
เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2566 ได้ลงนามในประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การเปลี่ยนชื่อโรงเรียน ซึ่งสืบเนื่องมาจากการที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยให้ทรงรับโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ จำนวน 9 แห่ง อยู่ในความดูแลของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมตราสัญลักษณ์โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยพระราชทานตามที่ขอพระมหากรุณา ดังนี
1.ทรงพระราชทานรับโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ จำนวน 9 แห่ง เป็นโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ หมายเลข 58-66 และ
2.ทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาตเปลี่ยนตราสัญลักษณ์ประจำโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ทุกแห่ง โดยเปลี่ยนหมายเลขลำดับ 1-66 ตามด้วยชื่อจังหวัด
ในประกาศ ศธ. เรื่อง การเปลี่ยนชื่อโรงเรียน มีสาระสำคัญคือด้วยมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ รับโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 9 แห่ง เป็นโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ โดยรับเข้าอยู่ในความดูแลของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงให้โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนราชประชานุเคราะห์” สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนี้
1.โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์บางกรวย เป็นโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 58 จังหวัดนนทบุรี
2.โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์แม่ฮ่องสอน เป็นโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 59 จังหวัดแม่ฮ่องสอน
3.โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงใหม่ เป็นโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 60 จังหวัดเชียงใหม่
4.โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงดาว เป็นโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 61 จังหวัดเชียงใหม่
5.โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์แม่จัน เป็นโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 62 จังหวัดเชียงราย
6.โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ธวัชบุรี เป็นโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 63 จังหวัดร้อยเอ็ด
7.โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์สุราษฎร์ธานี เป็นโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 จังหวัดสุราษฎร์ธานี
8.โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์พัทลุง เป็นโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 65 จังหวัดพัทลุง และ
9.โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์นราธิวาส เป็นโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 66 จังหวัดนราธิวาส

“โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ทั้ง 9 แห่งที่คัดเลือกมานี้เป็นโรงเรียนที่ดูแลเด็กที่อยู่ในสภาวะยากลำบาก มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ด้อยกว่าเด็กปกติทั่วไป จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษ เพื่อให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนชื่อโรงเรียนและอยู่ในมูลนิธิฯจะทำให้ผู้เรียนได้รับการสนับสนุนทุนการศึกษาได้รับโอกาสอย่างทัดเทียม มีประสิทธิภาพทั้งวิชาการและทักษะอาชีพ เช่น เกษตรกรรม ทำอาหาร ฯลฯ มากยิ่งขึ้น รวมถึงส่งเสริมความสามารถด้านดนตรี ศิลปะ และกีฬา ปลูกฝังให้นักเรียนมีจิตสำนึกในความเป็นไทย พัฒนาโรงเรียนให้ก้าวไปสู่การเป็นต้นแบบโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ อันคงไว้ซึ่งความรักและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และสร้างความภาคภูมิใจให้กับคณะครู บุคลากร และนักเรียน ซึ่งจะช่วยให้โรงเรียนและชุมชนดีขึ้น เนื่องจากได้รับการดูแลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยสนับสนุน” น.ส.ตรีนุชกล่าว
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 25 กรกฎาคม 2566
สรุปสาระสำคัญ
น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ลงนามประกาศเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2566 เรื่องการเปลี่ยนชื่อโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ 9 แห่งทั่วประเทศ หลังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยให้อยู่ในความดูแลของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมขอใช้ตราสัญลักษณ์โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานอนุญาต
โรงเรียนทั้ง 9 แห่งจึงเปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 58–66” ตามลำดับจังหวัด เช่น นนทบุรี แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ร้อยเอ็ด สุราษฎร์ธานี พัทลุง และนราธิวาส โดยยังสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สพฐ.
โรงเรียนเหล่านี้ดูแลเด็กในสภาวะยากลำบาก การเปลี่ยนชื่อและขึ้นกับมูลนิธิฯ จะช่วยเพิ่มโอกาสทางการศึกษา ทุนการศึกษา การพัฒนาทักษะวิชาการ–อาชีพ ศิลปะ กีฬา ตลอดจนปลูกฝังจิตสำนึกความเป็นไทย สร้างความภาคภูมิใจแก่ครูและนักเรียน และยกระดับโรงเรียนต้นแบบราชประชานุเคราะห์ให้เข้มแข็งมากขึ้น พร้อมการสนับสนุนจากหน่วยงานรัฐและชุมชนโดยรอบ
ข้อสอบ
ข้อ 1 จากบทความ การเปลี่ยนชื่อโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เป็นโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ สะท้อนหลักการบริหารการศึกษาข้อใดมากที่สุด
ก. การกระจายอำนาจสู่สถานศึกษา
ข. การจัดการศึกษาเพื่อความเสมอภาคและการคุ้มครองโอกาสทางการศึกษา
ค. การเพิ่มศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา
ง. การประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา
ข้อ 2 เหตุผลสำคัญที่การเปลี่ยนชื่อและโอนโรงเรียนเข้าสู่มูลนิธิราชประชานุเคราะห์มีผลต่อคุณภาพผู้เรียนคือข้อใด
ก. มูลนิธิสามารถกำหนดหลักสูตรเฉพาะได้เอง
ข. ได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณและทรัพยากรอย่างเป็นระบบมากขึ้น
ค. โรงเรียนจะสามารถจัดการศึกษาตามความต้องการท้องถิ่นโดยสมบูรณ์
ง. ครูได้รับสิทธิประโยชน์เหมือนโรงเรียนในสังกัดอื่น
ข้อ 3 ในฐานะผู้บริหาร หากได้รับมอบหมายให้วางแผนพัฒนาโรงเรียนราชประชานุเคราะห์แห่งใหม่ สิ่งใดควรเป็น “เป้าหมายหลัก” เพื่อให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์การเปลี่ยนชื่อโรงเรียน
ก. พัฒนาโรงเรียนต้นแบบด้านเทคโนโลยี
ข. สร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนด้านงบประมาณ
ค. พัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทั้งวิชาการ–อาชีพและคุณธรรม
ง. เพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้สูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ
ข้อ 4 การปลูกฝังจิตสำนึกความเป็นไทยให้ผู้เรียนในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ สอดคล้องกับภารกิจด้านใดของสถานศึกษา
ก. ภารกิจตามกฎหมายการศึกษาว่าด้วยการสร้างพลเมืองดี
ข. ภารกิจด้านการประเมินภายนอก
ค. ภารกิจด้านการบริหารงบประมาณ
ง. ภารกิจตามหลักสูตรสมรรถนะฐาน
ข้อ 5 หากผู้บริหารต้องอธิบายชุมชนถึงประโยชน์ของการที่โรงเรียนเข้าสู่การดูแลของมูลนิธิฯ แนวทางใดสอดคล้องกับเนื้อหามากที่สุด
ก. โรงเรียนจะสามารถจัดการเรียนออนไลน์ได้เต็มรูปแบบ
ข. โรงเรียนจะได้รับมาตรฐานเดียวกับโรงเรียนในสังกัดทั่วประเทศ
ค. โรงเรียนจะได้รับการพัฒนาและสนับสนุนอย่างใกล้ชิด เพิ่มโอกาสการศึกษาของเด็กด้อยโอกาส
ง. โรงเรียนจะสามารถเปิดรับนักเรียนเพิ่มได้อย่างไม่จำกัด
คลิกเฉลย >>>
