สมาชิกเข้าสู่ระบบ

การกระทำดังกล่าวมีความไม่เหมาะสม ครูเพชรบูรณ์กล้อนผม น.ร.

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่จังหวัดขอนแก่น น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยกรณีเผยแพร่คลิปวิดีโอแสดงถึงการกระทำของครูรายหนึ่งในโรงเรียน จ.เพชรบูรณ์ จับกรรไกรไล่ตัดผมนักเรียนหน้าเสาธง จนเว้าแหว่งไม่น่าดู เศษผมเกลื่อนเต็มลานของโรงเรียน ว่า

ตนได้เห็นคลิปดังกล่าวแล้ว ยอมรับว่าการกระทำดังกล่าวมีความไม่เหมาะสม เนื่องจากกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ออกระเบียบ ศธ. ว่าด้วยการยกเลิกระเบียบ ศธ. ว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ.2563 พ.ศ.2566 เมื่อวันที่ 16 ม.ค.66 และเตรียมยกร่างแนวนโยบายเกี่ยวกับการไว้ทรงผมของนักเรียนของสถานศึกษา ซึ่งการไว้ทรงผมของนักเรียนของสถานศึกษา จะไว้ผมสั้นหรือผมยาวก็ได้ โดยสถานศึกษาอาจกำหนดลักษณะทรงผมได้ตามพันธกิจ บริบท และความเหมาะสมของแต่ละสถานศึกษา ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการ ส่วนการลงโทษนักเรียนนับเป็นอีกเรื่องจากระเบียบทรงผม แต่การกล้อนผมเป็นแนวทางที่ไม่ถูกต้องและไม่เหมาะสม

น.ส.ตรีนุชกล่าวต่อว่า โดย ศธ.มีแนวทางการลงโทษนักเรียนตามระเบียบ ศธ. ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษา พ.ศ.2548 เพียง 4 อย่างเท่านั้น ได้แก่ ว่ากล่าวตักเตือน ทำทัณฑ์บน ตัดคะแนนประพฤติ และทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การกระทำของครูชายรายดังกล่าว แม้จะได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการโรงเรียนแล้ว แต่ขัดกับแนวทางการลงโทษนักเรียน จึงเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง 

การที่ครูไปกล้อนผมเด็กนั้นไม่เหมาะสม ไม่ควรทำ และเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งดิฉันได้สั่งการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตรวจสอบข้อเท็จจริงในการกระทำของผู้อำนวยการโรงเรียนและครูชายรายดังกล่าว หากพบว่าไม่ถูกต้อง ก็จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องโดยด่วนต่อไป” น.ส.ตรีนุชกล่าว 

มติชนออนไลน์ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2566

 

ข่าวเกี่ยวกัน

พิธา ชี้ครูเพชรบูรณ์กล้อนผม น.ร. ละเมิดสิทธิ ชัด ‘ระเบียบผมใหม่’ ยิ่งไร้ขอบเขต

สืบเนื่องจากกรณีปรากฏคลิปวิดีโอแสดงถึงการกระทำของครูรายหนึ่งในโรงเรียน จ.เพชรบูรณ์ ที่ได้จับกรรไกรไล่ตัดผมนักเรียนหน้าเสาธง จนเว้าแหว่งไม่น่าดู เศษผมเกลื่อนเต็มลาน ผ่านแฮชแท็ก #BWITfacts ตามที่ได้มีการนำเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ได้เขียนข้อความเผยแพร่ผ่านทวิตเตอร์ถึงคดีดังกล่าว ความว่า

ผมรู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง ที่ได้เห็นภาพเหตุการณ์ครูในโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.เพชรบูรณ์ ใช้กรรไกรเดินกล้อนผมนักเรียนกว่าร้อยคน จากนั้นก็บังคับให้นักเรียนทุกคนแก้ทรงผมกลายเป็นทรงนักเรียนขาว 3 ด้านทั้งหมด แม้กฎเรื่องทรงผมโรงเรียนจะไม่ได้บังคับให้นักเรียนต้องตัดผมเกรียนก็ตาม นี่แสดงให้เห็นว่า ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการใหม่ที่เพิ่งออกมา ไม่ได้เป็นการปลดปล่อยเสรีภาพเหนือร่างกายของนักเรียน แต่กลับทำให้กฎเกณฑ์เรื่องทรงผมนักเรียนถูกกำหนดอย่าง ‘ไร้ขอบเขต’ กว่าเดิม

ผมคิดว่าการสอนและสร้างความสำนึกเรื่องสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพของมนุษย์ในโรงเรียน เป็นเรื่องเดียวกันกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษา เพราะในโลกยุคปัจจุบันเราไม่สามารถเอาวิธีคิดแบบการผลิตพลทหารของโลกยุค 100 ปีก่อน มาใช้ในการสร้างสรรค์การเรียนรู้ สิ่งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการควรต้องทำจริงๆ คือการประกาศระเบียบกระทรวงศึกษาธิการที่ห้ามบุคลากรทางการศึกษาทั้งครูและผู้บริหารโรงเรียนไม่ให้ละเมิดสิทธิมนุษยชน

ทั้งนี้ ในภาพประกอบยังเขียนข้อความไว้ว่า เลิกบังคับทรงผม กฎโรงเรียนต้องไม่ขัด หลักสิทธิมนุษยชน” 

นอกจากนี้ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ประธานคณะทำงานยุทธศาสตร์กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ยังได้แสดงความคิดเห็นต่อประเด็นเดียวกันนี้ ผ่านทวิตเตอร์ด้วยว่า

การกล้อนผมเด็กหน้าเสาธง เจตนา คือ จะใช้อำนาจกดขี่ เพื่อละเมิดสิทธิของนักเรียน กล้าทำ ก็ต้องกล้ารับ ไม่ใช่มาแถว่า ช่วยตัดผมให้ การแถแบบนี้ สะท้อนว่าตัวเองก็รู้ว่ามันไม่ถูก แต่ก็ยังจะทำ ถ้าช่วยตัดผมให้เด็กจริง ก็ต้องถามว่าเด็กเต็มใจให้ช่วยหรือเปล่า”

มติชนออนไลน์ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566

 

ข่าวเกี่ยวกัน

ตรีนุช'เข้มสั่ง 'สพฐ.'ตรวจสอบผอ.-ครูกล้อนผมนร.ยันเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม

วันที่ 8 ก.พ. 2566 – นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่มีคลิปคุณครูกล้อนผมนักเรียนระหว่างเข้าแถวที่อยู่ในกระแสโซเชียล ว่า ต้องยอมรับว่าการกระทำดังกล่าวมีความไม่เหมาะสม เนื่องจากกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ยกเลิกระเบียบ ศธ. ว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ. 2563 พ.ศ. 2566 เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 66 และเตรียมยกร่างแนวนโยบายเกี่ยวกับการไว้ทรงผมของนักเรียนของสถานศึกษา ซึ่งการไว้ทรงผมของนักเรียนของสถานศึกษา จะไว้ผมสั้นหรือผมยาวก็ได้ โดยสถานศึกษาอาจกำหนดลักษณะทรงผมได้ตามพันธกิจ บริบท และความเหมาะสมของแต่ละสถานศึกษา ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการ  

ขณะที่แนวทางการลงโทษนักเรียนตามระเบียบ ศธ. ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษา พ.ศ. 2548 มีเพียง 4 อย่างเท่านั้น ได้แก่ ว่ากล่าวตักเตือน ทำทัณฑ์บน ตัดคะแนนประพฤติ และทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

สำหรับการกระทำของครูรายดังกล่าว แม้จะได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการโรงเรียนแล้ว แต่ขัดกับแนวทางการลงโทษนักเรียน จึงเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นตนจึงได้สั่งการไปยังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตรวจสอบข้อเท็จจริงในการกระทำของผู้อำนวยการโรงเรียนและครูรายดังกล่าว หากพบว่าไม่ถูกต้อง ก็จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป 

ที่มา ; สยามรัฐออนไลน์  8 กุมภาพันธ์ 2566 

ข่าวเกี่ยวกัน

ตรีนุช’ ลงดาบสอบวินัย ผอ.-ครูกล้อนผม น.ร. ย้ำลงโทษต้องไม่ทำให้อับอาย 

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยกรณีครูโรงเรียนบึงสามพันวิทยาคม จังหวัดเพชรบูรณ์ ใช้กรรไกรตัดผมนักเรียนกว่า 100 คน ระหว่างเข้าแถวหน้าเสาธงตอนเช้าว่า ยอมรับว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เร่งรัดตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว 

ซึ่งวันนี้ สพฐ.ได้รายงานมาแล้วว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีมูลความจริง และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เพชรบูรณ์ ได้ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยทั้งผู้อำนวยการโรงเรียนและครูรายดังกล่าวแล้ว และอยากเน้นย้ำว่า จากนี้ไปจะต้องไม่เกิดเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวอีก โดยเฉพาะวิธีการลงโทษนักเรียนจะต้องใช้วิธีการที่เหมาะสม ต้องไม่ทำให้นักเรียนเกิดความรู้สึกอับอาย 

กรณีครูกล้อนผมนักเรียนกว่า 100 คน ระหว่างเข้าแถวหน้าเสาธงตอนเช้า เป็นการลงโทษที่ไม่เหมาะสม ดิฉันเข้าใจเจตนาดีของครูที่ต้องการอบรมสั่งสอนนักเรียนให้มีระเบียบวินัย และสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้ ซึ่งครูสามารถลงโทษนักเรียนที่กระทำผิดได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษา พ.ศ.2548 และสิ่งที่สำคัญคือ การลงโทษนั้นต้องเป็นการกระทำที่ไม่รุนแรงหรือทำให้นักเรียนเกิดความอับอายหรือสูญเสียความมั่นใจในคุณค่าของตนเอง เพราะฉะนั้นอยากให้ครูคำนึงถึงวัตถุประสงค์ของการลงโทษที่ต้องการให้นักเรียนได้เป็นคนดี และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่พร้อมต่อการเรียนรู้ไม่ใช้อารมณ์จนทำให้เด็กเกิดความรู้สึกไม่ดี” น.ส.ตรีนุชกล่าว 

 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2566

เกี่ยวข้องกัน

ส่องบทเรียนกล้อนผม น.ร. ผอ.-ครูยุคทรงอย่างแบด

คลิปครูโรงเรียนบึงสามพันวิทยาคม จังหวัดเพชรบูรณ์ ใช้กรรไกรกล้อนผมนักเรียนกว่า 100 คน ระหว่างเข้าแถว เป็นที่วิจารณ์ในสังคมออนไลน์ แม้ว่ากระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ออกระเบียบ ศธ.ว่าด้วยการยกเลิกระเบียบ ศธ. ว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ.2563 พ.ศ.2566 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 และเตรียมยกร่างแนวนโยบายเกี่ยวกับการไว้ทรงผมของนักเรียนของสถานศึกษา

การไว้ทรงผมของนักเรียนของสถานศึกษาจะไว้ผมสั้นหรือผมยาวก็ได้ โดยสถานศึกษาอาจกำหนดลักษณะทรงผมได้ตามพันธกิจ บริบท และความเหมาะสมของแต่ละสถานศึกษา ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการ ส่วนการลงโทษนักเรียนนับเป็นอีกเรื่องจากระเบียบทรงผม แต่การกล้อนผมเป็นแนวทางที่ไม่ถูกต้องและไม่เหมาะสม

แม้ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จะได้สั่งการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตรวจสอบ และล่าสุดมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยทั้งผู้อำนวยการโรงเรียนและครูรายดังกล่าวแล้วนั้น

มติชน สำรวจความเห็นในประเด็นดังกล่าว โดย นายวิรพจน์ โคกเกษม ผู้อำนวยการโรงเรียนสุรนารีวิทยา 2 จ.นครราชสีมา มองว่าทางโรงเรียนสุรนารีวิทยา 2 ยังไม่ได้มีการหารือภาคีที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากทางโรงเรียนอยู่ในช่วงเตรียมทำกิจกรรมหลายๆ อย่าง หลังจากนี้จะรีบเชิญภาคีส่วนต่างๆ มาหารือเพื่อกำหนดแนวทางที่ชัดเจนต่อไป ซึ่งระเบียบเดิมที่มีอยู่ก็ค่อนข้างครอบคลุมยึดโยงตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการอยู่แล้ว

แต่ก็ต้องประชุมการมีส่วนร่วมจากคณะกรรมการสถานศึกษา ชุมชน ผู้ปกครอง คณะครู ฝ่ายปกครอง ผู้บริหาร รองผู้อำนวยการรวมไปถึงนักเรียนและสภานักเรียน มาพูดคุยกันเพื่อปรับระเบียบให้เข้ากับบริบทของโรงเรียน และให้ยืดหยุ่นตามความเหมาะสม เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวัยเรียนที่เป็นวัยรุ่น ต้องฟังเสียงจากทุกฝ่ายให้รอบด้าน เนื่องจากเด็กยุคสมัยนี้อยากจะไว้ผมยาว ไม่ชอบให้มีกติกาบังคับ

เรื่องเสื้อผ้าไม่ค่อยมีปัญหา แต่เรื่องทรงผมทั้งนักเรียนหญิงและชายจะขอต่อรองกับทางโรงเรียนค่อนข้างมาก จากรองทรง เป็นรองทรงสูง ไม่รองทรง มาเป็นกะลาครอบ หรือทรงคนป่าก็มี ทางโรงเรียนก็ต้องตักเตือนเป็นรายๆ ไป ค่อยๆ ประนีประนอม บางทีก็ต้องเอาใจเขามาใส่ใจเราบ้าง ถ้าดูแล้วไม่เสียหายจนเกินไป เพราะทางกระทรวงไฟเขียว โยนความรับผิดชอบให้โรงเรียน ทางโรงเรียนก็ต้องไฟเขียวตาม ไม่สามารถบังคับกะเกณฑ์เข้มงวดได้เหมือนสมัยก่อน ดังนั้น จึงต้องพูดคุยกับทุกฝ่ายเพื่อหาข้อสรุปให้ได้

ข่าวครูกล้อนผมนักเรียนนั้น ทุกวันนี้บริบทของสังคมเปลี่ยนไป ครูจะนำวิธีการแบบเดิมมาใช้ก็ทำได้ยาก ต้องใช้วิธีอบรมตักเตือนทำทัณฑ์บน ดำเนินการตามระเบียบของสถานศึกษา จะมากล้อนผมใช้วิธีแบบเดิมก็ดูไม่เหมาะสม เรื่องนี้ครูต้องทำความเข้าใจด้วย เพราะถึงแม้จะไม่ได้มีเจตนากลั่นแกล้งเด็ก และอาจจะเห็นเด็กประพฤติผิดระเบียบเป็นอาจิณ จนไม่รู้จะบอกกล่าวตักเตือนอย่างไร ต้องนำวิธีเชือดไก่ให้ลิงดูมาใช้ แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาในยุคสมัยนี้ไม่ได้เป็นอย่างที่ครูคิด กลับกลายเป็นสร้างผลลบให้กับครูผู้สอนเสียเอง ดังนั้น ครูจะต้องระมัดระวังไตร่ตรองกันมากขึ้น อย่าให้กลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวแล้วสร้างผลกระทบสะเทือนไปทั้งวงการ

ทางกระทรวงจะต้องออกหน้ารับผิดชอบบ้าง ไม่ใช่โยนมาให้โรงเรียนรับผิดชอบแต่เพียงฝ่ายเดียว ควรออกกติกาข้อกำหนดเรื่องการแต่งกาย-การไว้ทรงผมของนักเรียนให้ชัดเจน ต้องชี้ชัดให้ขาด เรื่องจะได้จบ โดยนักเรียนที่เรียนภาคบังคับ 9 ปีในโรงเรียนรัฐ ตั้งแต่ชั้น ป.1 ถึงชั้น ม.3 จะให้ไว้ทรงผมแบบไหน ยาวขนาดไหน ต้องกำหนดมาเลย เพื่อให้โรงเรียนปฏิบัติตาม แต่นี่กลับโยนเรื่องมาให้โรงเรียนออกแนวทางปฏิบัติ ทำให้หลายแห่งอาจเจอปัญหาถึงขั้นกระทบกระทั่งกับผู้ปกครองและชุมชน โรงเรียน 3 หมื่นกว่าแห่งจะให้คิดแบบเดียวกันคงทำได้ยาก ถ้าผู้บริหารโรงเรียนเข้าถึงผู้ปกครองและชุมชนได้ดี ก็จะดำเนินมาตรการได้อย่างราบรื่น ไม่เกิดปัญหา แต่หากผู้บริหารคนใดเน้นแต่วิชาการ ไม่ลงไปปฏิสัมพันธ์ทางสังคมกับผู้ปกครองและชุมชน ก็อาจเกิดปัญหาความไม่เข้าใจขึ้นได้ นายวิรพจน์ระบุ

ขณะที่ นายวุฒิไกร วรรณการ ผู้อำนวยการโรงเรียนสารภีพิทยาคม อ.สารภี จ.เชียงใหม่ บอกว่า สพฐ.ยังไม่มีหนังสือแจ้งเรื่องดังกล่าวว่าให้อำนาจและแนวทางปฏิบัติการไว้ทรงผมนักเรียนใหม่อย่างไร เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์การไว้ทรงผมให้เข้ากับบริบท พันธกิจสถานศึกษา เบื้องต้นโรงเรียนอาจใช้แนวทางปฏิบัติเดิมไปก่อน แต่มีลักษณะยืดหยุ่นมากขึ้นให้เข้ากับสถานการณ์ และตอบสนองนักเรียนในเชิงเสรีมากขึ้น อาทิ กลุ่มเพศทางเลือก กลุ่มกิจกรรม เพื่อความเท่าเทียม เสมอภาค ไม่เลือกปฏิบัติ และอยู่ร่วมในสังคมอย่างปกติสุข

ส่วนนักเรียนที่เรียนนักศึกษาวิชาทหาร (รด.) ต้องไว้ทรงผมตามระเบียบทหาร และยอมรับกฎเกณฑ์ดังกล่าว ส่วนทรงผมที่เป็นอัตลักษณ์วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น เช่น ถักเปีย เกล้าผมปักดอกไม้ เนื่องในเทศกาลต่างๆ สามารถทำได้ตามความเหมาะสม ดูพอดีพองาม เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณี และวิถีชีวิตชุมชน ไม่จำเป็นต้องทรงผมที่ทันสมัยดูสดใสตลอดเวลา

ทรงผมนักเรียนถือเป็นเรื่องสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล ก่อนเปิดภาคเรียนที่ 1/2566 จะประชุมทำความเข้าใจครูอาจารย์ นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน เพื่อวางแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน และยอมรับกติการ่วมกันตามหลักประชาธิปไตย เพื่อสร้างความร่วมมือและป้องกันละเมิดกฎระเบียบ หรือแหกคอกแบบสุดโต่ง เช่น ย้อมสีผม ไว้ผมยาว ที่ไม่เหมาะกับสภาพนักเรียน ทำให้เกิดการเลียนแบบในทางที่ผิด ก่อนประกาศใช้อย่างเป็นทางการต่อไป เชื่อว่าวิธีเดินสายกลางไม่สร้างความแตกแยกและไม่ให้เกิดปัญหาตามมาจะเป็นทางออกทุกฝ่ายที่ดีที่สุด นายวุฒิไกรแนะ

ด้าน นางเบ็ญญา ศรีเรืองพันธ์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนทัพทันอนุสรณ์ อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี มองว่า ปัจจุบันทางโรงเรียนมีมติร่วมกันระหว่างครู ผู้ปกครอง กรรมการสถานศึกษา และนักเรียนสามารถไว้ทรงผมได้ตามใจ แต่ต้องเรียบร้อย ให้เหมาะสมกับเป็นนักเรียน เพราะก่อนหน้านี้ โรงเรียนของเราได้มีมติจากครู ผู้ปกครอง กรรมการสถานศึกษา และนักเรียน ถึงเรื่องทรงผม ซึ่งมีข้อตกลงกันแล้วว่านักเรียนทุกคนสามารถไว้ผมยาวได้มานานแล้ว โดยนักเรียนชายสามารถตัดผมรองทรงสั้นและรองทรงกลางได้ ส่วนนักเรียนหญิงสามารถไว้ผมยาวได้ แต่ให้รวบผมมัดและผมผูกโบให้เรียบร้อย และไม่ทำการย้อมสีผม

ในช่วงที่มีการประกาศออกมาดังกล่าวใหม่ๆ ก็สร้างความกังวลใจให้กับนักเรียนด้วยเช่นกัน จึงได้ออกมาชี้แจงกับนักเรียนถึงเรื่องดังกล่าวว่าทางโรงเรียนของเรานั้นยังเน้นกฎระเบียบเดิม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักเรียนว่าโรงเรียนของเรานั้นจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้น ขอให้นักเรียนสบายใจได้ เนื่องจากมีมติร่วมกันแล้ว นางเบ็ญญาระบุ

มุมมองและทัศนคติของผู้บริหารโรงเรียนมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาการศึกษาไทย ถ้าเดินตามบริบทของสังคมที่เปลี่ยนไปทัน เข้ายุคตามสมัยและปรับเปลี่ยนเท่าทันเด็กยุค ทรงอย่างแบด พฤติกรรมโรงเรียนในแง่ลบคงไม่ออกมาประจานตามโลกออนไลน์อย่างแน่นอน

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2566

เกี่ยวข้องกัน

ครูโรงเรียนดังชลบุรี จับเด็กตัดผม น.ร.วอนขอตัดเองที่ร้าน เจอขู่ให้ตัดหรือเซ็นใบลาออก 

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ทวิตเตอร์ นักเรียนเลว เปิดเผยว่า เกิดเหตุ น.ร. ถูกครูจับกล้อนผมกลางคาบเรียนที่ ร.ร. แห่งหนึ่งใน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เหตุผมยาวเกินกำหนด น.ร. ร้องขอครูกลับไปตัดเองที่ร้าน ครูขู่เรื่องให้ลาออก จนต้องยอมให้ตัดจนแหว่ง 

ผู้ร้องเรียนระบุว่า ครูผู้ก่อเหตุกำลังสอนอยู่ในรายวิชา ได้เรียก น.ร. จำนวน 6-7 คน ที่มีผมยาวเกินกำหนดออกไปรอนอกห้อง จากนั้นครูถือกรรไกรออกมาแล้วเรียกไปตัดทีละคน 

ทาง น.ร. คนแรกที่ถูกเรียกพยายามปัดป้อง และขอกลับไปแก้ไขทรงผมด้วยตัวเอง ทางครูขู่ถามกลับว่าจะให้ครูตัดตอนนี้ หรือจะเซ็นใบลาออกแทน น.ร. ไม่มีทางเลือกจึงยอมให้ตัดจนผมแหว่ง แก้ไขทรงได้ยาก 

ด้านผู้ร้องเรียนระบุว่า ร.ร. เคร่งวินัยมาก แม้จะมีการตรวจระเบียบทุกเดือน แต่ถ้าครูเห็นว่ายาวก็เข้ามาจัดการได้เลย สั่งให้ไปตัดผมใหม่ซ้ำ ๆ แต่ น.ร. บางคนไม่ได้มีฐานะ ทำให้ต้องขอผัดผ่อนการตรวจผมไปบ้าง จนมาวันนี้ครูพบเห็น จึงเรียกพบและจับตัดเรียงคน 

เสียงสะท้อนจาก น.ร. เปิดเผยว่า ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของครู มองเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล หวังให้ครูเคารพสิทธิเหนือร่างกายของเด็ก ถ้าอยากให้แก้ไข ก็ขอกันดี ๆ ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องถือกรรไกรมาตัดเอง มันทำให้เสียความรู้สึก 

 

นอกจากนี้ ผู้ร้องเรียนเผยว่า ยังมีครูคนอื่นที่สั่งลงโทษเด็กแบบไม่มีเหตุผลอยู่อีกด้วย เช่น สั่งให้เอาถุงเท้า น.ร. มาเช็ดเครื่องสำอางที่อยู่บนหน้า สั่งให้เด็กมาสายไปนั่งบริเวณที่มีแดด เป็นต้น 

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เคยระบุไว้เมื่อ 22 พ.ค. 65 ว่า ครูไม่สามารถลงโทษ น.ร. ด้วยการตัดผมได้ และการลงโทษ น.ร. ด้วยการละเมิดสิทธิร่างกายหรือจิตใจไม่ช่วยให้เด็กมีการตระหนักรู้ที่ดีมากขึ้น 

ทั้งนี้ หากพบเห็นการลงโทษที่ไม่ถูกต้อง สามารถร้องเรียนมาได้ที่ MOE Safety Center: LINE @MOESafetyCenter หรือที่ call center โทร 0-2126-6565 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 15 กรกฎาคม 2566

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น