต้องยืดหยุ่นและทันต่อการเปลี่ยนแปลง

 

ข้อ 10

หัวใจสำคัญของการศึกษาคุณภาพสูงคือข้อใด
ก. การแข่งขันระหว่างโรงเรียน
ข. การเรียนรู้ตลอดชีวิต
ค. การเพิ่มจำนวนโรงเรียน
ง. การใช้ข้อสอบมาตรฐานเดียว

เฉลย: ข
เหตุผล: การศึกษาต้องส่งเสริมการเรียนรู้ต่อเนื่องตลอดชีวิตและการเป็นพลเมืองโลก

 
 

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น